ข้าวจี่?ของกินประจำท้องถิ่น?จากตำนานโบราณ

Published July 18, 2016 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือเทคโนโลยีชาวบ้าน

http://info.matichon.co.th/techno/techno.php?srctag=05118150259&srcday=2016-02-15&search=no

วันที่ 15 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2559 ปีที่ 28 ฉบับที่ 617

ครัวชาวบ้าน

พิชญาดา เจริญจิต Phitchayada7@hotmail.com

ข้าวจี่?ของกินประจำท้องถิ่น?จากตำนานโบราณ

เมื่อย่างเข้าหน้าหนาว ลมหนาวพัดกระหน่ำ วิถีชีวิตชาวชนบทอีสานเราจะพบเห็นคนเฒ่า คนแก่และลูกหลาน นั่งล้อมรอบกองไฟ ผิงไฟ พร้อมปิ้งข้าวเหนียวทาเกลือ ที่ชาวอีสานเรียกกันว่า ข้าวจี่ อาหารอีสานยอดนิยมที่มาพร้อมกับอากาศหนาวๆ เย็นๆ

“ข้าวจี่” อาหารพื้นบ้านของชาวอีสานที่มีมาตั้งแต่บรรพบุรุษ ทางภาคอีสานจะเห็นว่าตามตลาดเช้ามีแม่ค้าปิ้งข้าวจี่ขายในหลายๆ จังหวัด อาหารอีสานแบบง่ายๆ อย่าง ข้าวจี่ จะได้รับความนิยมกันมากในช่วงหน้าหนาว เพราะทางอีสานพอเข้าหน้าหนาวอากาศจะหนาวมาก ซึ่งถ้าปีไหนที่หนาวมากๆ ชาวบ้านจะต้องมานั่งรวมกันผิงไฟ แล้วกิจกรรมการจี่ข้าวพร้อมๆ กับการสนทนา และแลกเปลี่ยนความคิดเห็นรอบกองไฟก็เกิดขึ้น ณ ที่แห่งนั้น

เป็นภาพความสุขของคนชนบทอันเรียบง่ายที่แฝงด้วยความงดงาม ซึ่งบางครั้งคนเมืองยังต้องอิจฉา จริงไหมคะ

“ข้าวจี่” อาหารโปรดของหลายๆ คนชาวอีสาน จากความทรงจำในอดีตที่พอจะจำมั่งพอถึงหน้าหนาว อากาศหนาวๆ เช้าๆ แม่จะก่อกองไฟให้ผิง พร้อมกันนั้นจะมีข้าวเหนียวนึ่งจากข้าวใหม่ส่งกลิ่นหอมๆ ปั้นข้าวเหนียว โรยเกลือ แล้วย่างไฟกรอบๆ ถ้าได้ชุบไข่สักนิดยิ่งอร่อยสุดๆ กินไปด้วย ผิงไฟไปด้วย จะกินป่าวๆ หรือหากมี เนื้อ หรือหมูตากแห้งย่าง และปลาแดกบอง (ปลาร้าบอง) ด้วย วันนั้นถือว่าฟินสุดๆ

ข้าวจี่ ถูกจัดให้เป็นของกินเล่นอย่างหนึ่ง จัดอยู่ในประเภทอาหารที่มีวิธีการทำแบบปิ้งหรือ ย่าง สมัยก่อนนิยมใช้ข้าวเย็น หรือข้าวที่เหลือจากการกินมื้อเย็นวันก่อนมาปั้น เอาไม้เสียบตรงกลาง และนำไปปิ้งกับถ่านไฟแดง เมื่อผิวของก้อนข้าวเกรียมเล็กน้อย ก็ถือว่าข้าวจี่นั้นใช้ได้แล้ว ปกติใช้เป็นอาหารสำหรับเด็กๆ ที่ตื่นแต่เช้าพร้อมแม่ ช่วยแก้หิวในขณะที่นึ่งข้าวยังไม่สุก หากจะให้มีรสชาติดีขึ้น บางคนนำกะทิผสมเกลือ คลุกกับข้าว แล้วปั้นข้าวและเสียบไม้ นำไปปิ้งให้เกรียมนิดหน่อย จึงนำมาชุบไข่แล้วนำไปปิ้งอีกที

ปัจจุบัน ข้าวจี่ เป็นที่นิยมและได้กระจายไปตามพื้นที่ต่างๆ ของประเทศไทย ทั้งนี้ อาจจะเป็นเพราะคนอีสานได้ย้ายถิ่นฐานไปอยู่เกือบทุกที่ของประเทศไทย พร้อมกับการนำเมนูข้าวจี่ติดตัวไปด้วย

หลายๆ คนคงจะไม่รู้จักข้าวจี่ แต่เด็กอีสานหลายคนหรือจะแทบทุกคนเลยคงต้องรู้จักข้าวจี่ นี้ (อย่างน้อยก็น่าจะรู้จักน่ะ!) ข้าวจี่ เป็นอาหารว่างที่กินง่ายและทำให้อิ่มท้องนาน เมื่อสมัยเด็กๆ พอจะจำได้ว่าเราเป็นคนหนึ่งแหล่ะ ที่ชอบกินข้าวจี่มากๆ แต่ด้วยเพราะหน้าที่การงานที่ต้องรับผิดชอบ จึงทำให้ไม่ค่อยได้สัมผัสรสชาติข้าวจี่ทาไข่หอมๆ บ่อยนัก แต่ทุกครั้ง หากมีโอกาสกลับไปเยือนถิ่นอีสานคราใดแล้วล่ะก็ จะไม่พลาดกับข้าวจี่หอมๆ อร่อยๆ ที่ยังพอจะหากินได้บ้างตามตลาดเช้า-เย็น

จากความทรงจำในอดีต พอจะนึกออกว่า ในสมัยก่อนจะเห็นแม่ค้าปิ้งข้าวจี่ขายตามงานวัด หรือตามตลาดยามเช้าๆ หรือแม้แต่หน้าโรงเรียน ที่มีคุณป้า คุณยาย มาตั้งหาบขายให้เด็กๆ หลังเลิกเรียน กินแล้วแก้หิวได้เป็นอย่างดี ยิ่งพอเข้าหน้าหนาว จะเห็นเด็กๆ นักเรียนยืนล้อมเตาปิ้งข้าวจี่ของคุณป้า คุณยาย เป็นภาพน่ารักที่คนปัจจุบันไม่มีโอกาสได้เห็นแล้ว ช่างแตกต่างจากอาหารหน้าโรงเรียนในสมัยนี้ ที่ส่วนมากเป็นเมนูแก้หิว แต่ไร้คุณภาพซะมากกว่า ไม่ว่าจะเป็นอาหารประเภท ทอด ปิ้ง ย่าง รวมทั้งขนมขบเคี้ยวและน้ำอัดลมหลายรูปแบบที่มีไว้หลอกล่อเด็กๆ จนถูกจัดอันดับให้เป็นเมนูอันตรายยอดฮิตหน้าโรงเรียนไปแล้ว!

ข้าวจี่ ใช่ว่าจะได้รับความนิยมเฉพาะคนไทยทางภาคอีสาน จะเห็นว่าประเทศลาวเองก็มีข้าวจี่เหมือนกัน ที่หลวงพระบาง ข้าวจี่ คือ ขนมปังแท่งยาวๆ แบบฝรั่งเศส นำมาผ่าซีก เสร็จแล้วนำไปใส่เครื่องเคียงต่างๆ เช่น แตงกวา ไข่เจียวตัดเป็นเส้นๆ หมูยอ หมูหยอง (คนลาวเรียกหมูฝอย) และปรุงรสด้วยซอสมะเขือเทศ (เนื่องจากเมื่อครั้งอดีต ลาวเคยตกเป็นเมืองขึ้นของฝรั่งเศส จึงได้รับเอาวัฒนธรรมเรื่องอาหารมาบ้างบางส่วน)

การทำข้าวจี่นั้นทำได้ไม่ยาก เพียงนึ่งข้าวเหนียวเตรียมไว้ มี ไข่ เกลือ และผงชูรสนิดหน่อย จะทำให้ข้าวจี่ไม่จืดชืด ส่วนข้าวเหนียวนึ่งที่นำมาทำข้าวจี่นั้น ควรใช้ข้าวที่นึ่งแล้วนิ่มหน่อย อย่างข้าวค้างคืนแล้วนำมาอุ่นอีกจะได้ข้าวเหนียวนิ่มๆ เอามาปั้นเป็นก้อนตามใจชอบ แล้วโรยเกลือให้ทั่ว นำไปปิ้งในเตาถ่าน ก่อนปิ้งอาจจะเสียบด้วยไม้ไผ่ เวลากินจะได้ไม่ร้อนมือ

กรรมวิธีการปิ้งข้าวจี่ ต้องให้ข้าวส่วนนอกแข็ง จนได้กลิ่นข้าวไหม้ ปิ้งไปจนกระทั่งข้าวจับตัวกันดี ก็เอาข้าวไปชุบกับไข่ให้ทั่ว ไข่ที่ใช้ชุบอาจจะปรุงรสด้วยเกลือ หรือน้ำปลา แล้วใช้แปรงนุ่มๆ ชุบไข่มาทาข้าว หรือจะเอาข้าวชุบลงในชามก็ได้ จากนั้นนำไปย่าง ปิ้งไฟจนไข่เหลืองสวย เราก็จะได้ข้าวจี่นุ่มๆ หอม อร่อย จากนั้นก็ลงมือกินได้เลย เพราะหากปล่อยไว้นานข้าวจี่จะแข็งไม่อร่อย

เครื่องปรุง

– ข้าวเหนียวนึ่งสุก

– ไข่ไก่ ไข่เป็ด

– เกลือป่น

– น้ำกะทิ (ถ้าทำแบบทางเหนือ)

วิธีทำ

1. ปั้นข้าวเหนียว (นึ่งสุกแล้ว) เป็นก้อน ทำแบนเล็กน้อยพองาม โรยเกลือ

2. นำไฟจี่ (ปิ้ง หรือ ย่างเตาถ่าน ไฟปานกลางถึงอ่อน) กลับด้านให้เกรียมเป็นสีเหลือง

3. นำข้าวจี่ที่ย่างแล้วมาชุบไข่ไก่ที่ตีไว้ในชาม (ใส่ซอสปรุงรสเล็กน้อย ถ้าไม่ชอบไม่ใส่ก็ได้)

4. นำขึ้นย่างอีกครั้ง ถ้าอยากได้ไข่หนาๆ ก็ชุบหลายครั้ง

ตำนานของ ข้าวจี่

ข้าวจี่ เป็นอาหารชนิดหนึ่งของคนอีสาน ถือกำเนิดขึ้นในขณะนั่งผิงไฟในหน้าหนาว ช่วงที่เก็บเกี่ยวข้าวแล้วเสร็จใหม่ๆ ปกติข้าวเหนียวนึ่งใหม่จะมีกลิ่นหอมมาก เมื่อนั่งผิงไฟ คนอีสานเขาก็เอาข้าวเหนียวนึ่งมาปั้น แล้วโรยเกลือ ทาไข่สักหน่อย นำมาย่างไฟให้เกรียมก็ถือว่าสุกพร้อมกินได้เลย บางคนจะเอาข้าวจี่ไปถวายพระ จนต่อมากลายมาเป็นประเพณีงาน “บุญข้าวจี่” นิยมทำกันในช่วงเดือน 3 ข้างแรม จนมาถึงทุกวันนี้

ในพระธรรมบท ได้ระบุถึงหญิงคนหนึ่งชื่อ นางปุณณทาสี เป็นคนยากจน ต้องไปเป็นทาสี (ทาสหญิง) รับใช้ของเศรษฐีคนหนึ่ง ในกรุงราชคฤห์ นางได้ทำขนมแป้งจี่ (ข้าวจี่) จากรำข้าวละเอียด ถวายแด่พระพุทธเจ้าและพระอานนท์ และนางคิดว่าเมื่อพระพุทธองค์กับพระอานนท์รับแล้วคงจะไม่ฉัน เพราะอาหารที่นางถวายไม่ใช่อาหารดีหรือประณีตอะไร คงจะโยนให้ กา และสุนัขกินเสีย ครั้นเมื่อพระพุทธองค์ทรงทราบถึงวาระจิตของนาง และเข้าใจในเรื่องที่นางปุณณทาสีคิด พระองค์และพระอานนท์จึงได้ฉันขนมแป้งจี่ของนางจนหมด พร้อมได้แสดงธรรมให้ฟังจนกระทั่งนางปุณณทาสีได้บรรลุโสดาบันเป็นอริยอุบาสิกา เพราะมีข้าวจี่เป็นมูลเหตุนั่นเอง และด้วยความเชื่อในอานิสงส์ของการทานดังกล่าวนี้เอง จึงทำให้คนอีสานโบราณได้จัดงานประเพณีบุญข้าวจี่ขึ้นทุกๆ ปี สืบต่อกันมามิได้ขาด

งานประเพณี บุญข้าวจี่ เป็นการสืบสานวัฒนธรรมประเพณีของคนพื้นถิ่นทางอีสาน มีการจัดขึ้นในหลายๆ จังหวัด เพราะการทำข้าวจี่ให้อร่อยต้องใช้ข้าวเหนียวเท่านั้น และคนอีสานทำนาปลูกข้าวเหนียวกันเยอะ การจัดงานบุญข้าวจี่ประจำปี จึงเป็นประเพณีอีสานที่สืบสานกันมายาวนาน

ข้าวจี่ เป็นของกินประจำท้องถิ่นโบราณ กินกันได้ตั้งแต่เด็กๆ ไปจนถึงผู้เฒ่า ผู้แก่ มีการจารึกไว้ในวัฒนธรรมของคนอีสานที่ชาวบ้านจะทำข้าวจี่มาถวายพระ จนบางจังหวัดมีการจัดงานบุญข้าวจี่ยักษ์ ใหญ่ที่สุดในโลกขึ้น สร้างความตื่นตาตื่นใจ และสนุกสนานให้แก่ประชาชนและนักท่องเที่ยวผู้มาเยือน เป็นการเชิญชวนให้คนไทยเที่ยวเมืองไทย กินของไทย เงินทองไม่รั่วไหลออกนอกประเทศแน่นอนค่ะ และยังตอบสนองนโยบายส่งเสริมการท่องเที่ยว ของ ททท. ภายใต้สโลแกน เที่ยวเมืองไทย ไม่ไปไม่รู้ จริงๆ นะ

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: