ปลูก “ผักสี่บาท” รอบรั้ว “ตำลึง” สารพัดประโยชน์ (จบ)

Published August 5, 2016 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือเทคโนโลยีชาวบ้าน

http://info.matichon.co.th/techno/techno.php?srctag=05057010359&srcday=2016-03-01&search=no

วันที่ 01 มีนาคม พ.ศ. 2559 ปีที่ 28 ฉบับที่ 618

ผักในบ้านของคนขี้เกียจ

เชตวัน เตือประโคน

ปลูก “ผักสี่บาท” รอบรั้ว “ตำลึง” สารพัดประโยชน์ (จบ)

เป็นเมนูเด็ดในวัยเด็กเลยก็ว่าได้ สำหรับ แกงจืดหมูตำลึง

รั้วบ้านที่เมื่อก่อนเป็นเสาไม้ปักไว้พอกั้นอาณาเขตบ้านกับถนน (ไม่ใช่กำแพงคอนกรีตที่ปิดทึบอย่างปัจจุบันนี้) เป็นที่ดกดื่นด้วยเถาตำลึง ลูกตำลึงแดงๆ และยอดอ่อนๆ

แม่มักแวะเวียนไปเก็บยอดตำลึงสำหรับทำ แกงจืดหมูตำลึง อาหารโปรดของผมและน้อง

เพื่อนบ้านที่เดินผ่านไปผ่านมา แทบไม่ต้องเอ่ยปากขอก็สามารถเก็บไปทำกินได้เลย ไม่มีหวง

บางบ้านที่เลี้ยงนกแก้ว นกขุนทอง ฯลฯ ลูกตำลึงสุกสีแดงๆ เป็นอาหารชั้นเลิศ

ผมเก็บเอาลูกตำลึงไปฝากอย่างสม่ำเสมอ เพื่อที่จะได้อยู่เล่นกับนก พยายามสอนมันพูดภาษามนุษย์อยู่บ่อยๆ กระทั่งเคยคิดอยากหามาเลี้ยงบ้าง แต่พ่อไม่เห็นด้วย และไม่อยากให้จับสัตว์มาขังทรมาน (ถ้าวันนั้น พ่อบอกด้วยว่า จะทำให้นกไร้อิสรภาพคงเท่มากๆ)

แต่กับบ้านใหม่ในเมืองกรุง ตอนที่แล้วเล่าถึงความผิดพลาดในการพยายามบังคับให้เถาตำลึงเลื้อยพันรอบรั้วเหล็ก หากแต่ความที่ร้อนจัดตลอดทั้งวัน มือจับของตำลึงจึงไม่ทำงาน ที่สุดก็สลัดร่วงและเลื้อยราบไปกับพื้นดินอยู่เรื่อยๆ

กว่าจะถึง “บางอ้อ” ว่าตำลึงเขาร้อน ก็เมื่อผ่านไปนานพอสมควร

คราวนี้เมื่อรู้เหตุแล้ว วิธีแก้ก็แค่ง่ายๆ

เพียงเอาเสาไม้ กิ่งไม้ ไปวางแทน คราวนี้ต้นตำลึงก็เติบโตอย่างสบายใจ

“ผักสี่บาท” หรือที่เข้าใจตรงกันง่ายกว่าว่า “ตำลึง” สามารถนำมาทำเป็นอาหารได้หลายอย่าง

ตอนก่อนที่จะย้ายจุดปลูกจากบริเวณที่ตำลึงไปเลื้อยพันต้นโมก (จนภรรยาเกรงว่า โมก จะตาย) ยอดตำลึงที่ผมเก็บได้ ถูกนำมาใช้ทำกินอย่างง่ายๆ ด้วยการลวกจิ้มน้ำพริก เพราะมีปริมาณไม่มากเท่าไหร่นัก

น่าเสียดายว่า ถ้าปล่อยให้ต้นโตกว่านี้อีกหน่อย บางทีอาจได้กิน แกงจืดตำลึง ต้มเลือดหมูใบตำลึง หรือไม่อาจเป็น แกงเลียง ก็เป็นได้

ว่าแล้ว นอกจากการกินตำลึงเป็นผักสด หรือลวกจิ้มน้ำพริก น่าลองมารู้จักการทำอาหาร 1-2 อย่าง โดยการใช้ผักอย่างตำลึง มาเป็นตัวชูโรง

เริ่มต้นที่ง่ายๆ อย่าง แกงจืดตำลึงหมูสับ

เป็นรายการที่ช่วยผุดวาบภาพชีวิตในวัยเด็กขึ้นมาได้เสมอ แม่กับการเก็บตำลึงที่ริมรั้ว ขณะที่ตั้งไฟต้มน้ำซุปกระดูกหมูเตรียมรอไว้ ตำลึง 1 กำมือ ถือติดมาเข้าครัว

ล้างทำความสะอาดตำลึงแล้วทิ้งไว้ให้สะเด็ดน้ำ

รอเวลาน้ำซุปเดือด ก็นำหมูสับที่หมักไว้ (สัก 10 นาที) กับรากผักชีโขลก พริกไทย กระเทียม เหยาะน้ำซีอิ๊ว ปั้นเป็นก้อนหรือรูปร่างตามใจใส่ลงไปขณะน้ำเดือดปุดๆ

พิจารณาว่าหมูสุกแล้ว ก็ปรุงรส โดยใส่เกลือ ใส่น้ำปลาตามชอบ ส่วนตำลึง 1 กำมือ ที่เตรียมไว้นั้น ใส่เป็นลำดับสุดท้าย ก่อนเตรียมเสิร์ฟ

อีกหนึ่งรายการผัดที่กินกับข้าวสวยร้อนๆ อร่อยมาก

นั่นคือ ผัดผักตำลึงหมูสับ

ก็เหมือนกับการทำผัดผักทั่วไป เริ่มต้นด้วยตั้งน้ำมันให้ร้อน โขลกกระเทียมแล้วเอาลงไปเจียว ตามด้วยหมูสับคลุกเคล้าคนไปจนหมูสุก แล้วสุดท้ายก็ยอดตำลึง ปรุงรสด้วยน้ำปลา น้ำมันหอย น้ำตาลทราย และพริกไทยป่น ตามชอบ

ชัดเลยว่า ตำลึง สามารถนำมาทำอาหารได้หลายประเภท

และที่สำคัญคือเป็นอาหารที่เหมาะกับทุกเพศทุกวัยอย่างแน่นอน ผักที่ปลูกง่าย ขึ้นง่าย แต่มีประโยชน์สารพัดนี้เหมาะแก่การปลูกไว้เป็นผักสวนครัวอย่างยิ่ง

ในทางโภชนาการนั้น นักวิทยาศาสตร์พบว่า ตำลึง ที่เป็นผักช่วยบำรุงเรื่องสายตา เนื่องจากมีเบต้าแคโรทีนสูง เป็นแหล่งของวิตามินเอ

วิตามินเอ ที่เป็นสารต้านอนุมูลอิสระและช่วยในเรื่องการมองเห็นนั่นเอง

ยังมีอีกเยอะสำหรับสรรพคุณทางยาของตำลึง

ผมลองค้นคว้าข้อมูลจาก “มูลนิธิหมอชาวบ้าน” แล้วนำมาเรียบเรียงไว้เป็นที่เป็นทางในที่นี้ พบประโยชน์หลายอย่าง แต่ที่เอามานำเสนอต่อเพราะเห็นว่าเป็นเรื่องราวที่น่าสนใจมาก

อย่างเช่น “ตำลึงกับการดูแลโรคเบาหวาน”

ตอนหนึ่งระบุว่า อินซูลินเป็นสารสร้างโดยเซลล์พิเศษในตับอ่อน ที่เรียก บีตาเซลล์ มีหน้าที่รักษาระดับน้ำตาลกลูโคสในเลือด บทบาทหลักของอินซูลินคือ การควบคุมความคงที่และความสมดุลของพลังงานในเลือด เพื่อควบคุมเมตาบอลิซึมของร่างกาย

โรคเบาหวาน แสดงออกโดยการมีระดับน้ำตาลกลูโคสในเลือดสูงขึ้น เกิดจากการที่ร่างกายสร้างอินซูลินไม่เพียงพอ หรือการดื้อต่ออินซูลิน

“การดูแลสุขภาพแบบพื้นบ้านของไทยเชื่อว่า การกินตำลึงจะช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือดสำหรับผู้ป่วยเบาหวาน โดยให้เอายอดตำลึงประมาณครึ่งกำมือ โรยเกลือพอให้มีรส ห่อใบตอง นำไปเผาไฟให้สุก กินก่อนนอนติดต่อกัน 3 เดือน กล่าวว่า น้ำตาลในเลือดก็จะลดลง”

คือบทสรุปเรื่องประโยชน์ของการกินตำลึง ที่ช่วยลดน้ำตาลในเลือด

และเรื่องราวที่เอามาเล่าต่อนี้ก็มีการทดลองในต่างประเทศ มีผลการทดลองยืนยันด้วย

ใบตำลึง ยังใช้เป็นยาดับพิษร้อน ถอนพิษไข้ได้อีกด้วย ขณะเดียวกันก็ใช้เป็นยาพอกรักษาผิวหนัง รักษาผื่นคันที่เกิดจาก หมามุ่ย ตำแย หรือพืชอื่นๆ ที่ทำให้เกิดอาการคัน แก้ปวดแสบ ปวดร้อนได้

ที่ฮิตฮ็อตและน่าสนใจสำหรับคุณสาวๆ หรือหนุ่มๆ ที่รักสวยรักงามทั้งหลายคือ มีการนำใบตำลึงมาใช้ทำ “ครีมบำรุงผิว” ด้วย

แนะนำไว้โดย ให้เอาใบตำลึงสดๆ ล้างน้ำหลายๆ ครั้งให้สะอาด ทิ้งไว้ให้สะเด็ดน้ำแล้วก็เอามาโขลก บดให้ละเอียด โดยให้สังเกตว่า ใบตำลึงที่ละเอียดดีแล้วจะมีลักษณะเหนียวและข้น

ได้ที่แล้วก็เก็บเอาไว้ใช้ โดยใส่ภาชนะที่มีฝาปิดมิดชิด เก็บไว้ในตู้เย็นได้เป็นสัปดาห์ ไม่ต้องผสมสารกันบูดหรือวัตถุกันเสีย

ครีมบำรุงจากตำลึง มีสรรพคุณช่วยในเรื่องความงาม ช่วยให้ผิวพรรณสดชื่น และช่วยผ่อนคลายความเครียดด้วย

คุณหนุ่ม คุณสาว จะลองทำสปาเองดูที่บ้าน ก็ดูน่ารักกะหนุงกะหนิงดี

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: