สองปีกับการยึดอำนาจความฝันของพล.อ.ประยุทธ์’ที่ยังไม่ถึงฝั่ง’

Published May 22, 2016 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/detail/20160508/227219.html

การเมือง : ข่าวทั่วไป
วันอาทิตย์ที่ 8 พฤษภาคม 2559
สองปีกับการยึดอำนาจความฝันของพล.อ.ประยุทธ์'ที่ยังไม่ถึงฝั่ง'

คมวิเคราะห์ การเมืองรอบสัปดาห์ : สองปีกับการยึดอำนาจ ความฝันของ พล.อ.ประยุทธ์ ‘ที่ยังไม่ถึงฝั่ง’ : โดย…สำนักข่าวเนชั่น

                    ความตอนหนึ่งของ “พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา” นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. ที่กล่าวไว้ในรายการคืนความสุขให้คนในชาติ เมื่อคืนวันที่ 6 พฤษภาคม 2559 เกี่ยวกับการปฏิรูปประเทศหลังการยึดอำนาจเมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม 2557 ชัดแล้วว่า การปฏิรูปประเทศตามแนวทางและโรดแม็พที่พล.อ.ประยุทธ์วางไว้นั้น ยังไม่เสร็จสิ้นและหากมองลึกๆ แล้ว งานนี้ต้องมีทายาทของ พล.อ.ประยุทธ์ที่มาสืบทอดเจตนารมณ์ของการยึดอำนาจครั้งนี้ให้ลุล่วง
                    “การปฏิรูปมันปฏิรูปตั้ง 31 วาระ 37 เรื่อง กิจกรรมเยอะแยะไปหมด มันถึงต้องมีระยะที่ 1, 2, 3, 4, 5 คือเหตุผลของการที่จะต้องมีแผนปฏิรูป 5 ปี 4 แผน มีแผนสภาวะอีก 4 แผนสอดคล้องกัน ทั้งหมดร่วมกันเป็นยุทธศาสตร์ 20 ปีข้างหน้า เราต้องการอะไรให้ประเทศไทยมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน ใช่ไหม ก็ต้องไปซอยย่อยยิบออกมา และมีกิจกรรมไหนที่รัฐบาล-คสช.กำลังเลือกว่า สิ่งไหนทำได้เลยเราทำเลย อันไหนที่จะเริ่มต้นได้เราก็จะเริ่มต้นในช่วงนี้ถึง 2560 ให้ได้ อย่างน้อยก็เป็นแนวทาง เป็นการนำร่อง เป็นแบบอย่าง อะไรแก้จบได้ก็จบไปเลย อันไหนจบไม่ได้ก็ไปต่อระยะหน้า ซึ่งก็ไม่ใช่หน้าที่ของผมแล้ว”
                    “สำหรับตอนนี้เราอยู่จุดของการปฏิรูปในระยะที่ 1 คือ ตั้งแต่เข้ามา (22 พฤษภาคม 2557) ก็แก้ไขความขัดแย้ง แก้ไขปัญหาที่สำคัญ จัดระเบียบบ้านเมืองให้ทุกคนมาอยู่ภายใต้กฎหมายเดียวกัน ก็พยายามเต็มที่นะ ก็ถือว่าบ้านเมืองสงบสมควรนะในขณะนี้ มันก็มีเฉพาะในสื่อ ในโซเชียลมีเดียเท่านั้น กับคนบางคนที่ออกมาพูดจาที่มันทำให้บ้านเมืองเสียหาย ก็ฝากผู้ที่รับผิดชอบด้านนี้ดูแลกันด้วยแล้วกันว่าอย่าให้เกิดขึ้นอีก สิ่งที่มันจะต้องเกิดขึ้นต่อไปอย่างที่ผมคาดหวังก็คือว่า ปฏิรูประยะที่ 1 มันรวมไปตั้งแต่พฤษภาคม 2557 ไปจนถึง 2558 วันนี้ผมทำของปี 2559-2560 ให้เพิ่มขึ้นอีก ก็เอาแผนใหญ่ของ สปช.-สปท.ที่ทำมานี้และมีประโยชน์ พวกเขาคิดมาในภาพรวมและซอยย่อยแผน ตามที่พวกเขาส่งมานั้น พวกเขาก็มีคณะกรรมาธิการศึกษาหลายๆ เรื่อง ผมดูตลอด ผมก็มองว่า เออ…ทุกคน ตั้งใจนะ”
                    “วันนี้ทุกคนคาดหวังว่าจะให้ปฏิรูปให้เสร็จภายใน 1 ปี-2 ปี ไม่มีทางเสร็จหรอก หลายประเทศเป็นร้อยปียังไม่เสร็จเลย ประเทศไทยยังไม่เริ่มปฏิรูปสักที มาเริ่มปฏิรูปตั้งแต่ ปี 2557 ที่ผ่านมานี้แหละ แล้วท่านจะหยุดหรือท่านจะไม่ให้ประเทศมันเดินหน้าไปแล้วกลับไปสู่ความขัดแย้งแบบเดิมๆประเทศชาติที่ว่า ดีๆ จริงๆ มันไม่ได้ดีหรอก มันกลวงข้างใน เพราะฐานมันไม่แน่น จิตใจคนมันก็็แหลกสลาย ผมคิดว่ามันเสียใจบ้างอะไรบ้าง เพราะความขัดแย้งไง เสียใจ เสียชีวิต เสียอะไรต่างๆ เยอะแยะ วันนี้ต้องปฏิรูปทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นรัฐบาล ข้าราชการ ประชาชน ต้องปฏิรูปตัวเอง ผมก็ต้องปฏิรูปตัวเองเสมอ ผมก็อดทน” พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว
                    ข้อความข้างต้นคือสิ่งบ่งชี้ความในใจของ พล.อ.ประยุทธ์ที่ไม่น่าจะตีความยากนัก เพราะชายชาติทหารคนนี้พูดอะไรตรงๆ ไม่อ้อมค้อมและไม่ต้องตีความมากนัก
                    สองปีที่ คสช.ยึดอำนาจเพื่อขจัดปัญหาของชาติและวางแผนยุทธศาสตร์ไว้ยาวๆ นั้น ทายาทของ คสช.คือตัวตายตัวแทนที่ต้องรับไม้ต่อจากพล.อ.ประยุทธ์ เพื่อขับเคลื่อนภารกิจให้เป็นรูปธรรม
                    คิดล่วงหน้าหากรัฐธรรมนูญผ่านประชามติแบบไม่ลำบากนัก แผนต่างๆที่ คสช.วางไว้ก็ไม่น่าจะแปรเปลี่ยน เพราะอย่างน้อยห้าปีแรกคนการเมืองที่เข้ามาเป็นรัฐบาลก็ไม่สามารถทำอะไรได้เต็มชิ้นเต็มอันนัก
                    กลไกที่ คสช.วางไว้เพื่อบีบความขัดแย้งนับสิบปีให้จบลงหรืออย่างน้อยไม่ให้ขยายผลไปมากกว่าที่ผ่านมาย่อมเป็นสิ่งที่ พล.อ.ประยุทธ์หวังจะเห็นผลสัมฤทธิ์
                    แต่ในความเป็นจริง มันอาจไม่ง่ายดั่งใจนึกเท่าใดนัก เพราะกระแสต้านที่มาจากบางกลุ่มบางคนที่ไม่สนับสนุน คสช.และรัฐบาลนี้ก็ออกมาขยับเป็นระยะ และการบังคับใช้กฎหมายสารพัดฉบับที่เจ้าหน้าที่รัฐงัดออกมาจัดการนั้น ต้องดูว่า จะจี้จุดตายบางกลุ่ม-บางคนเหล่านี้ให้อยู่หมัดหรือไม่ เพราะหากใครอยู่ในฐานะของ พล.อ.ประยุทธ์วันนี้ก็คงหงุดหงิดใจไม่น้อย เพราะเคยให้โอกาสบางกลุ่ม-บางคนเหล่านี้มาหลายครั้ง แต่เสมือนว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้นและยังท้าทายอำนาจรัฐเสมอๆ
                    เมื่อตอนนี้มีการเพิ่มดีกรีการบังคับใช้กฎหมายกันแบบทวีคูณขึ้นเรื่อยๆ ก็ต้องดูว่า สิ่งเหล่านี้จะจัดการกับขั้วตรงข้ามรัฐบาลให้ชะงักงันแบบครั้งเดียวจบได้หรือไม่ เพราะอย่าลืมว่า อีกไม่กี่วันข้างหน้า การเดินสายชี้แจงทำความเข้าใจกับมวลชนเรื่องประชามติต้องเริ่มต้น สิ่งใดที่น่าจะเป็นสิ่งกีดขวางก็ต้องจัดการให้เรียบร้อยตั้งแต่ต้น
                    “กกต.จะนำแจกจ่ายให้ผู้เข้าร่วมงานวันคิกออฟ ซึ่งจะมีขึ้นในวันที่ 25 พฤษภาคมนี้ และหลังจากนั้น กกต.จะต้องรีบจัดส่งร่างรัฐธรรมนูญและเอกสารสรุปสาระสำคัญไปยังที่สถานที่ต่างๆ ให้ทันตามกำหนดการ ส่วนด้านการมีส่วนร่วมที่มี “ประวิช รัตนเพียร” กกต.ด้านกิจการการมีส่วนร่วมดูแลอยู่นั้น ก็จะดำเนินการให้ศูนย์ส่งเสริมพัฒนาประชาธิปไตยตำบล (ศส.ปชต.) ทุกตำบลติดตามการแจกจ่ายและประชาสัมพันธ์ให้ผู้มีสิทธิออกเสียงออกมาใช้สิทธิกันให้มากที่สุด ส่วนด้านอื่นก็พร้อมดำเนินการทุกด้านแล้ว ดังนั้นคาดว่าการทำประชามติร่างรัฐธรรมนูญครั้งนี้ไม่น่าจะมีปัญหาหรืออุปสรรคใดต่อการดำเนินการ” ศุภชัย สมเจริญ ประธาน กกต.กล่าวไว้เกี่ยวกับการคิกออฟการแจกจ่ายร่างรับธรรมนูญสู่มวลชน
                    ตอนนี้กระแสต้าน “6 ทำได้ 8 ทำไม่ได้” เกี่ยวกับกฎหมายประชามติกำลังกระพือ แต่อย่าลืมว่า กฎเหล็กที่คนในเครื่องแบบจัดการกับกลุ่มต่อต้านหน้าเดิมๆ ตามที่ พล.อ.ประยุทธ์อ้างถึงกันแบบถึงขั้วนั้น อาจจะส่งผลลบกับภาพลักษณ์ของผู้นำประเทศบ้าง แต่มองเเล้วรัฐบาลและ คสช.อาจเหมือนไม่แคร์ เพราะสิ่งที่ พล.ต.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีที่เครือข่ายนักวิชาการเพื่อสิทธิพลเมืองยื่นเรื่องต่อสำนักงานข้าหลวงใหญ่เพื่อสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ เพื่อให้ตรวจสอบและยุติการละเมิดสิทธิมนุษยชนต่อผู้ที่เห็นต่างจากรัฐบาลและคสช.ว่าเป้าหมายของรัฐบาลและคสช.คือการรักษาความสงบเรียบร้อยในช่วงเปลี่ยนผ่านประเทศ โดยยืนยันว่า นับตั้งแต่เข้ามาบริหารบ้านเมืองไม่เคยมีเหตุการณ์จับกุมซ้อมทรมานประชาชนหรือกลุ่มผู้เห็นต่างตามที่เครือข่ายนำมากล่าวอ้าง
                    “ผู้กระทำผิดกฎหมายทุกคนจะถูกควบคุมตัวและปฏิบัติตามระเบียบกฎหมาย แม้แต่คนที่กระทำผิดซ้ำแล้วซ้ำเล่าก็ไม่เคยถูกกระทำรุนแรงใดๆทั้งสิ้น อยากให้เครือข่ายนักวิชาการพิสูจน์ให้เห็นด้วยหลักฐาน ไม่ควรเชื่อข้อมูลจากการฟังตามกันมาหรืออ่านเพียงข้อมูลจากโซเชียลมีเดียโดยขาดการตรวจทานผิดวิสัยนักวิชาการหรือปัญญาชนที่มีคุณภาพ”
                    เมื่อบวกกับ พล.ต.วีรชน สุคนธปฏิภาค รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวเสริมเรื่องเดียวกันว่า “เรื่องดังกล่าว พล.อ.ประยุทธ์รับทราบเรื่องแล้วและเราก็ทราบข้อมูลดีว่าอะไรเป็นความจริง อะไรเป็นประเด็นเท็จ อย่างเช่น ประเด็นที่มีการระบุว่า มีการจับกุมและซ้อมทรมานประชาชนต่างขั้วการเมือง ไม่น่าเชื่อว่าจะเป็นข้อความที่เขียนโดยนักวิชาการ อ่านแล้วรู้สึกว่าเหลือเชื่อมากที่ออกมาจากนักวิชาการ ต้องบอกว่า ที่ผ่านมาเราชัดเจนการเชิญกลุ่มเห็นต่างพูดคุยเป็นการยับยั้งไม่ให้เกิดการสร้างบรรยากาศที่ไม่ปรองดองในช่วงการทำประชามติ การพูดว่ารัฐบาลละเมิดสิทธิอย่างรุนแรงเป็นการจินตนาการมากกว่าข้อเท็จจริง แต่ก็ไม่ได้ว่านักวิชาการเหมารวมทั้งหมด แต่เป็นนักวิชาการกลุ่มหนึ่งเท่านั้น”
                    “คนที่ออกมาพูด เขาพูดเอง เรื่องนี้กระทรวงต่างประเทศและรัฐบาลมีคำอธิบายที่ชัดเจนถึงข้อกล่าวหาที่ไม่เป็นความจริง เรื่องนี้เราคงต้องมีการตรวจสอบข้อกล่าวอ้างดังกล่าวถึงวัตถุประสงค์ของคนที่พูดยืนยันรัฐบาลไม่ห่วงอยู่แล้ว และไม่กังวล เพราะสิ่งที่พูดไม่เป็นความจริง ฉะนั้นจะไม่กระทบอะไร” พล.ต.วีรชน กล่าว
                    ดังนั้นชัดอยู่แล้วในคำตอบที่ชี้แจงออกมาว่า คนในเครื่องแบบคิดและวางแผนงานไว้เช่นไรกับสิ่งที่จะต้องเจอ เพราะข้อมูลลึกแต่ไม่ลับจากคนในเครื่องแบบระบุว่า จะจับตากลุ่มที่ตั้งใจจะเล่นงาน คสช.และสถาบันเป็นหลัก เพราะมีการปล่อยปละละเลยมาพักใหญ่แล้ว
                    “ควรเปิดกว้างเหมือนการทำประชามติปี 2550 ไม่ต้องมาพูดว่าอะไรควรทำ ไม่ควรทำด้วยซ้ำ เพราะมีกฎหมายอยู่แล้ว ซึ่งการพูดโกหก การด่ากัน ก็ผิดและต้องถูกดำเนินคดีอยู่แล้ว จึงต้องแยกให้ออกระหว่างเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น ซึ่งต้องระมัดระวังว่า บางครั้งเราไปตีความจำกัดมากเกินไป ไม่ว่าจะเป็นการตีความรณรงค์ การเคลื่อนไหว หรือการอ้างเรื่องความมั่นคง ความสงบเรียบร้อยที่มีการตีความคนละแบบ ซึ่งจะเป็นปัญหาทำให้สถานการณ์อึดอัด และไปลิดรอนสิทธิเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น แล้วจะทำให้เกิดกระบวนการในการตัดตอนอำนาจในการตัดสินใจของประชาชน หากเป็นอย่างนั้นประชามติที่ออกมาก็จะไม่เป็นที่น่ายอมรับ ไม่เป็นที่น่าเชื่อถือทั้งในระดับประเทศและระดับสากล” คำเตือนของ นพ.นิรันดร์ พิทักษ์วัชระ อดีตกรรมการสิทธิมนุษชนเเห่งชาติ ซึ่ง คสช.ก็น่าจะฟังไว้ประกอบด้วย
                    การปฏิรูปครั้งนี้ คือการวางนโยบายอนาคตประเทศไว้ยาวๆ ตามแนวคิดของ คสช. แต่หากปฏิบัติการบางด้านดำเนินการไปแบบไม่มีสติยั้งคิด อันตรายอาจมีมาแบบเฉียบพลัน
                    ดังนั้นขอให้ตระหนักไว้นิดว่า เหตุแบบ “น้ำผึ้งหยดเดียว” อาจเกิดขึ้นได้ จึงขอให้ใช้ความระมัดระวังสักหน่อย มิเช่นนั้นความฝันของพล.อ.ประยุทธ์ อาจจะหลุดลอยไปแบบยากที่จะตามกลับมา
—————-
(คม วิเคราะห์ การเมืองรอบสัปดาห์ : สองปีกับการยึดอำนาจ ความฝันของ พล.อ.ประยุทธ์ ‘ที่ยังไม่ถึงฝั่ง’ : โดย…สำนักข่าวเนชั่น)

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: