เงินสด กับ นวัตกรรมการชำระเงิน

Published July 18, 2016 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือเทคโนโลยีชาวบ้าน

http://info.matichon.co.th/techno/techno.php?srctag=05121150259&srcday=2016-02-15&search=no

วันที่ 15 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2559 ปีที่ 28 ฉบับที่ 617

บัญชีชาวบ้าน

วิโรจน์ เฉลิมรัตนา virojch@yahoo.com

เงินสด กับ นวัตกรรมการชำระเงิน

เราเคยคุ้นกับการชำระเงินโดยใช้เงินสดเวลาซื้อสินค้าบริการต่างๆ มานานหลายปี จนเมื่อเริ่มมีการใช้บัตรเครดิต ความรู้สึกและพฤติกรรมในการจับจ่ายใช้สอยของเราก็เริ่มเปลี่ยนไป เราเริ่มรู้สึกว่ามีพลังอำนาจในการซื้อมากขึ้น ความรู้สึกกังวลต่อรายได้ที่จะมารองรับค่าใช้จ่ายเริ่มลดลง เรารู้ว่ายอดเงินที่เราจ่ายจะยังไม่หลุดออกจากกระเป๋าสตางค์ในทันที เรายังมีเวลาอีกสักพักก่อนที่เราต้องจ่ายเงินออกไปจริงๆ

การชำระเงินด้วยวิธีที่เรียบง่ายธรรมดา เริ่มมีการพัฒนารูปแบบและปรับเปลี่ยนวิธีการในรายละเอียด แรกๆ เราชำระยอดบัตรเครดิตตามยอดเงินที่เราจ่ายออกไปทั้งจำนวน หากหมุนเงินมาจ่ายยอดตามบัตรไม่ทัน ธนาคารก็ยังยอมให้เราติดค้างได้โดยเราจะถูกคิดดอกเบี้ย แม้จะในอัตราสูงสักหน่อย แต่ก็ดูเหมือนยังมีเวลาให้เราหายใจหายคอได้อยู่

ความนิยมใช้บัตรเครดิตเป็นเครื่องมือในการชำระเงินนั้น นอกจากสะดวกสบายกว่าการพกเงินสดแล้ว ในปัจจุบัน การชำระเงินโดยใช้บัตรเครดิตยังเป็นเครื่องมือเพิ่มกำลังซื้อให้กับเราอีกด้วย ทุกวันนี้เวลาเราซื้อของที่ราคาค่อนข้างสูง เราสามารถผ่อนยอดชำระเป็น 10 งวด แถมยังสร้างรูปแบบให้เรารู้สึกว่าไม่เสียดอกเบี้ยอีกต่างหาก

ต้องยอมรับว่า วิธีการชำระเงินผ่านบัตรเครดิตในรูปแบบ 0% 10 เดือน จูงใจให้เราตัดสินใจซื้อของง่ายขึ้น ลดภาระและทอดเวลาในการหาเงินมาชำระออกไปนานพอสมควร ทำให้แม้เราจะมีเงินเดือนไม่มากนักก็พอจะมีกำลังซื้อของราคาแพงกว่าความสามารถที่เรามีได้ ทำให้เรามีโอกาสได้ของที่เราต้องการแต่ซื้อด้วยเงินสดไม่ไหว และยังให้ความรู้สึกที่ไม่เป็นภาระมากเกินไปให้กับเรา

ในปัจจุบัน ว่ากันว่า ประเทศเศรษฐกิจใหม่ต่างตอบรับการใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิตมากยิ่งขึ้น รัฐบาลในประเทศเหล่านี้มองว่าการใช้จ่ายผ่านเงินสดทำให้รัฐบาลสิ้นเปลืองงบประมาณในการจัดการกับเงินสด ตั้งแต่การพิมพ์เงิน การนำเงินไปแจกจ่าย การจัดเก็บ และการนำเข้าคลัง การทำความสะอาดเงิน ภารกิจต่างๆ ที่เกี่ยวกับเงินสดทำให้รัฐบาลมีภาระค่าใช้จ่ายสูง ตามตัวเลขระบุว่า ภาระค่าใช้จ่ายเหล่านี้ ไม่น้อยกว่า 1.5% ของ จีดีพี ของประเทศเลยทีเดียว

นอกจากนี้ การใช้จ่ายด้วยเงินสด ยังทำให้การตรวจสอบติดตามธุรกรรมต่างๆ เป็นไปได้ยากอีกด้วย การติดตามเส้นทางเดินของเงินที่เกี่ยวข้องกับการทำผิดกฎหมายก็ทำได้ยากมาก ไปจนถึงไม่สามารถทำได้เลย

การเลี่ยงภาษี ตลาดเงินเถื่อน และการฟอกเงิน ล้วนแล้วแต่เกี่ยวข้องกับเงินสด เพื่อหลีกเลี่ยงการติดตามจากเจ้าหน้าที่ รัฐบาลในประเทศเหล่านี้จึงมองว่า การใช้บัตรเครดิตเป็นวิธีหนึ่งที่จะช่วยให้สามารถติดตามความเคลื่อนไหว การใช้จ่าย การเคลื่อนย้ายเงินได้

กิจการหรือธุรกิจที่ทำบัญชี 2 ชุด ก็นิยมเดินรายการธุรกิจผ่านเงินสด แม้จะตกเป็นที่สังเกตและจับตาของเจ้าหน้าที่กรมสรรพากร แต่สุดท้ายการใช้จ่ายผ่านเงินสด หรือแม้แต่การรับเงินจากการขายผ่านเงินสด ก็ทำให้การตรวจสอบภาษีเป็นไปอย่างยากลำบาก จนถึงกับทำให้เจ้าหน้าที่กรมสรรพากรใช้วิธีประเมินภาษี กรณีที่กิจการไม่สามารถหาหลักฐานที่ชัดเจนมาพิสูจน์รายการใช้จ่ายผ่านเงินสดเหล่านั้นได้

บริษัท Master Card ระบุว่า แม้ว่าจะมีการใช้บัตรเครดิตกันอย่างแพร่หลาย แต่การจ่ายเงินราว 85% ของการจ่ายเงินทั้งหมดทั่วโลก ยังอยู่ในรูปของเงินสด และมีแค่ 15% เท่านั้นที่ใช้จ่ายในรูปบัตรเครดิต

บริษัทบัตรเครดิตในต่างประเทศต่างแข่งขันแย่งตลาดกันในประเทศกำลังพัฒนาหลายประเทศ ไม่ว่าจะในทวีปแอฟริกา อินเดีย และบราซิล ซึ่งเป็นตลาดที่บริษัทบัตรเครดิตมีการแข่งขันกันอย่างรุนแรง เพราะคนจำนวนมากในประเทศเหล่านี้ยังไม่มีบัญชีธนาคาร และชนชั้นกลางกำลังเพิ่มจำนวนขึ้น

บริษัทบัตรเครดิตในปัจจุบัน ไม่จำเป็นจะต้องใช้เพียงแค่บัตรเครดิตเหมือนในอดีตอีกต่อไป ด้วยเทคโนโลยีในปัจจุบัน มีการออกแบบโปรแกรมและซอฟต์แวร์เพื่อการจ่ายเงินออกมาหลายรูปแบบ ตั้งแต่การชำระเงินผ่านออนไลน์โดยอิงกับบัตรเครดิต เช่น ระบบเพย์สบาย (PaysBuy) ไปจนถึงเทคโนโลยีการจดจำใบหน้าแบบมือถือที่ผู้ใช้สามารถจ่ายเงินค่าสินค้าได้ด้วยภาพใบหน้าเป็นตัวยืนยันความถูกต้อง

ในบางประเทศมีการออกบัตรประชาชนแบบใหม่ ที่มีข้อมูลส่วนตัวที่ช่วยยืนยันตัวบุคคลได้ บริษัท Master Card ได้ร่วมมือกับรัฐบาลไนจีเรีย ช่วยให้ทางการออกบัตรประชาชนอิเล็กทรอนิกส์ หรือ E-d-I (Enhanced driver license) ที่บรรจุข้อมูลคล้ายกับข้อมูลส่วนตัวที่อยู่ในใบขับขี่รถยนต์ในประเทศสหรัฐอเมริกา

หรืออย่างที่ปัจจุบัน ธนาคารไทยพาณิชย์เริ่มมีการเปิดบัญชีแบบไร้สมุด โดยจะมีการถ่ายภาพหน้าบุคคลเก็บไว้ในระบบฐานข้อมูลเงินฝาก และฝากถอนโดยใช้บัตรประชาชน และการยืนยันภาพใบหน้าบุคคล ก็เป็นตัวอย่างให้เรามองเห็นว่า อนาคตคงมีการคิดค้นวิธีการต่างๆ ออกมาอีกมากมาย โดยใช้เทคโนโลยีเป็นตัวช่วย

มีคนจำนวนมากเชื่อกันว่า ในอนาคต ธนาคารพาณิชย์อาจจะต้องลดจำนวนสาขาและพนักงานของธนาคารลงเป็นจำนวนมาก เพราะการทำรายการโอนเงิน ชำระเงิน จะผ่านระบบมือถือสมาร์ทโฟน และระบบออนไลน์มากยิ่งขึ้น ความจำเป็นที่ผู้คนจะต้องเดินทางไปธนาคารเพื่อทำรายการจึงมีน้อยลง อีกทั้งช่องทางการชำระเงินในปัจจุบันก็ยังสามารถทำรายการผ่านที่ทำการไปรษณีย์ ร้านค้าสะดวกซื้อ เคาน์เตอร์เซอร์วิสต่างๆ บริษัทที่ทำธุรกิจโทรคมนาคมเองก็พัฒนาระบบการชำระบิลค่าโทรศัพท์ผ่านบัตร หรือระบบการชำระเงินของตนเอง พร้อมจูงใจด้วยส่วนลด โปรโมชั่นต่างๆ หากทำรายการผ่านระบบเหล่านี้ แม้แต่ร้านกาแฟชื่อดังที่เดี๋ยวนี้เราไม่จำเป็นต้องพกเงินสด แค่สแกนคิวอาร์โค้ด (ของบัตรที่เราเติมเงินไว้ก่อน) ผ่านสมาร์ทโฟนก็สามารถชำระเงินได้อย่างสะดวกสบายโดยไม่ต้องพกเงินสด แม้แต่ iPhone ก็พัฒนาระบบการชำระเงินที่เรียกว่า Apple Pay ที่ใช้ระบบการอ่านข้อมูลที่ไม่ต้องมีการสัมผัสแถบแม่เหล็ก หรือชิปในบัตร ซึ่งเป็นระบบความปลอดภัยที่ไม่สามารถคัดลอกข้อมูลส่วนตัวในบัตรไปใช้ได้

เทคโนโลยีและนวัตกรรม เกิดขึ้นและพัฒนาอย่างต่อเนื่องทุกวัน การทำงาน การทำธุรกิจ การดำเนินชีวิต การจับจ่ายใช้สอย การพักผ่อนหย่อนใจ และการใช้ชีวิต ล้วนแล้วแต่มีรูปแบบที่แตกต่างไปจากในอดีต สังคมในอนาคตผู้คนน่าจะมีความจำเป็นต้องถือเงินสดน้อยลง หรืออาจจะไม่ต้องถือเงินสดอีกต่อไป รูปแบบการชำระเงินคงไม่ได้จำกัดอยู่แค่การใช้สมาร์ทโฟนเท่านั้น การใช้ลายนิ้วมือ หรือ เอกลักษณ์ โดยใช้เทคโนโลยีในการจดจำก็คงเป็นอีกวิธีการหนึ่งที่จะถูกนำมาใช้

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: