เวชสำอางจากข้าวไทย หนึ่งช่องทางเพิ่มมูลค่า

Published May 28, 2016 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือเทคโนโลยีชาวบ้าน

http://info.matichon.co.th/techno/techno.php?srctag=05083010159&srcday=2016-01-01&search=no

วันที่ 01 มกราคม พ.ศ. 2559 ปีที่ 28 ฉบับที่ 614

คิดเป็นเทคโนฯ

ธนสิทธิ์ เหล่าประเสริฐ

เวชสำอางจากข้าวไทย หนึ่งช่องทางเพิ่มมูลค่า

ตลาดเครื่องสำอางในประเทศไทย ในขณะนี้มีมูลค่าไม่ต่ำกว่า 200,000 ล้านบาท โดยเป็นตลาดภายในประเทศประมาณ 120,000 ล้านบาท ที่เหลือเป็นการส่งออกไปยังตลาดต่างประเทศอีกประมาณ 80,000 ล้านบาท โดยอุตสาหกรรมเครื่องสำอางไทยอยู่ในอันดับ 16 ของโลก และที่ 3 ของเอเชีย ต่อจากประเทศญี่ปุ่นและเกาหลีใต้

“สำหรับตลาดนั้นมีการขยายตัวอยู่ที่ ประมาณปีละ 10 เปอร์เซ็นต์” นายปรีดา ยังสุขสถาพร ผู้อำนวยการ สำนักส่งเสริมการใช้ประโยชน์ สำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร (องค์กรมหาชน) หรือ สวก. เปิดเผยในระหว่างการประชุม “คลัสเตอร์เวชสำอาง : เพิ่มมูลค่าเกษตรไทย เสริมเศรษฐกิจไทยสู่สากล” ซึ่ง สวก. จัดขึ้นเมื่อเร็วๆ นี้

ความน่าสนใจภายในงานนี้คือ การสนับสนุนของ สวก. แก่ผู้ประกอบการทางด้านเวชสำอาง โดยการใช้วัตถุดิบที่มาจากภาคเกษตร ทั้งข้าวพื้นเมือง และสมุนไพรต่างๆ จนได้ผลงานการวิจัยที่น่าสนใจและสามารถต่อยอดเชิงธุรกิจได้ อาทิ การพัฒนาผลิตภัณฑ์อาหารสุขภาพและเวชสำอาง เพื่อเพิ่มมูลค่าข้าวพันธุ์พื้นเมืองที่มีสี โดยการปลูกแบบเกษตรอินทรีย์ การเพิ่มมูลค่าข้าวไทยด้วยภูมิปัญญาท้องถิ่นไทย : การพัฒนาผลิตภัณฑ์อาหารเพื่อสุขภาพโพรไบโอติก และเวชสำอางจากผลิตผลพลอยได้จากกระบวนการหมักข้าวฮางงอกและข้าวก่ำ พันธุ์ KKU URL0381 การพัฒนาผลิตภัณฑ์พอกหน้าชนิดผงและฟิล์มที่มีส่วนผสมจากสารสกัดสมุนไพร การพัฒนาครีมเคอร์คิวมินอยด์ไขมันแข็งขนาดนาโนในระดับโรงงานต้นแบบ เป็นต้น

เวชสำอาง จึงกล่าวได้ว่าเป็นอีกหนึ่งอุตสาหกรรมที่น่าสนใจ และสามารถรองรับผลผลิตทางการเกษตรที่มีอยู่ในประเทศไทยได้เป็นอย่างดี และจะเป็นอีกหนึ่งทางออกของการเพิ่มมูลค่าให้กับสินค้าเกษตรของประเทศไทย

ทั้งนี้ด้านของการคิดค้นเทคโนโลยีใหม่ๆ ผ่านงานวิจัยของนักวิชาการไทยนั้น ทาง สวก. ดำเนินการสนับสนุนอย่างเต็มที่ โดยในงานนี้ได้มีการจัดพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ เรื่องการพัฒนาและต่อยอดงานวิจัยด้านเวชสำอางที่มีศักยภาพเชิงพาณิชย์ และการส่งเสริมการใช้ประโยชน์จากงานวิจัย ระหว่างสำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร (องค์การมหาชน) กับสถาบันวิจัยพัฒนาและนวัตกรรมเพื่ออุตสาหกรรม สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย และคลัสเตอร์เครื่องสำอางไทย กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม เพื่อให้เกิดการพัฒนาและต่อยอดงานวิจัยด้านเวชสำอางที่มีศักยภาพเชิงพาณิชย์ และส่งเสริมการใช้ประโยชน์จากงานวิจัยในเชิงพาณิชย์ต่อไป

นายปรีดา ได้ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า ขณะนี้มีนักวิจัยที่ได้รับการสนับสนุนจาก สวก. ได้นำผลผลิตทางการเกษตรมาต่อยอดและแปรรูปผลิตภัณฑ์เวชสำอางหลายอย่าง และที่สำคัญได้ศึกษาวิจัยข้าวพื้นเมือง อย่างเช่น ข้าวสังข์หยด ข้าวเหนียวดำ ข้าวมันปู มาศึกษาและพบว่าข้าวมีสีแต่ละชนิด มีสารต้านอนุมูลอิสระและวิตามีนที่มีความจำเป็นต่อผิว ซึ่งสามารถนำมาสกัดทำเป็นเวชสำอางได้เป็นอย่างดี

ตัวอย่างของการศึกษาวิจัยเกี่ยวกับข้าวสีพื้นเมือง เช่น ผลงานของ ดร. นิสากร แช่วัน แห่งมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง ภายใต้หัวข้อ การศึกษาฤทธิ์ทางชีวภาพของสารสกัดจากข้าวสีและการพัฒนาตำรับเครื่องสำอางชะลอความชราที่มีสารสกัดจากข้าว

จากผลงานวิจัยดังกล่าว ในขณะนี้สามารถนำสารสกัดจากข้าวมันปูมาพัฒนาเป็นเครื่องสำอางลดเลือนริ้วรอยได้ถึง 3 ตำรับ ได้แก่ Perfect Renew Essence, Perfect Renew Day Cream และ Perfect Renew Night Cream

ผลงานวิจัยนี้ได้ศึกษาจากสารสกัดของข้าวสี 4 ชนิด ได้แก่ ข้าวเจ้าหอมนิล ข้าวเหนียวดำ ข้าวมันปู และข้าวสังข์หยด โดยพบว่า สารสกัดจากข้าวมันปูเป็นสารออกฤทธิ์ที่มีลักษณะเนื้อสวยงาม เมื่อทำการศึกษาความคงตัวของครีมชะลอความชราที่สภาวะต่างๆ เป็นระยะเวลา 16 สัปดาห์ พบว่า ค่าความหนืดและค่าความเป็นกรด-ด่าง มีการเปลี่ยนแปลงน้อยมากในทุกสภาวะ และมีการเปลี่ยนแปลงของสี โดยมีสีเหลืองและแดงเพิ่มขึ้นเล็กน้อย และจากการวิเคราะห์ความคงสภาพทางเคมีพบว่า ผลิตภัณฑ์มีอายุการเก็บรักษาประมาณ 2 ปี เมื่อเก็บที่สภาวะเย็น และ 1.5 ปี เมื่อเก็บไว้ที่อุณหภูมิห้อง

นอกจากนี้ ยังมีความปลอดภัยเป็นไปตามข้อกำหนดของกระทรวงสาธารณสุข และมีประสิทธิภาพในการทำให้ผิวเรียบเนียน สีผิวสม่ำเสมอและกระจ่างใสชุ่มชื้นขึ้น และดูตึงกระชับไม่หย่อนคล้อยและริ้วรอยดูลดเลือนลง

นอกจากนี้ ข้าวไทยยังมีประสิทธิภาพสูงในการพัฒนาเพื่อเป็นผลิตภัณฑ์ป้องกันผมร่วง โดยเป็นผลงานของ ดร. ณัตฐาวุฒิ ฐิติปราโมทย์ แห่งมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง โดยอยู่ภายใต้งานวิจัยเรื่องการประยุกต์ใช้สารออกฤทธิ์จากข้าวสีในผลิตภัณฑ์เครื่องสำอาง ผลิตภัณฑ์ป้องกันผมร่วงที่มีสารสกัดข้าวสังข์หยด

ผลงานของ ดร. ณัตฐาวุฒิ เป็นการนำสารกลุ่มโปรแอนโทไซยานิดินจากข้าวสังข์หยด มาพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์กระตุ้นการเจริญของเส้นผมในรูปแบบของแชมพูสระผม ครีมนวดผม และแฮร์โทนิค จนประสบความสำเร็จ กลายเป็นผลิตภัณฑ์ที่น่าสนใจและสามารถนำไปต่อยอดเชิงการค้าได้เป็นอย่างดี

จากที่กล่าวมาข้างต้น เป็นเพียงส่วนเดียวของผลงานวิจัยอีกมากมายที่ผู้สนใจสามารถนำไปพัฒนาต่อยอดได้ โดยสามารถติดต่อขอข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ สำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร (องค์การมหาชน) เลขที่ 2003/61 ถนนพหลโยธิน แขวงลาดยาว เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร โทร. (02) 579-7435

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: