ถ้า ร่างรธน.มีชัย ไม่ผ่านประชามติ จะเกิดอะไรขึ้น?

Published August 5, 2016 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือเส้นทางเศรษฐี

http://info.matichon.co.th/rich/rich.php?srctag=07091010359&srcday=2016-03-01&search=no

วันที่ 01 มีนาคม พ.ศ. 2559 ปีที่ 22 ฉบับที่ 392

เส้นทางปฏิรูป

บุญเลิศ ช้างใหญ่

ถ้า ร่างรธน.มีชัย ไม่ผ่านประชามติ จะเกิดอะไรขึ้น?

นับจากวันที่ 29 มกราคม ที่คณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) โดย นายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธาน กรธ. เปิดแถลงข่าวต่อสื่อมวลชน ที่รัฐสภา พร้อมเผยแพร่ร่างรัฐธรรมนูญต่อสาธารณชน

จากนั้นเสียงวิพากษ์วิจารณ์ติติงก็ดังมาจากหลายสารทิศ บ้างก็เสนอแนะโดยดี บ้างก็ขู่ว่าจะคว่ำร่างรัฐธรรมนูญในชั้นลงประชามติ

แม้ประธาน กรธ. และโฆษกจะออกมาน้อมรับฟังข้อเสนอแนะ และบางอย่างก็ยอมปรับแก้ตามที่มีการเสนอแนะ แต่ก็ไม่วายที่จะปกป้องร่างรัฐธรรมนูญที่เขียนมาว่า ดีแล้ว เหมาะสมแล้ว

การปรับแก้ร่างแรกที่คนร้องยี้ ให้เป็นร่างสุดท้ายที่สมบูรณ์เพื่อให้คนยิ้มได้ หัวเราะออก มีเวลาหดสั้นน้อยลง-น้อยลงเรื่อยๆ

เป็นที่น่าสังเกตว่า นายมีชัยและโฆษก กรธ. พูดตรงกันว่า พวกตนและ กรธ. มีหน้าที่ในการจัดทำร่างรัฐธรรมนูญ ไม่มีหน้าที่ไปทำให้ร่างรัฐธรรมนูญผ่านประชามติ คนที่มีหน้าที่ทำให้ร่างรัฐธรรมนูญผ่านประชามติคือรัฐบาล

คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ได้ประกาศว่า จะจัดให้มีการออกเสียงประชามติ ในวันที่ 31 กรกฎาคม 2559

ช่วงแห่งการรณรงค์ รับ-ไม่รับร่างรัฐธรรมนูญ คงเริ่มกันแล้ว เนื่องจากพอจะเห็นเลาๆ ว่า เนื้อหาในร่างรัฐธรรมนูญเขียนไว้อย่างไร การรณรงค์ค่อนข้างใช้เวลานานพอสมควร หากนับจากวันที่ กรธ. เขียนร่างรัฐธรรมนูญเสร็จวันที่ 29 มีนาคม ไปจนถึงวันที่ 31 กรกฎาคม 2559 ก็จะตกราวๆ 4 เดือน แม้ในระหว่างที่ กกต. กำลังเร่งจัดพิมพ์หนังสือร่างรัฐธรรมนูญและสรุปสาระสำคัญของร่างรัฐธรรมนูญแจกชาวบ้าน ก็คงไปห้ามการแสดงความเห็นของผู้คนและการเคลื่อนไหวเพื่อรับหรือไม่รับร่างรัฐธรรมนูญไม่ได้

อย่างไรก็ตาม ประเด็นที่นักข่าวและผู้สนใจเรื่องการร่างรัฐธรรมนูญและการออกเสียงประชามติใคร่รู้ก็คือ

1. ในการแก้ไข รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) พ.ศ. 2557 โดย คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) และรัฐบาลในอีกไม่ช้านี้ นอกจากประเด็น แก้เสียงข้างมากจาก “ผู้มีสิทธิ” เป็น “ผู้มาใช้สิทธิ” แล้ว จะมีประเด็นอื่นอีกหรือไม่ โดยเฉพาะ ถ้าผลประชามติออกมาไม่รับร่างรัฐธรรมนูญ ทาง คสช. และรัฐบาลจะทำยังไงต่อเพื่อให้ได้รัฐธรรมนูญฉบับใหม่ จะแก้ไขเรื่องนี้มาพร้อมกันด้วยหรือไม่

ขอหมายเหตุไว้ตรงนี้ว่า หาก สภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) ลงมติรับร่างรัฐธรรมนูญฉบับนายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ แล้วนำไปออกเสียงประชามติ โดยที่ในรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราว ยังคงใช้คำว่า เสียงข้างมากผู้มีสิทธิ แล้วผลออกมาไม่ถึงครึ่งของผู้มีสิทธิ กล่าวคือ ไม่ถึง 23.5 ล้านเสียง (ผู้มีสิทธิเลือกตั้งทั้งประเทศมีประมาณ 47 ล้านคน) ป่านนี้ไม่รู้เป็นไง…อาจจะขัดแย้ง ทะเลาะกันปั่นป่วนวุ่นวายกับคะแนนประชามติ

การแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราวอีกครั้งหนึ่ง ในประเด็นถ้าร่างรัฐธรรมนูญไม่ผ่านประชามติจะทำอย่างไรต่อไป รัฐบาลมีทางเลือกอยู่ 2 แนวทาง

แนวทางที่ 1 พ่วงประเด็นนี้เข้ามาด้วย กล่าวคือ ระบุลงไปว่า ถ้าไม่ผ่านประชามติจะนำรัฐธรรมนูญฉบับใดฉบับหนึ่งหรือหลายฉบับมาปรับแก้แล้วประกาศใช้เป็นกฎหมายสูงสุด ก็จะถูกวิพากษ์วิจารณ์ว่า มีความชอบธรรมแค่ไหนเพียงไร ซึ่งจะเป็นปัจจัยหนึ่งต่อการตัดสินใจของประชาชนว่าจะรับหรือคว่ำร่างรัฐธรรมนูญ

แนวทางที่ 2 ไม่พ่วง ไม่ใส่เข้ามา ปล่อยให้เป็นปริศนาเอาไว้อย่างนั้น ซึ่งจะมีผลต่อการตัดสินใจของประชาชนว่า ชอบธรรมหรือไม่เช่นกัน

แน่นอนว่า จะหลีกเลี่ยงไม่พ้นกับข้อกล่าวหาที่ว่า ประชาชนเหมือนหนีเสือแล้วไปเจอจระเข้ หรือปลาฉลาม หรือสัตว์ร้ายอะไรก็ไม่รู้

จึงเป็นเรื่องที่ คสช. และรัฐบาลต้องตัดสินใจว่าจะเลือกเอาแบบไหนถึงจะทำให้ประชาชนรู้สึกปลอดภัย ไม่ต้องกลัวจะถูกเสือขย้ำ หรือรอดจากเสือไปแล้วยังต้องไปฝ่าด่านที่อาจโดนจระเข้หรือปลาฉลามกัดตาย

2. ในกรณีร่างรัฐธรรมนูญฉบับนายมีชัยผ่านประชามติไปแบบขาดลอยหรือทิ้งห่างอย่างขาวสะอาด (ประชาชนใช้สิทธิอย่างอิสระ กกต. จัดการลงประชามติอย่างสุจริตและเที่ยงธรรม) ก็ไม่มีปัญหา เพราะร่างรัฐธรรมนูญที่ผ่านประชามติจะได้นำไปประกาศใช้เป็นกฎหมายสูงสุด การจัดทำกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญก็จะดำเนินต่อไปตามโรดแมปเพื่อนำไปสู่การเลือกตั้งในเดือนกรกฎาคม 2560

กรณีประชาชนลงมติไม่รับหรือคว่ำร่างรัฐธรรมนูญ เท่ากับคนส่วนใหญ่ “ไม่เอาร่างรัฐธรรมนูญฉบับมีชัย” การจัดทำร่างรัฐธรรมนูญเพื่อให้มีรัฐธรรมนูญฉบับที่ 20 ใช้เป็นกฎหมายสูงสุดจะให้ใครทำ มีกระบวนการจัดทำอย่างไร ประชาชนซึ่งคว่ำร่างรัฐธรรมนูญมาหยกๆ คงไม่ยอมรับทางออกแบบนี้

การที่พูดว่า ให้ คสช. และรัฐบาลนำรัฐธรรมนูญฉบับใดฉบับหนึ่ง หรือเอาร่างรัฐธรรมนูญฉบับนายบวรศักดิ์และนายมีชัยมาปรับแก้แล้วประกาศใช้ คงไม่สะดวกง่ายดายขนาดนั้น

ประการแรก การที่เสียงส่วนใหญ่ไม่เอาร่างรัฐธรรมนูญนายมีชัย แสดงว่า โครงสร้างของร่างรัฐธรรมนูญทั้งรัฐสภา คณะรัฐมนตรี องค์กรอิสระ ศาลรัฐธรรมนูญ การตรวจสอบอำนาจรัฐ การแก้ไขรัฐธรรมนูญ บทเฉพาะกาล มีปัญหา และอาจเลยเถิดไปถึงการไม่ยอมรับ คสช. และรัฐบาลที่บริหารประเทศมา 2 ปีเศษ

ทำอย่างไรให้ประเทศมีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ใช้เป็นกฎหมายสูงสุด จากนั้นก็จะตามมาด้วยการจัดทำกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญเพื่อให้สอดรับกับรัฐธรรมนูญ ถามว่า ใครจะเป็นคนมาทำ จะได้รับการยอมรับจากประชาชนหรือไม่

3. ในกรณี ผลการออกเสียงประชามติ ฝ่ายรับร่างรัฐธรรมนูญชนะ แต่คะแนนออกมาแบบฉิวเฉียด ทิ้งห่างกันไม่มาก เช่น 2-3 ล้านเสียง จริงอยู่ แม้ร่างรัฐธรรมนูญฉบับนายมีชัยได้ชื่อว่าได้ผ่านประชามติด้วยเสียงที่มากกว่า แต่คะแนนที่ห่างกันเล็กน้อย และในระหว่างการรณรงค์ ฝ่ายต้องการให้คว่ำแสดงปฏิกิริยาคัดค้านต่อต้านร่างรัฐธรรมนูญอย่างรุนแรง กล่าวหาว่าเป็นร่างรัฐธรรมนูญที่มีปัญหามากทั้งโครงสร้างและรายละเอียดในหลายจุด ไม่สามารถยอมรับสำหรับการใช้เป็นกฎหมายสูงสุดต่อไปได้ ต้องรื้อแล้วจัดทำให้ทั้งฉบับด้วยกระบวนการประชาธิปไตย

แม้เสียงฝ่ายแพ้ประชามติจะน้อยกว่า แต่เป็นเสียงที่จะดังต่อเนื่องไปตลอด

ส่งผลให้การเดินหน้าเพื่อการบังคับใช้รัฐธรรมนูญฉบับผ่านประชามติมีปัญหาไปอีกแบบหนึ่ง

การจัดทำกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญก็จะถูกโต้แย้ง เกิดเป็นความขัดแย้งไปจนถึงวันเลือกตั้ง และหลังเลือกตั้งก็อาจจะยังไม่เลิกขัดแย้ง

การขับเคลื่อนการปฏิรูปก็คงยักแย่ยักยัน เหมือนคนเดินขากะเผลก การปฏิรูปไม่เกิดผลสัมฤทธิ์ตามที่ประชาชนคาดหวัง

เหตุการณ์และวันเวลาที่ผ่านไปแล้ว ไม่อาจย้อนกลับไปแก้ไขอะไรที่เป็นความผิดพลาดได้ สำคัญอยู่ตรงที่การก้าวเดินไปข้างหน้า จะเดินอย่างไรถึงจะประสบผลสำเร็จ ทั้งการมีรัฐธรรมนูญที่เป็นประชาธิปไตย ทุกฝ่ายยอมรับ การเกิดความปรองดองในชาติ

เป็นเรื่องที่แม่น้ำ 5 สาย อันประกอบด้วย คสช., ครม. (คณะรัฐมนตรี), สนช. (สภานิติบัญญัติแห่งชาติ), สปท. (สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ) และ กรธ. ต้องคิดหาคำตอบและช่วยตัวเองด้วยการฝ่าฟันให้ก้าวพ้นวิกฤตไปให้ได้

บางที การเริ่มต้นนับหนึ่งใหม่ สำหรับการจัดทำร่างรัฐธรรมนูญโดยคณะบุคคล ที่ทุกพรรค ทุกฝ่ายร่วมกันเสนอความเห็นและเห็นพ้องต้องกันว่าคณะบุคคลนั้น จะคัดสรรมาจากไหน มีกระบวนการร่างรัฐธรรมนูญอย่างไร ใช้เวลาสั้นๆ เพื่อให้มีการเลือกตั้งโดยไม่ชักช้า

อาจเป็นสิ่งจำเป็นและเป็นทางออกจากวิกฤตความขัดแย้ง

ขึ้นกับหัวใจของ คสช. และ ครม. ว่าจะรับได้หรือไม่?

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: