พระยาเลี้ยง หรือจะสู้พ่อค้า (ตลาดนัดอาเซียน)

Published July 17, 2016 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือเทคโนโลยีชาวบ้าน

http://info.matichon.co.th/techno/techno.php?srctag=05124010259&srcday=2016-02-01&search=no

วันที่ 01 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2559 ปีที่ 28 ฉบับที่ 616

อุษาคเนย์ไม่ไหลกลับ

จิตติมา ผลเสวก

พระยาเลี้ยง หรือจะสู้พ่อค้า (ตลาดนัดอาเซียน)

ฉันเดินเข้าไปในบริเวณตลาดนัดอาเซียนที่คนไทยเป็นผู้จัดอย่างคุ้นเคย ด้วยว่าเคยตามเพื่อนเจ้าแม่ตลาดนัดอาเซียน ไปเที่ยวตามเมืองที่เธอไปเปิดตลาดนัดมาหลายครั้ง ครานี้เธอมาติดตลาดที่ท่าแขก แขวงคำม่วน ซึ่งฉันเดินทางข้ามแม่น้ำโขงมาจากนครพนมอย่างสะดวกดาย

วันนี้เป็นวาระพิเศษที่ไม่ได้เพียงมาเดินโฉบผ่านตลาดนัดเหมือนอย่างเคย ฉันตั้งใจมาคุยกับพ่อค้าชาวไทยคนหนึ่ง ที่ประสบความสำเร็จจากการค้าขาย จะว่าไปแล้วฉันเคยพบเขาเมื่อแรกๆ ที่เพื่อนทำตลาดนัด ครานั้นฉันผ่านตาว่าเขานั่งปั่นสายไหมสีสวยๆ ขายเด็กๆ ที่มามุงล้อม ขนมสายไหมสวยงามฟุ้งฝันเข้ากับบรรยากาศตลาดนัดเป็นอย่างยิ่ง โดยเฉพาะเมื่อประกอบส่วนเข้ากับเครื่องเล่นจำพวกชิงช้าสวรรค์และอื่นๆ ที่ชวนสนุกสนาน

เขาชื่อเต็มว่า วีรวัฒน์ มุขยวงศ์ เพื่อนๆ เรียกเขาว่า วัฒน์ แต่สำหรับชาวตลาดนัดใน สปป. ลาว ใครๆ ต่างเรียกเขาว่า “พี่วัด” ในตลาดนัดแห่งนี้หากใครมีปัญหาอะไรมักจะต้องเรียกหาพี่วัดให้มาจัดการ ด้วยว่านอกจากจะค้าขายไม่ต่างพ่อค้าแม่ค้าคนอื่น เขายังเป็นคนจัดการแทนเจ้าของตลาดนัดชาวไทยเพื่อนของฉัน ซึ่งมีงานส่วนอื่นต้องจัดการดูแล ก็ได้พึ่งพาวีรวัฒน์คนนี้แหละเป็นหูเป็นตาดูแลแทน ตลาดนัดนั้นเห็นค้าขายกันง่ายๆ ก็เถอะ มีปัญหาให้ตามแก้กันไม่เว้นวันเลยทีเดียว

วีรวัฒน์ เริ่มต้นจากการค้าขายสายไหมตามที่ต่างๆ ในเมืองไทย กระทั่งวันหนึ่งขายอยู่ที่งานเกษตรแม่โจ้ เชียงใหม่ ได้ใบปลิวโฆษณาตลาดนัดในประเทศลาว ก็ตัดสินใจเข้าร่วมเป็นครั้งแรกที่แขวงไชยะบุรี ครั้งนั้นเสมอตัวไม่ได้กำไร แต่เขาถือว่าเป็นการหาโอกาสให้ตัวเอง เช่นเดียวกับทุกครั้งที่เริ่มต้นใหม่ กำไร คือโอกาสที่จะได้มาใหม่

จากนั้น เดินสายไปเชียงขวาง 20 วัน แล้วกลับไปตระเวนขายตามตลาดในเมืองไทยเหมือนเดิม เป็นเวลา 1 ปี จนวันหนึ่งไปขายที่ขอนแก่น พบคนที่อยากเข้าไปขายของในลาว เขาจึงเป็นคนนำทางพาเข้าประเทศลาวพร้อมกับขายสายไหมของตัวเองไปด้วย หลังจากนั้น เขาก็วนเวียนค้าขายอยู่ในประเทศลาวมาจนถึงวันนี้

“ผมมองตลาดลาวว่า พอมีโอกาส เมื่อมองย้อนไปเมืองไทยราวสิบยี่สิบปีที่แล้วว่า สังคมยุคนั้นต้องการอะไร คนลาวตอนนี้ที่เขาเพิ่งเปิดประเทศไม่นานก็ต้องการอย่างนั้น สมัยก่อนคนไทยมักพูดว่า สิบพ่อค้า ไม่เท่าพระยาเลี้ยง คนลาวตอนนี้ก็เหมือนกัน มีแต่คนอยากรับราชการมากกว่าค้าขาย”

วีรวัฒน์ มองไปถึงสังคมลาวยุคนี้ที่ไล่หลังไทยมานับสิบสิบปี คนลาวต้องการรับราชการเป็นเจ้าคนนายคนมากกว่าค้าขาย ดังนั้น คนลาวจึงจับจ่ายใช้สอยมากกว่าค้าขายเอง นี่คือจุดที่เขาพบว่าเป็นโอกาสของคนค้าขายอย่างเขา แต่เมื่อผ่านมาถึงยุคนี้ คนลาวเริ่มลืม คำว่า พระยาเลี้ยง หันมาค้าขายกันมากขึ้น และพัฒนาการค้าขายได้เร็ว ด้วยมีเทคโนโลยีเป็นเครื่องมือในการสื่อสาร ในตลาดนัดที่ชาวไทยได้สัมปทานก็มีพ่อค้าแม่ค้าชาวลาวอยู่ไม่น้อย

การค้าขายที่ไม่ได้สักแต่ว่าหาของมาขายไปวันๆ ทว่าได้วิเคราะห์สภาพสังคมไปด้วย ดูเหมือนจะทำให้วีรวัฒน์พัฒนาการค้าขายของตนให้ก้าวหน้าขึ้นเรื่อยๆ

วันนี้จึงไม่มีพ่อค้าขนมสายไหมอีกแล้ว ด้วยว่าพี่วัดของชาวตลาดนัดเปลี่ยนมาขายกระเป๋าสตางค์หลากแบบแทน และไม่ได้ขายคนเดียวอีกแล้ว เขามีภรรยาสาวชาวลาวเป็นหุ้นส่วนชีวิตที่อยู่เคียงข้างเขาทุกที่ เป็นแม่ค้ากระเป๋าสตางค์และมือขวาพี่วัดผู้ช่วยดูแลชาวตลาดนัด ฉันถามว่า ทำไมเปลี่ยนสินค้า วัฒน์ บอกว่า คนค้าขายเมื่อมีทุนมากขึ้นก็ต้องลงทุนให้มีรายได้มากขึ้นเป็นธรรมดา เขาเริ่มค้าขายจากทุนแค่ 2,000 บาท ก็ลงทุนได้แค่สายไหม เมื่อมีเงินลงทุนเพิ่มขึ้น เขาก็ต้องมองหาสินค้าตัวใหม่ที่ทำรายได้มากขึ้น

“สายไหม ขายได้แค่ไหนก็แค่นั้น คือเรานั่งปั่นเช้าจรดค่ำได้สูงสุดอาจจะ 20,000 บาท แต่พอมาลงทุนขายกระเป๋าทั้งวันเคยขายได้สูงสุด 70,000-80,000 บาท แล้วไม่ต้องมานั่งปั่นทั้งวันด้วย อีกหน่อยอาจจะเปลี่ยนสินค้าอีกก็ได้”

วีรวัฒน์ บอกว่า เขาจะดูสินค้าที่คนลาวยังขาดอยู่ แล้วพยายามเฟ้นหาของดีราคาไม่แพงมาตอบสนองความต้องการ ต้องรู้จักลูกค้าก่อนว่าเป็นใคร เรียกได้ว่าเวลาจะซื้อของมาขายเขา จะเห็นหน้าลูกค้าลอยมาก่อนเลยว่าเป็นใคร นั่นคือ การรู้จักกลุ่มเป้าหมายที่จะเสนอสินค้า และที่สำคัญการค้าขายสิ่งใดก็ตาม ต้องเป็นสิ่งที่ตัวเองชอบด้วย ถ้าไม่ชอบก็เท่ากับฝืนใจขาย

“เราต้องชอบสิ่งที่เราขายอยู่ เวลาขายเราจะได้ขายไปยิ้มไป ไม่ใช่ขายไปหน้าบึ้งตึงไป ลูกค้าไม่มีใครชอบซื้อของกับคนขายหน้าบอกบุญไม่รับ” วีรวัฒน์ หัวเราะขำเมื่อพูดถึงตรงนี้ “เมื่อเริ่มจากสิ่งที่ตัวเองชอบ เวลาคุยกับลูกค้าเขาจะได้รู้สึกว่าเขาได้สิ่งที่ดีไป”

เห็นจะจริงอย่างที่เขาว่า เท่าที่ฉันนั่งคุยและดูผู้คนที่เข้ามาเลือกกระเป๋าร้านนี้ ทั้งวีรวัฒน์และภรรยาจะพูดคุยตอบลูกค้าด้วยสีหน้าแจ่มใส ไม่บูดบึ้ง คนที่เข้ามาลูบๆ คลำๆ กระเป๋าส่วนใหญ่ไม่พ้นที่จะยื่นเงินกีบแลกกับกระเป๋าอย่างเต็มใจ

ตัวชี้วัดความสำเร็จของแต่ละอาชีพอาจจะต่างกัน ความสำเร็จของคนค้าขายคงไม่พ้นจำนวนเงินที่ได้มาในกำมือ และสิ่งที่พิสูจน์ความสำเร็จของพ่อค้าตลาดนัดอาเซียนอย่างวีรวัฒน์ก็คงไม่พ้นรายได้ที่พอกพูน จากเงิน 2,000 บาท กับเครื่องทำสายไหมเก่าๆ รถปิกอัพบุโรทั่ง ตอนนี้เขาเป็นพ่อค้าเงินล้าน สามารถซื้อรถหกล้อขนของ ซื้อที่ดินในเวียงจันทน์และมีบ้านอยู่เชียงใหม่

“คนค้าขายในตลาดนัดประสบความสำเร็จก็มาก ล้มเหลวก็เยอะ ผมก็ไม่รู้เหมือนกันว่ามีสูตรสำเร็จอะไรบ้าง แต่ละคนอาจต้องใช้เวลาในการลองผิดลองถูกต่างกัน สำหรับผมถือว่าตลาดนัดเป็นธุรกิจที่ทำให้ผมอยู่ได้อย่างดี มีอาจารย์ที่เคยสอนหนังสือมาเจอผมที่ตลาดนัด บอกว่า เห็นมั้ย ถ้าขยันเรียนหนังสือก็ไม่ต้องมาเหนื่อยขายของ ผมไม่ได้โต้ตอบอะไร ใจคิดว่านี่คือ สิ่งที่ผมรักและผมก็ประสบความสำเร็จที่น่าพอใจ”

วีรวัฒน์ มุขยวงศ์ ตบท้ายว่า เขาอาจจะเป็นนายวีรวัฒน์ของที่อื่นๆ ที่ไม่มีใครรู้จัก แต่สำหรับตลาดนัดใน สปป. ลาว เขาคือ “พี่วัด” ที่ใครๆ ก็รู้จัก นี่กระมังความสำเร็จในชีวิตที่ไม่ต้องเป็นพระยาเลี้ยง

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: