กิน “ข้าวใหม่ปลามัน” กัน ที่หนองหญ้าปล้อง

Published June 4, 2016 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือเทคโนโลยีชาวบ้าน

http://info.matichon.co.th/techno/techno.php?srctag=05113150159&srcday=2016-01-15&search=no

วันที่ 15 มกราคม พ.ศ. 2559 ปีที่ 28 ฉบับที่ 615

วิถีท้องถิ่น

กฤช เหลือลมัย

กิน “ข้าวใหม่ปลามัน” กัน ที่หนองหญ้าปล้อง

ต้นฤดูหนาวคือการสิ้นสุดฤดูเก็บเกี่ยวข้าวนาปี ชาวนาได้ “ข้าวใหม่” มียางมาก จะขัดจะตำจะสีแบบไหนก็หุงกินนึ่งกินนุ่มปากนุ่มคอไปทั้งนั้น ไหนจะปลานาปลาหนองที่สะสมอาหารมาจนอ้วนพีตลอดฤดูฝน จนมันย่องทั้งยามปิ้งยามต้ม คำโบราณที่เปรียบเปรยถึงห้วงความสุขในชีวิต เป็นช่วง “ข้าวใหม่ปลามัน” จึงไม่ได้เกินจริงไปแต่อย่างใด

แต่ข้าวก็ไม่ได้มีแค่สองสามพันธุ์อย่างที่คนส่วนใหญ่รับรู้ ไม่ได้มีแค่เสาไห้ หอมมะลิ ไรซ์เบอร์รี่ ในถุงพลาสติกบรรจุสำเร็จตามซุปเปอร์มาร์เก็ต

หลักฐานการปลูกข้าวครั้งแรกๆ ในดินแดนแถบนี้ที่ย้อนหลังไปได้กว่า 4,000 ปี บอกเราว่า จากข้าวป่าที่พัฒนามาเป็นข้าวปลูก ด้วยวิธีทั้งหว่าน ดำ หยอด หรือนาทาม ส่วนใหญ่ในเขตอีสานนั้น ประกอบด้วยพันธุ์ข้าวนับร้อยๆ ชนิด ที่มีความเหมาะสมกับพื้นที่ต่างๆ กันไป ตลอดจนได้รับการผสมคัดเลือกสายพันธุ์โดยชาวนาสมัยก่อนประวัติศาสตร์เรื่อยมาจนปัจจุบัน

ผมเองยังจำได้ ถึงค่ำคืนหนึ่งที่ทุ่งกุลาร้องไห้ เมื่อสิบกว่าปีที่แล้ว หลังอิ่มข้าวแลงมื้อค่ำ ก็ได้ล้อมวงนั่งฟัง ซักถาม และอัศจรรย์ใจไปกับเรื่องเล่าของข้าวบองกษัตริย์ หวิดหนี้ อีเตี้ย นางร้อยแดง ข้าวพื้นเมืองที่คนเขมรร้อยเอ็ดปลูกแยกเป็นแปลงต่างหาก ไว้กินเฉพาะในครอบครัว

“…คนแก่ๆ ไม่กินหรอก ข้าวหอมมะลิน่ะ เขากินที่เขาชอบแบบนี้แหละ เราก็ต้องปลูกไว้บ้าง แปลงสองแปลง บางคนพอไม่ได้กินนี่ถึงกับล้มป่วยเลยนะ…” ผมยังจำที่พ่อเพื่อนเล่าได้ดี

ครั้งนั้น ผมได้ “นางร้อยแดง” ใหม่ๆ กลับบ้านราว 3 กิโลกรัม มันทำให้ผมเริ่มพบว่า ตัวเองเป็นคนที่ชอบกินข้าวพันธุ์แปลกๆ มาตั้งแต่นั้น

วันอังคารที่ 22 ธันวาคม 2558 ที่ผ่านมา ผมพบตัวเองยืนจดชื่อพันธุ์ข้าวที่ติดกำกับช่อรวงห้อยแขวนบนราวไม้ไผ่ กลางเนินขนาดย่อมในเขตทุ่งนาบ้านหนองหญ้าปล้อง ตำบลบ้านกู่ อำเภอยางสีสุราช จังหวัดมหาสารคาม สถานที่จัดงาน “กินข้าวใหม่ปลามัน” ที่เครือข่ายชาวนาอินทรีย์ 32 ราย จาก 6 หมู่บ้าน ช่วยกันจัดขึ้นเป็นปีแรก

พันธุ์ข้าวเจ้า มี เจ้าเหลือง ธัญญสิริน ปลาเข็ง โสมาลี นางหก หอมนิล มะลิแดง อีเตี้ย และหอมใบเตย

ส่วนข้าวเหนียว มี เหลืองบุญมา เหนียวแดง ก่ำใบเขียว ขาวพวงใหญ่ แก่นดู่ และก่ำลืมผัว

ไพรัชช์ แดนกะไสย์ หรือ เก่ง อดีตคณะทำงานเครือข่ายเกษตรกรรมทางเลือก ผู้ผันตัวเอง “กลับบ้าน” มาช่วยประสานงานกลุ่มชาวนาอินทรีย์บ้านหนองหญ้าปล้องเล่าว่า ที่นี่ รวมทั้งบ้านของเขาเอง มีคนทำเกษตรอินทรีย์กันอยู่แล้ว แต่เดิมก็เป็นต่างคนต่างทำ มาปีที่แล้วนี้เองจึงเริ่มพูดคุยกันมากขึ้นว่า จะต้องมีแผนงานร่วมกันมากกว่านี้ เช่น ซื้อเครื่องสีข้าวใช้เองโดยไม่ต้องพึ่งโรงสี ตั้งกองทุนสะสมเพื่อช่วยเหลือสมาชิกในกลุ่ม ตลอดจนหาคนมาช่วยประสานงานเพิ่ม

จากรายงานของ ลุงบุญมา สุวรรณศรี ประธานกลุ่มฯ ระบุว่า คนหนองหญ้าปล้อง ที่ทำนาอินทรีย์จริงๆ มี 11 ราย ได้ผลผลิตต่อปีสำคัญๆ อย่าง ข้าวมะลิ 105 ราว 2,300 กิโลกรัม มะลิแดง 1,300 กิโลกรัม ก่ำตาดำ 180 กิโลกรัม และหอมใบเตย 3,060 กิโลกรัม

“…หอมใบเตย เป็นข้าวเด่นของบ้านเราครับ เหมาะกับดินที่นี่ ให้ผลผลิตถึงไร่ละ 400-500 กิโลกรัม ถือว่ามากนะครับสำหรับนาอีสาน” ไพรัชช์ อธิบายถึงข้าวที่ปลูกกันมาก “ที่สำคัญคือช่วงปีแรกๆ ที่เปลี่ยนวิธีจากนาเคมีมาเป็นนาอินทรีย์ ข้าวส่วนใหญ่ผลผลิตจะลด แต่หอมใบเตยนี้ไม่ลดเลยครับ…”

การคุยกันนอกรอบก่อนวันงาน ไพรัชช์ ได้ข้อเสนอที่น่าสนใจหลายอย่าง เช่น กลุ่มควรทำโรงสีเล็กๆ เพื่อควบคุมขั้นตอนการสีได้ตามต้องการ และยังใช้ประโยชน์จากแกลบ รำ ได้เต็มที่ มีการเสนอให้ลองแปรรูปข้าว เป็น “แป้งอินทรีย์” สำหรับทำขนม เส้นแป้งแบบต่างๆ รวมทั้งควรเสาะหาตลาดใหม่ๆ เพื่อระบายสินค้า เช่น โรงพยาบาลที่สนับสนุนด้านนี้ และควรเสนอบางโครงการเข้าไปที่ อบต. บ้านกู่ ซึ่งนักวิชาการเกษตรของที่นั่นรับปากแล้วว่า จะหางบประมาณสนับสนุนบางส่วนให้ได้แน่นอน

ตอนแรก ผมก็ไม่ค่อยเข้าใจว่า ทำไมพวกเขาจึงภูมิใจและดูตื่นเต้นกับการที่ทางกลุ่มสามารถจำหน่ายเมล็ดพันธุ์ “ข้าวปลูก” ได้ เพิ่งมารู้ตอนหลังว่าการทำพันธุ์ข้าวอินทรีย์นี้ยากมาก ต้องคอยคัดพันธุ์ ตัดรวงที่ไม่ใช่พันธุ์แท้ในแปลงทิ้ง จนกระทั่งได้เมล็ดพันธุ์ที่จำหน่ายได้มูลค่ามากพอๆ กัน หรือบางครั้งอาจมากกว่าการทำผลผลิตโดยรวมในปีนั้นๆ ด้วยซ้ำ

ช่วงก่อนเที่ยงวัน มีวงเสวนาเล็กๆ เรื่องเกษตรอินทรีย์กับความมั่นคงทางอาหารของชุมชน มีตัวแทนจากส่วนต่างๆ รวมทั้งชาวนาเจ้าของพื้นที่ร่วมพูดคุย ผมคิดว่าข้อมูลจากคุณหมอประจำศูนย์สาธารณสุขตำบลนับว่าน่าสนใจ ท่านบอกว่า เท่าที่เคยตรวจ จะพบสารเคมีปนเปื้อนในผู้ป่วย 40-50 คน ใน 100 คน เรียกว่าครึ่งต่อครึ่งทีเดียว ยิ่งผู้ป่วยที่เป็นเกษตรกรเจ้าของนาเคมียิ่งพบอาการบกพร่องของระบบทางเดินหายใจ และระบบผิวหนังค่อนข้างสูง นอกจากนี้ การตรวจผักสดในตลาดพบว่า หากเป็นผักที่ปลูกในพื้นที่ จะพบสารเคมีตกค้างราว 30% แต่หากเป็นผักมาจากตลาดส่วนกลาง ตัวเลขจะอยู่ที่ 80% ขึ้นไป

แน่นอนว่า การสะสมสารพิษเหล่านี้ในร่างกาย ย่อมก่อให้เกิดโรคร้ายอย่าง มะเร็งกระเพาะอาหาร มะเร็งลำไส้ ดังนั้น หนทางที่จะห่างไกลจากสารเคมีเกษตรตัวอันตราย ที่นานาชาติขึ้นบัญชีดำเฝ้าระวังอย่างถาวร เช่น คาร์โบฟูราน ไดโครโตฟอส หรือ อีพีเอ็น ก็คงไม่มีทางอื่น นอกจากสมาทานทางเลือกสายเกษตรอินทรีย์เท่านั้น

และเท่าที่ฟังชาวบ้านคุยกัน ผมคิดว่า ความเชื่อเดิมของนักสังคมวิทยาที่ว่า เกษตรอินทรีย์เกิดจากดีมานด์ (demand) ของคนกรุงที่เห่อการดูแลสุขภาพแบบองค์รวมนั้น คงจะไม่จริงเสียแล้วล่ะครับ…

งานเล็กๆ ที่น่ารักมากๆ นี้ นอกจากมีออกร้านขายพืชผักพื้นบ้าน ขนมที่แปรรูปจากแป้งข้าว และการสาธิตเพาะเห็ด เลี้ยงไส้เดือน ทำน้ำจุลินทรีย์สังเคราะห์แสงแล้ว คงจะขาดสีสันไปมาก ถ้าปราศจากพระเอกของงานไป

“ข้าว” นั่นเองครับ

มีข้าวอินทรีย์หลากหลายพันธุ์ให้ชิมลิ้มลองและจำหน่ายในราคาถูก ดังนั้น ผมก็เลยได้ลองข้าวเจ้าเหลือง ไรซ์เบอร์รี่ มะลิแดง โสมาลีเสียจนอิ่มแปล้ โดยเฉพาะที่ฮือฮามาก คือ “ก่ำลืมผัว” ที่ว่ากันว่ากินอร่อยจนสาวๆ ถึงกับลืมผัว โดยเฉพาะเมื่อจ้ำลาบปลา หมกเครื่องในปลา ตำปลาร้ามะกอกสุก และปลาดุกนาตัวเล็ก ย่างพอนุ่มๆ

ผมยังจำความนิ่มนวล หนึบนุ่ม ของโสมาลีที่เพิ่งหุงสุกใหม่ๆ ได้ดี และคิดว่าต้องอร่อยมากๆ เลย ถ้าลองกินกับของทอดอื่นๆ เช่น เนื้อเค็ม ปลาส้ม ไม่งั้นก็หมกกุ้งฝอยหรือเครื่องในไก่…มันน่าจะมีชาวบ้านสักหลายๆ คนที่รู้จักผลผลิตของเขาดีอยู่แล้ว ลอง “จับคู่” ให้เห็นกันจะจะไปเลย เช่น ข้าวพันธุ์นี้กินกับแกงแบบนี้อร่อย พันธุ์นี้ทำขนมจีนถึงจะดี ส่วนพันธุ์นี้ต้องผสมพันธุ์นี้ในอัตราส่วนเท่าไหร่ต่อเท่าไหร่ จึงจะหุงออกมาแล้วกินดีกว่าพันธุ์อื่นๆ ฯลฯ

การได้กินข้าวพันธุ์ที่ไม่คุ้นหูคุ้นลิ้น ซึ่งหุงอย่างดีด้วยฝีมือเจ้าของผลผลิต แถมยังได้กินในบริบท ท่ามกลางบทสนทนาที่อึงอลไปด้วยปัญหา ทางแก้ ความภูมิใจ และความหวังของคนพื้นที่เอง นับเป็นโอชะอันหาได้ยากยิ่งโดยแท้

ความหมายของข้าวใหม่ ปลามัน ในสายตาของคนนอกอย่างผม ก็คงจะด้วยเหตุประการฉะนี้เองกระมังครับ…

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: