ศิลปินชาวนาอุษาคเนย์

Published June 4, 2016 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือเทคโนโลยีชาวบ้าน

http://info.matichon.co.th/techno/techno.php?srctag=05124150159&srcday=2016-01-15&search=no

วันที่ 15 มกราคม พ.ศ. 2559 ปีที่ 28 ฉบับที่ 615

อุษาคเนย์ไม่ไหลกลับ

จิตติมา ผลเสวก

ศิลปินชาวนาอุษาคเนย์

ฤดูกาลเวียนผ่านไปปีแล้วปีเล่า สิ่งใหม่ๆ เกิดขึ้นไม่เว้นแต่ละวินาที ก็ใครเล่าจะจมอยู่กับที่กับสิ่งเก่าเดิมไปตลอดกาล เฉกชีวิตก็ต้องมีเกิดมีดับยากที่ใครจะฝืน เช่นเดียวกับเรื่องราวของศิลปะศิลปินในแถบถิ่นบ้านเรา ที่ฉันคิดว่าปีหน้าฟ้าใหม่นี้การจัดนิทรรศการศิลปะอาจมีโฉมหน้าเปลี่ยนไป จากการจัดนิทรรศการในหอศิลป์แบบเดิมๆ มาเป็นการจัดนิทรรศการตามพื้นที่ชุมชนต่างๆ มากขึ้น เรียกว่าใครอยากชมผลงานของศิลปินก็ด้นดั้นกันไปเองเถิดหนา

“เยี่ยมบ้านเยือนถิ่นศิลปิน” คือชื่องานที่กลุ่มศิลปินรักษ์ผืนป่าตะวันตกจัดขึ้น หลังจากรวมตัวกันทำงานอนุรักษ์และรณรงค์ให้ผู้คนช่วยกันดูแลผืนป่าแถบนี้มานานกว่า 20 ปี โดยใช้ศิลปวัฒนธรรมเป็นหลักในการขับเคลื่อน นอกจากพากันเข้าป่าเพื่อเขียนภาพป่าออกมาให้คนทั่วไปได้ชมกัน งานที่ผู้คนทั่วไปรู้จักกันดีคือ คอนเสิร์ตเพื่อผืนป่าตะวันตก ซึ่งจัดติดต่อกันมาร่วม 20 ปี ในพื้นที่อำเภอพยุหะคีรี ซึ่งนอกจากดนตรียังมีนิทรรศการและเสวนาในหัวข้อต่างๆ ตามสถานการณ์ในช่วงนั้น

อย่างหนึ่งที่ทำให้งานคอนเสิร์ตของกลุ่มรักษ์ผืนป่าตะวันตกเป็นที่รู้จักในวงกว้าง น่าจะเป็นวงดนตรีของ สุรชัย จันทิมาธร ศิลปินแห่งชาติ ซึ่งเป็นหนึ่งในศิลปินกลุ่มรักษ์ผืนป่าตะวันตก

นอกจากสุรชัย กลุ่มนี้ยังมีนักดนตรีและศิลปินที่มีชื่อเสียง อย่าง มงคล อุทก ศักดิ์ศิริ มีสมสืบ วสันต์ สิทธิเขตต์ ตุ๊ แครี่ออน ที่ล่วงลับไปแล้วเมื่อไม่นานมานี้ และ มานะ ภู่พิชิต ศิลปินสีน้ำมากฝีมือ ที่แม้จะไม่โด่งดังในวงกว้างอย่างคนอื่น ทว่าเป็นที่รู้จักกันดีในหมู่ศิลปินด้วยกัน

การจัดคอนเสิร์ตในพื้นที่เดิมเป็นกิจกรรมรณรงค์ต่อเนื่องมายาวนาน สมาชิกกลุ่มจึงคิดจะจัดกิจกรรมอื่นๆ ขึ้นมาบ้าง ประกอบกับศิลปินในกลุ่มหลายคนมีผลงานศิลปะมากมายที่คนภายนอกรู้จัก ทว่าคนในชุมชนกลับไม่รู้จัก อีกอย่างนั้นที่ฉันคิดเองเออเอง คือการจัดงานศิลปะในชุมชนทางหนึ่งก็เป็นการรณรงค์ให้ชุมชนร่วมรักษาป่าและสิ่งแวดล้อม ทั้งยังเปิดพื้นที่แก่คนภายนอกได้เข้ามารู้จักชุมชนมากขึ้นอีกด้วย

ทางกลุ่มรักษ์ผืนป่าตะวันตกเลือกเยือนบ้าน มานะ ภู่พิชิต เป็นปฐมฤกษ์ของโครงการ “เยี่ยมบ้านเยือนถิ่นศิลปิน” ด้วยความเหมาะสมของพื้นที่ตั้งในอำเภอวชิรบารมี จังหวัดพิจิตร การเดินทางไม่ยาก ตัวบ้านและอาณาบริเวณกว้างขวางก็พร้อมสำหรับการจัดงาน นอกเหนือจากนี้สิ่งสำคัญที่สุดคงอยู่ที่ผลงานอันมากหลายของมานะนั่นเอง

มานะ ภู่พิชิต แนะนำตัวเองไว้พอประมาณว่า เขาเป็นชาวบุรีรัมย์ โดยกำเนิด ร่ำเรียนจบปริญญาตรีด้านศิลปะ จากมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ประสานมิตร จากนั้นสมัครเป็นบัณฑิตอาสาสมัครของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ลงพื้นที่เป็นครูดอยอยู่ในเขตออำเภอปาย จังหวัดแม่ฮ่องสอน เป็นเวลา 1 ปี หลังจากนั้น เข้ากรุงเทพฯ ทำงานในบริษัทโฆษณาแห่งหนึ่ง อยู่ประมาณปีกว่าๆ รู้สึกว่างานที่ทำไม่ได้ตอบสนองความรู้สึกภายในของตัวเอง จึงแสวงหาทางเลือกใหม่ โดยเดินทางลงใต้ไปอยู่ที่ภูเก็ตและเกาะสมุย

มานะ ลงใต้ครั้งนั้นหวังจะได้ทำงานศิลปะเต็มที่ แต่ด้วยความจำเป็นต้องหาเลี้ยงชีพไปด้วย เขาจึงจำใจทำงานเป็นผู้จัดการบังกะโลบ้าง ขายเสื้อยืดให้นักท่องเที่ยวบ้าง ทำไป ทำมา ก็จมอยู่กับการหาเงินเลี้ยงชีพตัวเองเป็นเวลา 10 ปี จนแทบจะลืมสิ่งที่ตั้งใจไว้แต่แรก ปี 2538 จึงตัดสินใจเดินทางเข้ากรุงเทพฯ อีกครั้ง หวังที่จะสร้างงานศิลปะ โดยทิ้งธุรกิจร้านค้าไว้ที่เกาะสมุยอย่างไม่มีอะไรติดตัวมา

ช่วงปีนั้นเองที่มีการก่อตั้งกลุ่มศิลปินรักษ์ผืนป่าตะวันตก ซึ่งเป็นกลุ่มศิลปินหลากหลายสาขา ทั้งนักดนตรี นักเขียน กวี จิตรกร ซึ่งส่วนใหญ่เป็นที่ยอมรับในวงการ วสันต์ สิทธิเขตต์ เพื่อนสนิทซึ่งเป็นสมาชิกในกลุ่มศิลปินรักษ์ผืนป่าตะวันตก ได้ชักชวนให้เข้ากลุ่ม มานะเห็นว่าจุดประสงค์ของกลุ่มศิลปินรักษ์ผืนป่าตะวันตกเพื่อสร้างจิตสำนึกให้กับสังคมให้มาสนใจธรรมชาติและช่วยกันอนุรักษ์ จึงไม่ลังเลที่จะเข้าร่วม

นับจากนั้นมาจนถึงวันนี้ ก็เป็นเวลาร่วม 20 ปี

ทุกวันนี้เพื่อนๆ มักจะเรียกขานมานะว่าเป็นศิลปินชาวนา เพราะเขาได้พบรักและสมรสกับพยาบาลสาวชาวพิจิตรที่เข้ามาร่วมกิจกรรมของกลุ่มรักษ์ผืนป่าตะวันตกอยู่เนืองๆ พื้นเพครอบครัวภรรยามานะเป็นชาวนา นอกจากการทำหน้าที่พยาบาลตามที่ร่ำเรียนมา ยังประกอบอาชีพทำนาไปด้วยพร้อมกัน มานะซึ่งเป็นศิลปินไม่ต้องเข้างานเป็นเวลาอย่างข้าราชการพยาบาล เขาจึงมีหน้าที่ดูแลบ้านและทุ่งนา

จึงได้สมญานาม ศิลปินชาวนา

ด้วยบุคลิกที่แตกต่างไปจากชาวบ้านแถวนี้ ทำให้ชาวบ้านงุนงงไม่น้อยว่า มานะมีอาชีพอะไรกันแน่ บ้างถึงแก่กระซิบกันว่า ชายคนนี้ท่าจะสติไม่ค่อยสมประดีนักหรอกนะ เมื่อผ่านงานเยี่ยมบ้านเยือนถิ่นศิลปินครั้งนี้แล้วชาวบ้านน่าจะเข้าใจเขามากขึ้น เพราะนอกจากผลงานศิลปะที่ติดเต็มบ้านให้ได้ยล ในตอนเช้ายังมีกิจกรรมที่ครูนำเด็กนักเรียนมาเรียนรู้งานศิลปะกับศิลปินอีกด้วย เป็นบรรยากาศที่งดงามเปี่ยมด้วยความรู้

ฉันเชื่อว่าปีหน้าการจัดแสดงงานศิลปะลักษณะนี้จะมีมากขึ้น แทนที่ศิลปินจะต้องออกไปงอนง้อขอใช้สถานที่แสดงงานศิลปะ หนำซ้ำอาจต้องเสียค่าสถานที่และหักเปอร์เซ็นต์จากการขายผลงานอีกไม่น้อย สู้จัดที่บ้านตัวเองไม่ดีกว่าเหรอ ใครอยากเสพชมผลงานศิลปะก็มาที่บ้าน

และที่สำคัญ ผู้ชมจะได้รู้จักตัวตนของศิลปินมากขึ้น คนในชุมชนก็จะได้รู้จักเรียนรู้ศิลปะศิลปินที่อยู่ใกล้ตัว อีกทั้งยังเป็นการเปิดโลกชุมชนออกสู่คนภายนอกอีกด้วย ทั้งยังสามารถต่อยอดจากงานศิลปะออกไปได้อีกหลายเรื่อง ถ้ารู้จักที่จะทำ

บางทีความมั่นคงยั่งยืนของชุมชนแท้จริงแล้วอาจเริ่มง่ายๆ ได้จากศิลปะนี่เอง

แต่เขาก็ถือว่างานศิลปะนั้นไม่จำเป็นต้องอยู่บนผืนผ้าใบหรือในแผ่นกระดาษเพียงอย่างเดียว แท้จริงแล้วศิลปะแทรกอยู่ในทุกกิจกรรมของชีวิต นับแต่เราลืมตาขึ้นจนถึงสิ้นลม ไม่ว่าจะเป็นงานเล็กๆ ที่เหมือนจะไร้คุณค่า การกวาดบ้าน ถูบ้าน ล้างจาน ซักเสื้อผ้า ขัดถู ดูแลต้นไม้ใบหญ้า ความสัมพันธ์ในครอบครัวญาติ พี่-น้อง พ่อ-แม่ ลุง-ป้า น้า-อา เพื่อนฝูง สังคม ประเทศ จนถึงโลกและจักรวาล ล้วนแต่ต้องการศิลปะทั้งนั้น เป็นทั้งการศึกษาและให้เราได้สัมผัสและเรียนรู้

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: