“ต้นมะขาม (เปรี้ยว)” หมั่นตัดแต่ง “ยอดอ่อน” ใส่ต้ม แซบหล้ายหลาย

Published July 17, 2016 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือเทคโนโลยีชาวบ้าน

http://info.matichon.co.th/techno/techno.php?srctag=05052010259&srcday=2016-02-01&search=no

วันที่ 01 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2559 ปีที่ 28 ฉบับที่ 616

ผักในบ้านของคนขี้เกียจ

เชตวัน เตือประโคน

“ต้นมะขาม (เปรี้ยว)” หมั่นตัดแต่ง “ยอดอ่อน” ใส่ต้ม แซบหล้ายหลาย

อาวุธติดมือของเด็กต่างจังหวัดที่ขาดเสียไม่ได้เวลาออกล่าสัตว์ นั่นคือ “หนังสติ๊ก”

อธิบายสักเล็กน้อยเผื่อคนเมืองไม่รู้จัก หนังสติ๊กเป็นอาวุธที่ทำจากง่ามไม้ มียาง 2 เส้น ยึดแต่ละง่ามไว้ที่ปลายด้านหนึ่ง ขณะอีกด้านหนึ่งจะใช้แผ่นหนังสัตว์รัดเชื่อมกันไว้ ใช้สำหรับเป็นฐานรองรับลูกกระสุน ที่โดยมากมักจะใช้ดินเหนียวปั้นตากแห้ง ก้อนกรวดดินลูกรัง หรือถ้ามีกระตังค์หน่อยก็ซื้อลูกแก้ว ซึ่งมีความแข็งแกร่งและมีอานุภาพในการทำลายล้างสูงมากๆ

วิธีใช้นั้น ให้มือข้างหนึ่งยึดด้าม มืออีกข้างออกแรงดึงบริเวณฐานหนังสัตว์ให้ยางยืดออก เล็งไปที่เป้าหมายแล้วปล่อย

เพียงลูกเดียว กิ้งก่า นก ก็มีอันต้องดิ้นกระแด่วๆ สิ้นใจตาย

ในวันที่โรงเรียนหยุด เรามักรวมตัวกันเพื่อออกผจญภัยประสาเด็กบ้านนอก กินข้าวที่บ้านแต่เช้า ห่อข้าวติดตัวไว้สำหรับไปกินกลางวัน กับข้าวไม่ต้องนำไปด้วย ก็หวังสัตว์จำพวก นก กิ้งก่า กบ ปลา ที่จะไปตามไล่ล่ากันนั่นแหละ

ต้องได้! ไม่อย่างนั้นมื้อกลางวันไม่มีกับข้าวกิน

ทุกคนจึงฮึกเหิม และสนุกสนานกับการล่าสัตว์มาเป็นอาหารมาก คิดไปแล้วก็ไม่ต่างอะไรกับกองทัพพระเจ้าตากเพียงไม่กี่หยิบมือ ที่ฮึกเหิม มุ่งมั่น พร้อมแบบถวายหัว หลังจากทุบหม้อข้าวก่อนเข้าตีเมืองจันท์

ดินเหนียวที่ปั้นเป็นก้อนกลมๆ อัดแน่นอยู่เต็มกระเป๋า หนังสติ๊กเหน็บหลัง บางครั้งที่มืออีกข้างก็จะมีคันเบ็ดไม้ไผ่ยาวๆ สำหรับใช้ตกปลา

อาวุธอย่าง “หนังสติ๊ก” นี่เอง ที่ไม่มีใครยอมใคร

ของคนไหนสวย เพื่อนคนอื่นก็มักอิจฉา ต้องไปหาไม้มาทำใหม่เพื่อประชันกัน และแน่นอน ไม้ที่ดีที่สุดซึ่งเด็กอย่างเราพอจะหามาทำด้ามหนังสติ๊กได้ ก็คือ “มะขาม”

เรามักมีความสุขที่ได้ป่ายปีนต้นไม้ชนิดนี้เพื่อหากิ่งง่ามสวยๆ เหมาะๆ สำหรับตัดเอามาทำด้ามหนังสติ๊ก เพลิดเพลินกับการเก็บมะขามกินไป ร้องเพลงเล่นกันไป กระโดดจากกิ่งหนึ่งไปจับอีกกิ่งหนึ่งอย่างไม่กลัวว่ามันจะหัก เพราะประสบการณ์ชีวิตของทั้งคนรุ่นก่อนและรุ่นเราสอนให้รู้ว่า มะขาม เป็นไม้เนื้อแข็งที่มีความแข็งแรงและทนทานมาก กิ่งไม่เปราะหักง่ายเหมือนต้นไม้อื่นๆ

ดูเขียงหมูนั่นปะไร ส่วนใหญ่ก็ทำจากโคนมะขาม

สับหมูฉับ ฉับ ฉับ เป็นสิบๆ ปีก็ไม่มีวันเสียหาย

มะขามไม่ใช่ผัก อาจเรียกได้ว่าเป็น “ผลไม้” ก็คงจะไม่ผิด

ที่คนไทยคุ้นเคยเห็นจะมีอยู่ 2 ชนิด คือ มะขามเปรี้ยว กับ มะขามหวาน โดยที่มะขามหวานจะมีพันธุ์อื่นๆ อีกมากมายหลายพันธุ์ เช่น พันธุ์หมื่นจง พันธุ์สีทอง พันธุ์น้ำผึ้ง ฯลฯ ซึ่งหากอยากรู้ว่าต่างกันอย่างไร ให้ไปเยือนจังหวัดเพชรบูรณ์ ดินแดนแห่งมะขามหวาน

หรือลองไปเดินเที่ยวงานเกษตรแฟร์ที่ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ บางเขน จะมีมะขามหวานมากมายให้ได้เลือกลองชิมรส

แต่ที่ผมคุ้นเคยคือ มะขามเปรี้ยว

โดยมากมักจะเก็บกินตามหัวไร่ปลายนา เมื่อครั้งเป็นฝักอ่อนก็ทำพริกเกลือจิ้ม ที่เหลือติดต้นเมื่อเป็นฝักดิบบางครั้งจะเก็บมาให้แม่ดองหรือทำแช่อิ่ม สุดท้าย ที่ยังเหลือติดต้นกลายเป็นฝักแก่ ก็เอามาทำเป็นมะขามเปียกได้ด้วย

ลืมบอกอีกอย่าง เม็ดมะขามสุกสามารถกินได้โดยการนำมาคั่วไฟอ่อนๆ เคี้ยวกินกรุบกรอบมาก

ผมได้พันธุ์มะขามเปรี้ยวยักษ์มาต้นหนึ่ง ตัดสินใจจะนำไปปลูกไว้เป็นไม้ใหญ่เพื่อให้ร่มเงาที่บ้าน

ด้วยความที่บ้านหันหน้าไปทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ หากต้องการได้ร่มเงาให้กับลานจอดรถก็ต้องปลูกต้นมะขามด้านทิศตะวันออก หากแต่เมื่อลองขุดดินลงไปได้เพียงจอบเดียว ก็พบว่าเป็นแนวท่อประปา คราแรกจะเปลี่ยนใจย้ายที่ปลูก แต่ด้วยความอยากได้ร่มเงาของมัน เพราะตั้งใจจะไม่ทำโรงรถ ที่สุดก็เลยขุดดินต่อและปลูกมะขามเปรี้ยวยักษ์ไว้ตรงตำแหน่งเดิม

มารู้อีกทีว่าดี ก็ตอนที่คนแก่คนเฒ่ามาเยี่ยมบ้าน

“ดีแล้ว ดีแล้ว…ตรงนี้แหละดีแล้ว บังแดดได้ด้วย อยู่หน้าบ้านด้วย”

ถามได้ความว่าชื่อมะขามก็พ้องเสียงกับ คำว่า “เกรงขาม” เป็นไม้มงคล ทำให้คนอื่นเกรงขาม

แต่สำหรับผมวิทยาศาสตร์อธิบายไว้ว่า มะขาม ก็เป็นไม้เนื้อแข็ง เหนียว ไม่เปราะหักง่าย การปลูกไว้บังแดดให้โรงรถจึงไม่ต้องห่วงเรื่องกิ่งที่จะหักลงมาทับรถสร้างความเสียหาย

สำหรับการปลูกมะขามเปรี้ยวยักษ์นั้นไม่ยาก แค่ขุดหลุมเตรียมดินโดยใส่ปุ๋ยคอก และดินผสมลงไป ฝังกลบดินเดิม รดน้ำให้ชุ่มทุกวัน แค่นี้ต้นมะขามเปรี้ยวยักษ์ก็เติบโตงอกงามแล้ว เพราะเป็นต้นไม้ที่โรคและแมลงไม่ค่อยมี

ไม่เหมือนกับ มะขามหวาน ที่ค่อนข้างจะต้องดูแลอย่างพิถีพิถันกว่า

ช่วงเทศกาลปีใหม่ที่ผ่านมา บ้านผมจัดงานปาร์ตี้เล็กๆ ในหมู่เพื่อนพ้องน้องพี่

ไม่มีอะไรมาก ก็แค่มาทำกับข้าวกินร่วมกันที่บ้าน มีจับสลากของขวัญเล็กๆ น้อยๆ ตามความนิยม

เพื่อนคนหนึ่งเล็งยอดอ่อนของต้นมะขามเปรี้ยวยักษ์ที่ปลูกไว้หน้าบ้านนานแล้ว และเมื่อถึงวาระพิเศษอย่างนี้ เขาจึงคิดอยากที่จะทำ “ต้มไก่ใบมะขามอ่อน” ให้เพื่อนคนอื่นๆ ได้ลองลิ้มชิมรส แต่ติดอยู่ตรงที่ว่า ตลาดสดเล็กๆ ใกล้บ้านวันนั้นไม่มีไก่ขาย

จึงต้องเปลี่ยนเนื้อสัตว์ แล้วก็มาลงเอยกันที่หมู

สูตรของเขาเป็นอย่างไรไม่รู้ แต่เท่าที่เลียบๆ เคียงๆ ดู ก็เห็นว่าไม่ต่างอะไรจากการทำต้มไก่ใบมะขามอ่อน คือมีเนื้อสัตว์เป็นหลัก ต้มพอสุกแล้วยกพักไว้ก่อน จากนั้นตั้งหม้อต้มน้ำ เติมหอมแดง ข่า ตะไคร้ ใบมะกรูด ต้มจนน้ำเดือดแล้วจึงใส่ไก่ลงไปเคี่ยวให้สุก

น้ำเดือดปุดๆ ตักฟองออกสัก 2-3 ครั้ง จึงปรุงรสด้วย เกลือ น้ำปลา แล้วก็ถึงคราเติมพระเอกของเรา นั่นก็คือ ใบมะขามอ่อน

ชิมรสจนเป็นที่พอใจแล้วค่อยตักลงชาม

สำหรับน้ำมะนาว กับพริกแห้งค่อยมาปรุงในชามตอนหลัง รสใคร รสมัน

ง่ายๆ แค่นี้ ข้าวเย็นมื้อนั้นก็แซบหล้ายหลายแล้วเด้อ

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: