กุฏิพระอาจารย์แสง วัดเขาบันไดอิฐ ศิลปสถาปัตยกรรมชั้นยอด ปลายกรุงศรีอยุธยา

Published August 5, 2016 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือเทคโนโลยีชาวบ้าน

http://info.matichon.co.th/techno/techno.php?srctag=05126010359&srcday=2016-03-01&search=no

วันที่ 01 มีนาคม พ.ศ. 2559 ปีที่ 28 ฉบับที่ 618

ภูมิปัญญาท้องถิ่น

บุญยงค์ เกศเทศ

กุฏิพระอาจารย์แสง วัดเขาบันไดอิฐ ศิลปสถาปัตยกรรมชั้นยอด ปลายกรุงศรีอยุธยา

คุณทวีโรจน์ กล่ำกล่อมจิตต์ นักประวัติศาสตร์และโบราณคดีผู้คร่ำหวอดเมืองเพชร พาไปชมกุฏิพระอาจารย์แสง เล่าให้ฟังว่า สมเด็จพระเจ้าเสือ พระมหากษัตริย์ไทยองค์สำคัญในสมัยอยุธยา มีพระอาจารย์เป็นพระเมืองเพชร อยู่ 2 รูป ด้วยกัน

รูปแรก สมเด็จเจ้าแตงโม ซึ่งสมเด็จพระเจ้าเสือถวายพระตำหนักเจ้าพระขวัญ สร้างเป็นศาลาการเปรียญ วัดใหญ่สุวรรณารามในปัจจุบัน

รูปที่ 2 คือ พระอาจารย์แสง วัดเขาบันไดอิฐ เมื่อครั้งสมเด็จพระเจ้าเสือเสด็จประพาสถึงที่วัด พระองค์ถวายเรือประทุนให้พระอาจารย์แสง ยังปรากฏอยู่ภายในถ้ำ พร้อมกับทรงสร้างกุฏิถวายพระอาจารย์แสงอีกหลังหนึ่ง รูปทรงคล้ายวิหารและอุโบสถ แต่มีขนาดเล็กกว่ามาก มีบัวเป็นชั้นโดยรอบ โค้งแอ่นแบบท้องเรือสำเภา เครื่องบนเป็นไม้ มุงด้วยกระเบื้อง กาบู เป็นลอนลูกฟูก ลักษณะเดียวกับหลังคาศาลาการเปรียญวัดใหญ่สุวรรณาราม วัดขนาดรูปทางจากภายนอก กว้าง 5.70 เมตร ยาว 13.50 เมตร มีช่องหน้าต่าง 4 ช่อง

ภายในกุฏิแบ่งออก 2 ห้อง เป็นห้องโถงยาวห้องหนึ่ง และห้องขนาดเล็กอยู่ชั้นในอีกห้องหนึ่ง ความวิจิตรพิสดารและคุณค่าของกุฏิพระอาจารย์แสง อยู่ที่ซุ้มประตูเข้าห้องชั้นใน เป็นซุ้มประตูปั้นยอดนพศูลสวมฉัตรทอง ย่อมุมไม้สิบสอง ปิดทองร่องชาด ประดับกระจกเกรียบ

ซุ้มประตูปูนปั้นยอดนพศูลย่อมุม ภายในกุฏิพระอาจารย์แสงนั้น คุณทวีโรจน์ได้หยิบยกข้อเขียนของ ครูเลิศ พ่วงพระเดช (2437-2512) ในหนังสือศิลปะไทย ตำราสถาปัตยกรรมและลายไทย พิมพ์ครั้งที่ 1 พ.ศ. 2513 ครูเลิศ พ่วงพระเดช อธิบายคำเรียกชื่อยอดนพศูลว่า มาจากวิธีทำแปลนยอด “ต้องทำแผนผังเป็นสี่เหลี่ยมด้านเท่ากัน แล้วตัดมุมสำหรับย่อ 2 มุม แผนผังเป็น 8 มุม แล้วจุดที่มุมทั้ง 8 มุมก็ได้ 8 สูญ ขีดเส้นไปหากันทุกจุด เส้นตัดกันตรงกลางก็เป็นจุดสูญอีกจุดหนึ่งเรียก เส้นนพสูญ เพราะมีจุดสูญ 9 สูญ…”

นอกจากนี้ ยังอธิบายองค์ประกอบของเรือนยอดนพศูล และวิธีการเขียนแปลนยอดนพศูลไว้ด้วยว่า “…วิธีการเขียนแปลนยอดนพศูลถือเอารูปดอกบัวเป็นหลักการประดิษฐ์ ทรวดทรงยอดนพศูล และรูปหัวเม็ดทรงมัน การหาทรงยอดนพศูล ต้องเขียนเป็นรูปสามเหลี่ยมด้านเท่า แล้วขีดเส้นมุมแหลมเรียก “เส้นจอมปราสาท” เป็นเส้นหลังลูกระฆัง แล้วจึงขีดเส้นมุมแหลมเป็นเส้นหลังระฆังใต้ลูกระฆังเป็นเชิงกลอน จะทำเป็น 3 ชั้น หรือ 4 ชั้น ก็คิดแบ่งเป็นชั้นๆ ชั้นล่างต้องเตี้ย ชั้นที่ 1 ที่ 2 ที่ 3 ต้องไขสูงกว่ากันทุกชั้น ถึงชั้นปากระฆัง ส่วนหน้าบันชั้นล่างมีบันใหญ่ 3 บาน มีหน้าบันแทรกข้าง ชั้นที่ 2 มีหน้าบันใหญ่ 2 บาน มีหน้าบันเล็กแทรกข้าง ชั้นที่ 3 มีหน้าบันใหญ่ 1 บาน มีหน้าบันเล็กแทรกข้าง ชั้นปากระฆังมี 1 บาน ส่วนยอดสูงตั้งแต่หลังลูกระฆัง คิดเอาเท่าเชิงกลอนยาว 4 ศอก เอายอดสูง 4 ศอก แบ่งเป็นเชิงบาตรและกลีบขนุน 3 ชั้น บัวกลุ่ม 3 ชั้น และปลี ยอดภายใน 4 ศอก…”

อย่างไรก็ดี ซุ้มประตูปูนปั้นยอดนพศูลสวมฉัตรทอง ย่อมุม ห้องชั้นในกุฏิพระอาจารย์แสงนั้น ช่างทองร่วง เอมโอษฐ ศิลปินแห่งชาติ และช่างเฉลิม พึ่งแตง ครูช่างปูนปั้นเพชรบุรี เรียกว่า “ยอดบุษบก” ทั้งนี้ ปูนปั้นบนซุ้มประตูกุฏิพระอาจารย์แสง มีมุขหน้าบันซ้อนกัน 2 ชั้น ช่อฟ้าใบระกา และนาคเบือน ย่อมุม แต่ละชั้นประดับกระจังเรียงและนาคปักษ์ ปลีประดับด้วยกลีบขนุนเป็นปล้องๆ ยอดปลีมีฉัตรทองสวมไว้ พร้อมทั้งปิดทองร่องชาด ประดับกระจกเกรียบสีเขียวไว้โดยรอบ ปัจจุบันเหลือเพียง 4 ชิ้น เป็นฝีมือสกุลช่างเพชรบุรีสมัยอยุธยา อันเป็นมรดกทางวัฒนธรรมที่มีคุณค่าทางศิลปกรรมประวัติศาสตร์ ที่สุดยอดอีกแห่งหนึ่งของจังหวัดเพชรบุรี

ร.อ. ชาญ ชาญใช้จัก ร.น. อดีตข้าหลวงจังหวัดเพชรบุรี ปูชนียบุคคลเมืองเพชรบุรี กล่าวถึงพระอาจารย์แสง องค์สถาปนาวัดเขาบันไดอิฐไว้ในหนังสือสมุดเพชรบุรี 2525 มีข้อความตอนหนึ่งว่า

“สมัยสุโขทัยเป็นราชธานี มีพระภิกษุได้สร้างสำนักสงฆ์ไว้บนยอดเขา ตกมาถึงสมัยอยุธยาจึงเลื่อนลงมาสร้างพระอารามขึ้นที่ไหล่เขา มีโบสถ์วิหารสร้างหันหน้าเข้ากัน พระสถูปเจดีย์ ตั้งอยู่กลางเพราะมีที่ราบจำกัดในการก่อสร้าง จึงอุปมาตามรูปเรียกกันว่า “โบสถ์เมียน้อยเมียหลวง” ที่มีตำนานเล่าขานสืบต่อกันมา พระอาจารย์แสงผู้มีชื่อเสียงในทางกฤตยาคม เป็นผู้สร้างขึ้น อีกทั้งเป็นพระอาจารย์ของสมเด็จพระพุทธเจ้าเสือ หรือขุนหลวงสรศักดิ์ ซึ่งเคยเสด็จประพาสเขาบันไดอิฐ ทรงเยี่ยมพระอาจารย์แสง อันเป็นเหตุให้พระอาจารย์แสง ระบือนาม มีผู้คนนับถือลือชา วัดวาอารามก็พลอยได้อย่างมหาศาล ต่อนั้นมา ก็ได้สืบกฤตยาจารย์ตามลำดับ จนถึงยุค “หลวงพ่อแดง” มีชื่อเสียงเป็นที่นับถือกันแพร่หลาย…”

อาจกล่าวได้ว่า กุฏิพระอาจารย์แสงอันมีหลักฐานทางศิลปสถาปัตยกรรมโบราณคดีและทางประวัติศาสตร์ แต่มิได้กล่าวถึงกันมากนัก ทั้งๆ ที่ “กุฏิพระอาจารย์แสง” เป็นมรดกทางวัฒนธรรมที่ทรงคุณค่าร่วมสมัยเดียวกับศาลาการเปรียญวัดใหญ่สุวรรณาราม

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: