มะละกอลูกผสม “พันธุ์ส้มตำ” ทางเลือกใหม่ สำหรับเกษตรกรและผู้ส่งออกไทย

Published June 4, 2016 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือเทคโนโลยีชาวบ้าน

http://info.matichon.co.th/techno/techno.php?srctag=05036150159&srcday=2016-01-15&search=no

วันที่ 15 มกราคม พ.ศ. 2559 ปีที่ 28 ฉบับที่ 615

เทคโนฯ การเกษตร

จิรวรรณ โรจนพรทิพย์

มะละกอลูกผสม “พันธุ์ส้มตำ” ทางเลือกใหม่ สำหรับเกษตรกรและผู้ส่งออกไทย

มะละกอ เป็นไม้ผลที่โตเร็ว ให้ผลผลิตประมาณ 4-8 เดือน หลังปลูก และให้ผลตลอดปี สามารถบริโภคได้ทั้งผลสุกและผลดิบ มะละกอจึงเป็นไม้ผลเศรษฐกิจที่สำคัญชนิดหนึ่งของไทย เป็นที่ต้องการของตลาดภายในประเทศและส่งออก น้ำยางจากผลดิบสามารถผลิตเอนไซม์ปาเปน เพื่อใช้ในระดับอุตสาหกรรมได้ ประเทศไทยสามารถปลูกมะละกอได้ดีทั่วทุกภาค ปัจจุบันแหล่งปลูกมะละกอที่สำคัญ ได้แก่ จังหวัดราชบุรี นครปฐม ชุมพร นครราชสีมา สระบุรี ฯลฯ

ศรแดง เปิดตัว

มะละกอลูกผสม “พันธุ์ส้มตำ”

เพื่อช่วยให้เกษตรกรไทยมีโอกาสปลูกมะละกอพันธุ์ใหม่ๆ ที่มีลักษณะดีกว่าพันธุ์เดิม และตอบโจทย์ความต้องการของตลาดได้มากขึ้น ล่าสุด บริษัท อีสท์ เวสท์ ซีด (ประเทศไทย) หรือที่รู้จักกันดีในชื่อการค้า “ศรแดง” ได้เปิดตัว “ส้มตำ” มะละกอพันธุ์ใหม่ ที่ใช้ระยะเวลาในการปรับปรุงพันธุ์ทั้งหมด 15 ปี ปัจจุบัน ได้จดทะเบียนสายพันธุ์เรียบร้อยแล้ว

ศรแดง ปรับปรุงพันธุ์มะละกอทุกขั้นตอนโดยวิธีธรรมชาติ เริ่มจากตรวจสอบ ดีเอ็นเอ (DNA) ทุกสายพันธุ์ที่มีทั้งหมดว่า ปลอดจากกระบวนการตัดต่อพันธุกรรม (Non GMO) หลังจากนั้น ย้ายปลูกในสภาพไร่ เพื่อคัดสายพันธุ์ที่มีความทนทานต่อโรคไวรัสใบจุดวงแหวน จึงผสมคัดเลือกสายพันธุ์พ่อ แม่ ที่มีลักษณะผลที่ตรงตามความต้องการของตลาดส้มตำ และมีความทนทานต่อโรคไวรัส ทางบริษัทเน้นวิจัยเรื่องการเปลี่ยนเพศของดอกมะละกอในสภาพร้อนจัดและหนาวจัด ก่อนทำลูกผสม และทดสอบ เก็บข้อมูลในสถานีทดลอง และแปลงเกษตรกร เพื่อคำนวณผลผลิตต่อต้น น้ำหนักผล ความกว้าง ความยาว ความแน่นเนื้อ ความหนาเนื้อ อายุหลังการเก็บเกี่ยว ความทนโรคไวรัสใบจุดวงแหวน รวมทั้งเปรียบเทียบให้คะแนนรวม รสชาติ ความกรอบ ความหวาน ความทนโรค

คุณละไม ยะปะนัน นักปรับปรุงพันธุ์มือหนึ่งของศรแดง กล่าวว่า มะละกอลูกผสม พันธุ์ส้มตำ เป็นสินค้าทางเลือกใหม่สำหรับเกษตรกรและผู้ส่งออกไทย เนื่องจากมะละกอพันธุ์นี้มีลักษณะเด่น คือ

1. ลำต้นใหญ่ แข็งแรง การติดผลดก ความสูงของดอกแรกต่ำ มีจำนวนข้อมาก

2. การให้ผลผลิตสูง มีช่อใหญ่ และมี 2-3 ผล ต่อช่อดอก เฉลี่ย 80-100 ผล ต่อต้น

3. ทนทานต่อสภาพอากาศหนาวจัดและร้อนจัด

4. ทนทานต่อโรคใบจุดวงแหวน ซึ่งเกิดจากเชื้อไวรัส และโรครากเน่า ผลเน่า

“จุดเด่นของมะละกอลูกผสม พันธุ์ส้มตำ คือ กรอบ อร่อย เหมาะสำหรับทำส้มตำ เก็บไว้ 5-7 วัน ยังมีคุณภาพดี ทนทานต่อการขนส่ง ให้ผลเร็ว อายุการเก็บเกี่ยว 7-8 เดือน ทรงผลยาว 33-35 เซนติเมตร สีเนื้อเป็นสีเหลือง น้ำหนักเฉลี่ยผลละ 1.5 กิโลกรัม ความหวาน 13-14 บริกซ์ ที่สำคัญมะละกอพันธุ์นี้มีความทนทานต่อโรคใบจุดวงแหวนในระดับปานกลาง-สูง” คุณละไม กล่าว

สำหรับ พื้นที่ 1 ไร่ จะปลูกมะละกอ พันธุ์ส้มตำได้จำนวน 213 ต้น โดยปลูกในระยะ 3×2.5 เมตร จะได้ผลผลิตต่อต้น เฉลี่ย 80 ผล น้ำหนักผลเฉลี่ย 1.5 กิโลกรัม หรือประมาณต้นละ 120 กิโลกรัม คำนวณผลผลิตต่อไร่ ประมาณ 25,560 กิโลกรัม หรือ 20-25 ตัน ต่อไร่ เกษตรกรจะมีรายได้จากการจำหน่ายผลผลิต เฉลี่ยกิโลกรัมละ 4 บาท หรือประมาณ 80,000-100,000 บาท ต่อไร่

เนื่องจากการปลูกมะละกอสำหรับส่งโรงงานแปรรูป ต้องมีมะละกอเนื้อสีแดงและเนื้อสีเหลืองส่งพร้อมกัน ในอัตราส่วน 2 ต่อ 1 ดังนั้น เพื่อส่งเสริมให้เกษตรกรสามารถผลิตมะละกอได้เพียงพอกับความต้องการของตลาด ศรแดงจึงได้พัฒนามะละกอลูกผสม สำหรับกินผลสุกเพื่อเป็นทางเลือกแก่เกษตรกร ที่มีขนาดผลตั้งแต่ 1.0-1.5 กิโลกรัม และขนาด 2-3 กิโลกรัม ความยาวผล 25-30 เซนติเมตร อายุการเก็บเกี่ยว 8-9 เดือน เนื้อสีแดง และเนื้อสีเหลือง ที่มีรสชาติหวาน หอม อร่อย ทนทานต่อการขนส่ง เนื้อแน่น ทนทานต่อโรคไวรัสใบจุดวงแหวน

มะละกอลูกผสม สำหรับกินผลสุกของศรแดงมีหลากหลายสายพันธุ์ เช่น มะละกอเนื้อแดง (เรดโนวา) เรดเลดี้ไทป์ น้ำหนัก 1.5-2 กิโลกรัม ความหวาน 11-13 บริกซ์ เนื้อแดง ลูกใหญ่ (เรดโรยัล) เรดเลดี้ไทป์ น้ำหนัก 1.7-2.5 กิโลกรัม ความหวาน 11-12 บริกซ์ มะละกอเนื้อเหลืองเข้ม (ลูน่า) สำหรับตลาดโรงงาน น้ำหนัก 1.5-2.5 กิโลกรัม ความหวาน 11-13 บริกซ์ อีกสายพันธุ์ที่โดดเด่นมากคือ มะละกอลูกผสม พันธุ์ 15611 เนื้อเหลืองทอง มีกลิ่นหอม อร่อยมาก น้ำหนัก 1 กิโลกรัม ความหวาน 13-14 บริกซ์ เมื่อนำไปกินกับข้าวเหนียวมูนก็ได้รสชาติอร่อยกลมกล่อม ให้ความรู้สึกเช่นเดียวกับการกินข้าวเหนียวมะม่วง หากสนใจเมล็ดพันธุ์มะละกอของศรแดง สามารถค้นหาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ http://www.eastwestseed.com หรือสอบถามข้อมูลทางโทรศัพท์ ได้ที่ โทร. (02) 831-7777

ตรวจสอบ

“มะละกอ จีเอ็มโอ”

ด้วยเทคนิคง่ายๆ

มะละกอ จะเป็นพืชเศรษฐกิจที่ให้ผลตอบแทนคุ้มค่ากับการลงทุน หากเกษตรกรสามารถผลิตมะละกอให้ได้ลักษณะตรงตามความต้องการของผู้ซื้อในประเทศและต่างประเทศ ตลาดมีความต้องการผลผลิตมะละกอตลอดทั้งปี โดยเฉพาะมะละกอผลดิบ ที่มีการบริโภคภายในประเทศตลอดทั้งปี ส่วนมะละกอผลสุกและแปรรูป หากสามารถวางแผนให้มีผลผลิตตรงกับช่วงที่ตลาดต้องการ หรือช่วงที่มะละกอมีราคาสูง ก็จะได้รับผลตอบแทนที่ดี การลดความเสี่ยงในการผลิตคือ ต้องวางแผนป้องกัน กำจัดโรคพืชและแมลงศัตรูมะละกออย่างเหมาะสม เป็นระบบ เพื่อให้ได้ผลผลิตสูงและมีคุณภาพ

ผศ.ดร. วิชัย โฆสิตรัตน์ นักวิชาการ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ กล่าวว่า ปัญหาการระบาดของโรคไวรัสใบด่างจุดวงแหวน ซึ่งเกิดจากการเข้าทำลายของเชื้อ Papaya ringspot virus (PRSV) ถือเป็นอุปสรรคสำคัญของการปลูกมะละกอ เพราะเชื้อดังกล่าวจะเข้าทำลายได้ทุกระยะของการเจริญเติบโตของต้นมะละกอ โดยมีเพลี้ยอ่อนเป็นแมลงพาหะ โดยใช้ระยะเวลาสั้นๆ แค่ 10-30 วินาที ในการถ่ายทอดโรค ทำให้การใช้สารเคมีกำจัดแมลงพาหะไม่ได้ผลในการควบคุมการแพร่ระบาดของโรค

ต้นมะละกอที่ได้รับเชื้อ PRSV จะมีการเจริญเติบโตผิดปกติ แคระแกร็น ให้ผลผลิตน้อย และมีคุณภาพต่ำ หรืออาจไม่ให้ผลผลิตเลย หากตรวจพบต้นที่มีอาการของโรค ต้องตัดต้นเผาทิ้งทันที ยอมเสียต้นจำนวนน้อย ดีกว่าเสียผลผลิตทั้งแปลง นอกจากนี้ การเริ่มต้นปลูกมะละกอจากเมล็ดที่ตรงพันธุ์ เชื่อถือได้ ก็ส่งผลให้ได้มะละกอที่ส่งตลาดได้ตามเป้าหมาย

นับตั้งแต่มีการแพร่ระบาดของโรคไวรัสใบด่างจุดวงแหวน นักวิจัยได้พยายามหาวิธีป้องกันกำจัดด้วยเทคนิคต่างๆ เช่น กระบวนการตัดต่อพันธุกรรม (จีเอ็มโอ) นำมาใช้ผลิตมะละกอ จีเอ็มโอ ออกขายทั่วโลก แม้รัฐบาลไทยยังไม่พิจารณาอนุมัติให้มีการผลิตมะละกอ จีเอ็มโอ อย่างเป็นทางการในประเทศไทย แต่ต้องยอมรับความจริงว่า ทุกวันนี้มีการหลุดรอดของมะละกอ จีเอ็มโอ ในแหล่งปลูกมะละกอทั่วไป “โดลไทยแลนด์” ผู้ส่งออกมะละกอรายใหญ่ของไทย สุ่มตรวจสอบว่ามะละกอที่ปลูกในแปลงเกษตรกรหลายพื้นที่ ก็เจอมะละกอ จีเอ็มโอ เป็นส่วนใหญ่ ทำให้ไทยสูญเสียรายได้ก้อนโต หลังเจอปัญหาดังกล่าว เนื่องจากหลายประเทศในกลุ่ม อียู และญี่ปุ่น ปฏิเสธไม่ซื้อมะละกอ จีเอ็มโอ เพราะไม่มั่นใจว่าปลอดภัยกับระบบนิเวศจริงหรือไม่

ผศ.ดร. วิชัย กล่าวว่า ค่าตรวจสอบมะละกอ จีเอ็มโอ ในระดับห้องปฏิบัติการ มีราคาแพงมาก ผมแนะนำ บริษัท โดลไทยแลนด์ สุ่มตรวจสอบมะละกอ จีเอ็มโอ ในแปลงเกษตรกร ด้วยเทคนิคง่ายๆ คือ นำยาปฏิชีวนะ ชื่อว่า “กาน่า มัยซิน” ประมาณ 1 กรัม มาผสมน้ำสะอาด 1 ลิตร เพื่อให้ได้ความเข้มข้น 1,000 ส่วน ใน 1 ล้านส่วน และเติมสารจับใบ ที่เป็นกลุ่มน้ำยาล้างจานทั่วไป ผสมเข้าไป 2 หยด กรอกส่วนผสมที่เตรียมไว้ใส่กระบอกฉีดน้ำ เขย่าให้เข้ากันดี ถือกระบอกฉีดน้ำเดินไปในสวนมะละกอ ที่กำลังติดลูกอยู่ หรือไม่มีลูกก็ได้ ฉีดน้ำยาที่เตรียมไว้บนใบอ่อนของต้นมะละกอ และปล่อยทิ้งไว้สัก 7 วัน ค่อยกลับมาดูใหม่

หากพบว่า ใบอ่อนตาย แสดงว่า ต้นนี้ไม่ใช่มะละกอ จีเอ็มโอ ต้นที่เหลืออยู่ในแปลงก็ไม่ได้เป็นมะละกอ จีเอ็มโอ เช่นเดียวกัน แต่หากพบว่า ใบอ่อนยังอยู่รอดปลอดภัย แสดงว่า มะละกอทุกต้นในสวนแห่งนี้มีโอกาสเป็นมะละกอ จีเอ็มโอ แน่นอน เพราะมะละกอ จีเอ็มโอ ต้านทานต่อสารกาน่า มัยซินได้ หากใครอยากรู้ว่า ต้นมะละกอในสวนของท่านเป็นมะละกอ จีเอ็มโอ หรือไม่ อย่ารอช้า รีบตรวจสอบด้วยตัวท่านเองได้ทันที เพราะเทคนิคที่ ผศ.ดร. วิชัยแนะนำในครั้งนี้ ใช้ต้นทุนต่ำมากและมีขั้นตอนการตรวจสอบที่ง่ายมาก

“แขกนวล” พันธุ์แท้

มีขายที่ มก. กำแพงแสน

เชื่อว่า หลายคนคงติดใจรสชาติความอร่อยของมะละกอ พันธุ์ “แขกนวล” หนึ่งในมะละกอสายพันธุ์ดีที่ปลูกแพร่หลายในพื้นที่อำเภอดำเนินสะดวก จังหวัดราชบุรี มะละกอพันธุ์แขกนวล (กลายพันธุ์มาจากพันธุ์แขกดำ) มีจุดเด่นสำคัญคือ ต้นเตี้ย ใบสีเขียวเข้ม ผลมีขนาดปานกลาง ผิวสีนวล เปลือกผลจะอ่อนกว่า พันธุ์แขกดำ ผลมีลักษณะยาว น้ำหนักประมาณ 1 กิโลกรัม ต่อผล เมล็ดมีขนาดใหญ่สีดำ ผลสุกเนื้อมีสีแดงส้ม หรือสีเหลืองเข้ม รสหวาน เปอร์เซ็นต์น้ำตาลประมาณ 13.44 บริกซ์

ที่ตลาดศรีเมือง จังหวัดราชบุรี มะละกอพันธุ์แขกนวล ขายดีมาก เพราะมะละกอพันธุ์นี้มีผิวสวย เนื้อกรอบ อร่อย ลูกค้าจำนวนมากนิยมซื้อมะละกอพันธุ์แขกนวลไปใช้ทำส้มตำ มะละกอพันธุ์แขกนวลที่ตลาดศรีเมืองส่วนใหญ่จะส่งไปขายในพื้นที่ชายฝั่งทะเลตะวันออกจรดชายแดนภาคใต้

ดร. สิริกุล วะสี ศูนย์วิจัยพืชผักเขตร้อน มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสน กล่าวว่า ตลาดต้องการ มะละกอพันธุ์แขกนวลทั้งผลดิบและผลสุก หากนำมะละกอแขกนวลผลดิบไปทำส้มตำจะได้รสชาติอร่อยที่สุด เช่นเดียวกับส้มตำจากมะละกอพันธุ์ครั่ง ส่วนมะละกอผลสุกเป็นที่ต้องการของโรงงานแปรรูป

เนื่องจาก มะละกอ เป็นพืชผสมข้าม การปลูกมะละกอหลายพันธุ์ในแปลงเดียวกัน หรือปลูกใกล้กัน โอกาสกลายพันธุ์เมื่อเก็บเมล็ดไปปลูกต่อจะสูงมาก ปัจจุบัน มะละกอพันธุ์แขกนวลที่ซื้อขายในตลาดบางแห่งมีรสชาติผิดเพี้ยนไป ไม่อร่อยเหมือนในอดีต เพื่อรักษาคุณภาพมะละกอแขกนวลสายพันธุ์ดั้งเดิมไว้ ศูนย์วิจัยพัฒนาพืชผักเขตร้อน จึงได้คัดเลือกมะละกอพันธุ์แขกนวล พันธุ์แท้ คุณภาพดี ที่มีขนาดผลยาว (ผลจากดอกสมบูรณ์เพศ) เพื่อนำมาผลิตเป็นเมล็ดพันธุ์จำหน่ายแก่ผู้สนใจ

หากใครอยากได้เมล็ดพันธุ์มะละกอแขกนวล จากต้นพันธุ์แท้จริง หรือมะละกอพันธุ์ปลักไม้ลาย ขนาดบรรจุ 10 กรัม ราคา 200 บาท ติดต่อได้ที่ ศูนย์วิจัยและพัฒนาพืชผักเขตร้อน (ภาควิชาพืชสวน) คณะเกษตร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ กำแพงแสน โทร. (034) 281-389 หรือ E-mail : tvrc ku_kps@hotmail.com หากใครมีข้อสงสัยเรื่องมะละกอ สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมจาก ดร. สิริกุล วะสี ได้ที่ อี-เมล rdisrw@ku.ac.th หรือเบอร์โทร.(034) 351-399

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: