บันทึกไว้ เมื่อวัย 57 ปี

Published July 17, 2016 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือเทคโนโลยีชาวบ้าน

http://info.matichon.co.th/techno/techno.php?srctag=05128010259&srcday=2016-02-01&search=no

วันที่ 01 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2559 ปีที่ 28 ฉบับที่ 616

ธรรมะจากวัด

บันทึกไว้ เมื่อวัย 57 ปี

อาตมา เกิดเมื่อ วันที่ 2 มกราคม 2502 ณ บ้านเขาม่วง ตำบลวังตะกอ อำเภอหลังสวน จังหวัดชุมพร เป็นบุตรคนสุดท้องของ นายจ่าง นางเขียน คงจินดา เมื่อกงล้อแห่งกาละหมุนมาในวันที่ 2 มกราคม 2559 อาตมาจึงมีอายุ 57 ปีเต็ม และกำลังเดินหน้าสู่อายุ 58 ปี ต่อไป

นับว่า อาตมาย่างเข้าสู่วัยผู้สูงอายุอย่างเต็มตัว มีเพื่อนอายุรุ่นราวคราวเดียวกันที่แต่งงานตั้งแต่วัยหนุ่มสาวมาถึงวันนี้มีลูกมีหลานผ่านการเป็นพ่อ แม่ และปู่ ย่า ตา ยายแล้ว ส่วนอาตมาไม่มีครอบครัว มีคนเรียกขานตามวัยว่า หลวงปู่ หลวงตา หลวงอา หลวงน้า หลวงลุง ตามความรู้สึกสนิทสนมว่า จะเรียกกันอย่างไรดี เป็นการเรียกขานจากใจบวกวัยที่กำลังชรา

ความรู้สึกกับวันเวลาที่ผ่านไป อาตมารู้สึกว่า วันเวลาผ่านไปอย่างรวดเร็วตั้งแต่วัยต้นจนกระทั่งบัดนี้ เพราะตั้งแต่เล็กจนโต ชีวิตมักอยู่กับการเรียนและการงานอย่างสม่ำเสมอ โดยเฉพาะเมื่อบวชแล้วสอนตนเองเสมอๆ ว่า จงปฏิบัติตนให้คุ้มค่าข้าวสุกที่ชาวบ้านเลี้ยงดู จึงไม่พอใจในความเกียจคร้านมากนัก

หลายปีมาแล้วเคยฟังคำบรรยายธรรมของหลวงพ่อพุทธทาสในวันล้ออายุที่ว่า ในวันเกิดท่านงดรับประทานอาหาร 1 วัน เพื่อระลึกถึงพระคุณแม่ การที่แม่มิได้รับประทานอะไรในวันที่ให้กำเนิดลูกคงนอนซมด้วยความเจ็บปวด และลูกเองที่เพิ่งคลอดออกมาก็มิได้รับประทานอะไร นอกจากดื่มนมแม่แล้วนอนหลับตื่นขึ้นมาก็ดื่มนมแม่แล้วหลับอีก

ด้วยความประทับใจในความคิดอันแหลมคมของท่านนี้ จึงได้งดรับประทานอาหาร 1 วัน มาเป็นเวลาหลายปี กิจกรรมที่ทำมาตลอดคือ ดื่มนมจืดๆ เวลาที่รู้สึกหิวมาก รวมแล้วดื่มนมทั้งวัน ประมาณ 3 แก้ว หากง่วงก็หลับตื่นขึ้นมาก็ฟังธรรมต่อ หรือนั่งสมาธิ เป็นการบำเพ็ญกุศลกันแบบตรงๆ

แต่ปีนี้เนื่องจากต้องเดินทางแรมคืน ในคืน วันที่ 1-2 มกราคม 2559 คือ ออกเดินทางจากวัดพุทธปัญญาที่แคลิฟอร์เนียเวลา 3 ทุ่มกว่า ของวันที่ 1 แล้วมาต่อเครื่องบินไปวัดพุทธธรรม ชิคาโก้ วันที่ 2 เวลา 01.35 น. คือต้องเดินทาง 2 วันเต็ม เครื่องบินจอดสนามบินนานาชาติโอแฮ เวลา 05.68 น. คุณฉลาด บันลือภพ ไปรับที่สนามบิน แล้วถวายนมจืดไร้ไขมัน 1 แกลลอน

เมื่อกลับถึงกุฏิวัดพุทธธรรม คุณฉลาดอุ่นนมถวายและสนทนาธรรมกันไปจนสายๆ ดร. วิสัน มาเยี่ยมสนทนาธรรมต่อจนถึง 12.00 น. ทั้งคุณฉลาด และ ดร. วิสัน จึงลากลับ

เนื่องจากความเหน็ดเหนื่อยอ่อนเพลียกับการเดินทางที่ยาวไกลไม่ได้หลับได้นอน จึงรู้สึกง่วงนอนและหลับไปจนถึง 2 ทุ่ม จึงตื่นขึ้นมา ดื่มนมอีก 1 แก้ว แล้วหลับต่อไปจนสว่าง

ตื่นเช้าขึ้นมาจึงคิดได้ว่า วันเกิดปีนี้ จัดวันเกิดได้คล้ายวันแรกเกิดจริงๆ เพราะดื่มนมแล้วหลับยาวนาน ตื่นขึ้นมาดื่มนมแล้วหลับต่ออีก

ข้อคิดที่ได้จากใจคือ ชอบพุทธภาษิตที่ว่า สติ สัพพัตถะ ปัตถิยา แปลว่า สติจำปรารถนาในที่ทั้งปวง ทั้งนี้ เนื่องจากเวลาที่ทำงานท่ามกลางความขัดแย้งสูง บางคราวขาดสติมักลุแก่โทสะ แสดงท่าทางและคำพูดที่น่าเกลียดมากๆๆ ออกมา แม้จะไม่กี่ครั้งในรอบปี แต่ต้องระมัดระวังที่สุดเท่าที่จะทำได้ ดังพระพุทธพจน์ในมงคลสูตรที่ว่า อัปปมาโท จะ ธัมเมสุ เอตัมมังคลมุตตมัง แปลว่า ความไม่ประมาทในธรรมทั้งหลายเป็นมงคลอันสูงสุด

ความไม่ประมาทคือ การมีสติ กำกับทุกความเคลื่อนไหว ในการทำ การพูด และการคิด ยิ่งมีสติทุกครั้งทุกที่ยิ่งดีนัก เวลาที่จะต้องเผชิญกับบุคคลที่รักหรือชัง ต้องตั้งสติประดุจว่ากำลังเจริญอานาปานสติ หรือกำลังเดินจงกรมขั้นละเอียดสุดอันก่อให้เกิดจิตอยู่กับปัจจุบันขณะอย่างแท้จริง

ทุกคำพูดกลั่นกรองเสียก่อนจะปล่อยออกไป เมื่อปล่อยออกไปแล้วอย่าได้กระทบใครหรือเบียดเบียนใครให้ต้องเป็นทุกข์เลย ความคิดใดที่คิดทางให้ใครเดือดร้อนเจ็บปวดพึงหยุดเสีย ไม่แสดงท่าทางที่บ่งบอกถึงความพอใจและไม่พึงพอใจแก่ใครๆ พึงวางตนตามปกติตามธรรมชาติที่มีสติคอยติดตามอย่างใกล้ชิด

เพิ่มการฝึกสติอย่างเป็นรูปแบบและในวิถีชีวิตให้มากขึ้น มีปฏิสัมพันธ์กับคนทั่วไปด้วยเมตตาและมิตรภาพ มีความกล้าหาญในการให้อภัยและขอโทษ

ประสบการณ์จากการเจริญสติมากๆๆ ทำให้ปัญญา การหาทางออกจากปัญหาต่างๆ เกิดเร็วขึ้น ทางออกแต่ละทางที่คิดออกมาล้วนเป็นทางออกแบบสันติแบบไม่มีตัวตน

ทั้งนี้ทั้งนั้น การพบทางออกจากปัญหาที่ดีๆ ล้วนมาจากการสะสมสติ ทั้งที่เป็นรูปแบบ เช่น การเจริญสมาธิภาวนาและการใช้สติยามต้องเผชิญกับอารมณ์ชอบชัง

จิตที่เป็นอิสระจากความชอบชังชนิดฝังใจย่อมเป็นจิตที่เบาสบายสัมผัสได้ถึงความบริสุทธิ์ดังที่พระพุทธเจ้าตรัสว่า มีสติสัมปชัญญะ ถอนความชอบชังในโลกเสียได้ อยู่ปกติสุข

อายุมากขึ้น ต้องเจริญสติมากขึ้น เพราะประสบการณ์ทั้งในอดีตและปัจจุบันเป็นเหตุปัจจัยให้ปรุงแต่งเรื่องราวต่างๆ ได้มากขึ้น

การใช้สติสำรวมระวัง เวลา ตาเห็นรูป หูฟังเสียง จมูกดมกลิ่น ลิ้นลิ้มรส กายถูกต้องโผฏฐัพพะ อย่างจริงก็ยังไม่เพียงพอ ต้องระวังจิตเวลารับธรรมารมณ์ที่น้อมนึกขึ้นมาหรือปรุงแต่งจนกลายเป็นสิ่งบีบคั้นใจให้เครียดเอง ทั้งๆ ไม่มีอะไรมากระทบกระทั่ง นอนหลับตาห่มผ้าอยู่บนเตียงที่แสนสบายหากจิตรับธรรมารมณ์แล้วปรุงแต่ง จะหาความสบายมิได้เลย

การใช้สติคอยระวังเวลาใจรับธรรมารมณ์จึงเป็นเวลาหรือขณะที่สำคัญที่สุดที่จะออกผลมาว่า เป็นทุกข์หรือไม่ทุกข์

สติและปัญญา ที่เกิดจากภาวนาจะเป็นยานพาหนะให้ผู้สูงอายุเดินก้าวผ่านวัยทองได้อย่างสงบ ไม่มีพิษมีภัยกับใคร แต่จักกลายเป็นคนมีบุคลิกภาพดีสำหรับทุกคนที่ได้พบและคบหาสมาคมด้วย

การสวดมนต์บทต่างๆ และการทำวัตรเช้า-เย็น เป็นสิ่งที่ผู้สูงอายุควรทำยิ่ง เพราะเป็นกระบวนการเจริญสติและปลุกสมองให้ตื่นอย่างดีเยี่ยม จะทำให้จิตผ่องใส สุขสบาย ความจำดี ไม่เลอะเลือน

การสนทนาธรรมที่บริสุทธิ์ไม่กระทบกระทั่งใคร จะเป็นพลังเสริมให้จิตใจมีพลังอันบริสุทธิ์อีกทางหนึ่ง เช่น สนทนาหรือพิจารณากันเรื่องสมาธิภาวนา การเจริญอริยมรรคมีองค์แปด จะช่วยให้จิตใจสดชื่นเบิกบาน สนุกสนานกับการขบคิดได้มาก

บันทึกปีนี้คงมีแค่นี้ เพราะคิดได้แค่นี้ เขียนตามที่ใจสั่งมา แบ่งปันให้มิตรสหายทั้งหลายที่อ่านบทความเป็นประจำหรือเพิ่งจะพบได้ทราบว่า ผู้สูงวัยคนหนึ่งเมื่ออายุมากขึ้นมีความคิดอย่างไร เป็นเพียงความคิดของคนๆ หนึ่งจากมุมหนึ่งและการดำเนินชีวิตอีกแบบหนึ่ง

ขออวยพรให้เพื่อนผู้สูงอายุทั้งหลาย ก้าวผ่านพ้นวัยทองเข้าสู่วัยธรรมอย่างสงบสุขทุกท่านทุกคนเทอญ

Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: