ปลูกหน่อไม้ฝรั่ง ด้วยต้นเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ ลดต้นทุนด้วยการผสมปุ๋ยใช้เอง

Published May 21, 2016 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือเทคโนโลยีชาวบ้าน

http://info.matichon.co.th/techno/techno.php?srctag=05020151258&srcday=2015-12-15&search=no

วันที่ 15 ธันวาคม พ.ศ. 2558 ปีที่ 28 ฉบับที่ 613

บันทึกไว้เป็นเกียรติ

ทวีศักดิ์ ชัยเรืองยศ

ปลูกหน่อไม้ฝรั่ง ด้วยต้นเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ ลดต้นทุนด้วยการผสมปุ๋ยใช้เอง

คุณคำลา สีเหลือบ บ้านเลขที่ 38/1 หมู่ที่ 1 ตำบลวังโป่ง อำเภอวังโป่ง จังหวัดเพชรบูรณ์ โทร. (089) 704-0397 เป็นเกษตรกรผู้ปลูกหน่อไม้ฝรั่งที่เริ่มปลูกมาได้ 1 ปี ซึ่งถือเป็นพืชใหม่สำหรับตนเอง เพราะตนเองและครอบครัวปลูกข้าว ข้าวโพด มันเทศ พืชล้มลุกต่างๆ แต่จากที่ได้มีโอกาสพูดคุยและไปเห็นแปลงปลูกหน่อไม้ฝรั่งของเพื่อนเกษตรกร ว่าปลูกแล้วสามารถเก็บเกี่ยวได้นาน 5-7 ปี มีรายได้ที่น่าสนใจ

จึงตัดสินใจแบ่งพื้นที่ทางการเกษตร จำนวน 3 ไร่ มาปลูกหน่อไม้ฝรั่ง โดยเลือกปลูกด้วยต้นหน่อไม้ฝรั่งอยู่ 2 แบบ คือ

แบบแรก ต้นหน่อไม้ฝรั่งแบบต้นที่ได้จากการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ ที่ตนเองเดินทางไปซื้อที่จังหวัดเชียงใหม่ ในราคา 23 บาท ต่อต้น ซื้อมา จำนวน 3,000 ต้น ตอนได้มาเป็นต้นที่มีขนาดเล็กมาก ก็ต้องมาเลี้ยงอนุบาลต่อให้ต้นมีขนาดใหญ่แข็งแรงอีกราว 3 เดือน จึงจะเริ่มย้ายปลูกลงแปลงได้ โดยต้นเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ 3,000 ต้น ลงปลูกในแปลงได้ 1.5 ไร่

แบบที่สองคือ ซื้อเมล็ดหน่อไม้ฝรั่งมาเพาะกล้าเอง ซื้อจากเพื่อนเกษตรกรที่อำเภอหล่มเก่า เมล็ด 100 กรัม หรือ 1 ขีด ราคา 600 บาท คุณคำลา ได้ซื้อเมล็ดหน่อไม้ฝรั่งมาเพาะกล้า จำนวน 1 กิโลกรัม เพราะต้องเพาะเมล็ดไว้เผื่อเลือกเผื่อซ่อม โดยเลือกต้นหน่อไม้ฝรั่งที่ดีที่สุดย้ายปลูกลงแปลง (โดยเกษตรกรบางท่านก็จะใช้เวลาว่างเก็บเมล็ดหน่อไม้ฝรั่งในไร่เพื่อจำหน่ายเมล็ดพันธุ์เป็นรายได้เสริม) อย่างเมล็ดก็ต้องเลี้ยงกล้าให้ได้สัก 8 เดือน จึงจะย้ายปลูกลงแปลงได้

การให้ผลผลิตก็มีข้อแตกต่างกัน อย่างต้นที่ได้จากการเพาะเมล็ดนั้น หลังปลูกลงดินไปแล้ว 8-12 เดือน ก็จะเริ่มมีหน่อให้ได้เก็บบ้างแล้ว แต่จะเป็นหน่อเกรดเล็ก หรือเรียกกันว่าหน่อเกรดซี (C) ในช่วงแรก ซึ่งเป็นธรรมดาของต้นหน่อไม้ฝรั่งที่อายุต้นยังน้อย แต่ถ้าต้นที่ได้จากการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ อย่างน้อยต้องให้มีอายุต้น 1 ปีขึ้นไป จึงจะเพิ่มผลผลิต ซึ่งการให้ผลผลิตจะช้ากว่าต้นเพาะเมล็ด แต่ในระยะยาวต้นที่ได้จากการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อจะให้หน่อที่มีขนาดใหญ่หรือเป็นหน่อเกรดเอ ค่อนข้างสูงกว่าต้นเพาะเมล็ด

การเตรียมแปลงปลูก

คุณคำลา เล่าว่า ตนเองเลือกปลูกหน่อไม้ฝรั่ง แบบ 2 แถว ต่อแปลง หรือแถวคู่ โดยใช้ระยะปลูก 50×50 เซนติเมตร โดยแปลงปลูกกว้าง 1.20 เมตร เพราะต้องการให้ได้จำนวนต้นที่มากกว่าการปลูกแถวเดี่ยวที่เพื่อนเกษตรกรด้วยกันปลูกมาก่อนหน้านี้

การเตรียมแปลง เหมือนการปลูกผักทั่วไป โดยไถปรับที่ ยกแปลงปลูกให้สูงสัก 25-30 เซนติเมตร เพื่อให้รากมีพื้นที่เจริญเติบโตและที่สำคัญคือการระบายน้ำที่ดี นิสัยของหน่อไม้ฝรั่งชอบน้ำชอบความชื้น แต่ไม่ชอบน้ำขังแฉะ เมื่อเตรียมแปลงเสร็จก็วัดระยะปลูกขุดหลุมไว้รอก่อนจะนำกล้าหน่อไม้ฝรั่งมาปลูก

จากนั้นก็ต้องวางระบบน้ำให้เรียบร้อยเสียก่อน ก่อนที่จะย้ายกล้าลงปลูก โดยการวางระบบน้ำก็ประยุกต์มาจากการไปดูงานเพื่อนเกษตรกรแล้วนำมาปรับปรุง คือวางสายระบบน้ำ 2 เส้น ยกลอยสูงจากพื้น โดยเส้นล่างสุดเป็นสายที่ไว้ให้ปุ๋ยผ่านระบบน้ำแบบน้ำหยด ส่วนเส้นที่สอง ที่อยู่สูงจากพื้นขึ้นไปราว 50 เซนติเมตร จะเป็นสายที่ไว้สำหรับการให้น้ำเพียงอย่างเดียว

สาเหตุที่แยกสายการให้น้ำและให้ปุ๋ยออกจากกัน เพื่อลดปัญหาการอุดตันของหัวน้ำ โดยเฉพาะสายที่ให้ปุ๋ย ที่อาจจะมีตะกอน เพราะเราจะใช้ปุ๋ยเคมีแบบเม็ดคนละลายน้ำทิ้งไว้ 1 คืน ให้ปุ๋ยเคมีได้แยกชั้นและดูดเอาเฉพาะน้ำปุ๋ยใสๆ ที่อยู่ด้านบนให้ผ่านระบบน้ำไป

เมื่อระบบน้ำพร้อมก็ย้ายกล้าหน่อไม้ฝรั่งปลูกลงแปลง เลี้ยงด้วยน้ำด้วยปุ๋ยให้ต้นกล้าแกร่งแข็งแรง ระบบรากเดินดี เลี้ยงราวๆ 6 เดือน ก็จะค่อยพรวนดินไปตามความยาวของแปลงแล้วใส่อินทรียวัตถุ เช่น ปุ๋ยคอก ปุ๋ยหมัก

ช่วงเลี้ยงต้นก็ต้องตอกหลักแล้วขึงเชือกไนลอนขนาบต้นหน่อไม้ฝรั่งไม่ให้โค่นล้ม อย่างต้นที่ได้จากการเพาะเมล็ดจะให้ผลผลิตเร็วกว่า หลังย้ายกล้าปลูกได้ราว 8 เดือน ก็จะเตรียมความพร้อม คือตัดแต่งต้นที่สวยสมบูรณ์ได้ 3-4 ต้น ต่อกอ แล้วใช้จอบสับดินตามข้างๆ แปลง ยาวไปตลอดแปลงปลูก โดยจะไม่ไปพรวนโดนโคนต้นเด็ดขาด

จากนั้นก็จะใส่ปุ๋ยอินทรีย์ชีวภาพ ปุ๋ยคอกเก่า แล้วโรยทับด้วยแกลบดิบ หลังจากนั้นอีกสัก 7 วัน ก็จะเริ่มให้ปุ๋ยเคมีผ่านน้ำ โดยปุ๋ยก็จะเน้นสูตรเสมอ หรือปุ๋ยที่มีตัวหน้า (N) สูง ตามความเหมาะสม

คุณคำลา เล่าว่า ตนเองจะผสมปุ๋ยใช้เอง โดยใช้แม่ปุ๋ย คือการนำแม่ปุ๋ย สูตร 18-46-0, สูตร 46-0-0 และ สูตร 0-0-60 มาผสมให้เข้ากันตามตารางผสมปุ๋ย ที่กรมวิชาการเกษตรจัดทำขึ้น และสามารถผสมได้ทุกสูตรที่มีขายในท้องตลาด ดังในตารางสำเร็จรูปในการผสมปุ๋ยไว้ใช้เอง

ผสมปุ๋ยใช้เอง ลดต้นทุนอย่างมาก

วิธีการให้ปุ๋ยผ่านระบบน้ำของคุณคำลา จะใช้ปุ๋ยเคมี 3 กิโลกรัม ผสมน้ำ 200 ลิตร พื้นที่ 3 ไร่ จะผสมปุ๋ย 15 กิโลกรัม ต่อน้ำ 1,000 ลิตร โดยปุ๋ยจะต้องคนให้ละลายทิ้งไว้ 1 คืน เช้าขึ้นมาก็จะดูดเอาน้ำปุ๋ยใสๆ ให้ผ่านระบบน้ำ จะให้ปุ๋ยแบบนี้ทุกๆ 10 วัน

หลังการตัดแต่งกอ พรวนดินบำรุงด้วยปุ๋ย ราวๆ 1 เดือน ต้นหน่อไม้ฝรั่งก็จะเริ่มให้ผลผลิตได้เก็บต่อเนื่องราว 2 เดือน จากนั้นก็จะทำแบบเดิม คือพักต้น ตัดแต่งต้น พรวนดิน ใส่ปุ๋ยและใส่แกลบดิบต่อเหมือนเช่นเดิม

การให้น้ำ

ควรให้น้ำอย่างสม่ำเสมอ ผลผลิตจะมีคุณภาพดี ช่วงย้ายต้นกล้าลงแปลงปลูก ควรให้น้ำวันละ 1 ครั้ง ทุกวันหรือวันเว้นวัน ขึ้นอยู่กับสภาพดิน อุณหภูมิ ฝน แปลงที่มีความชื้นสูงก็ไม่จำเป็นต้องให้น้ำ

การให้น้ำในช่วงเก็บเกี่ยวผลผลิตต้องให้ทุกวัน พอหน้าดินชื้น และถ้าเป็นไปได้ไม่ควรให้ตอนเย็น จะทำให้เกิดโรคระบาดได้ การให้น้ำในพื้นที่ดอน ระบบสปริงเกลอร์จะช่วยชะล้างโรคและแมลงบางชนิดได้ เช่น เพลี้ยไฟ เป็นต้น

หน่อไม้ฝรั่งทนแล้งได้พอสมควร แต่ถ้าขาดน้ำหรือให้น้ำไม่สม่ำเสมอ มีผลให้ปริมาณผลผลิตลดลงอย่างมาก และคุณภาพหน่อไม้ฝรั่งไม่ดี ควรมีการให้น้ำทุกวัน ทั้งนี้ปริมาณน้ำที่ให้และระยะเวลาที่ให้น้ำขึ้นอยู่กับ วิธีการให้น้ำ สภาพแวดล้อม (ชนิดดิน อุณหภูมิของอากาศ ความชื้นในอากาศ)

หน่อไม้ฝรั่งชอบให้หน้าดินชื้น แต่ไม่ชอบให้หน้าดินแฉะและมีน้ำขัง พื้นที่ปลูกเป็นดินเหนียวผลผลิตจะไม่ดีเท่ากับพื้นที่ปลูกที่เป็นดินร่วน

หลักการให้น้ำ ควรให้ผิวหน้าดินชื้น แต่อย่าให้จนดินแฉะ เพราะถ้าแปลงปลูกเป็นดินเหนียว จะทำให้ปริมาณผลผลิตของหน่อไม้ฝรั่งลดลง หน่อไม้ฝรั่งเป็นพืชที่ต้องการน้ำอย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้ได้ผลผลิตดี

หน่อไม้ฝรั่งที่ได้รับน้ำไม่สม่ำเสมอจะมีคุณภาพของหน่อไม่ดี โดยจะมีเส้นใย (ไฟเบอร์) มาก หน่อจะเหนียว ทำให้คุณภาพในการบริโภคด้อยลง

การพักต้น

หลังจากเก็บเกี่ยวหน่อไม้ฝรั่งอินทรีย์ได้ 2 เดือน ต้นหน่อไม้ฝรั่งเริ่มโทรม ผลผลิตจะลดลงตามลำดับ จำเป็นต้องพักต้นหรือบำรุงต้นใหม่ 1 เดือน ให้ต้นหน่อไม้ฝรั่งได้สะสมอาหารแล้วพร้อมให้ผลผลิตได้เก็บต่ออีก 2 เดือน แล้วก็จะพักต้นต่อ ทำแบบนี้เรื่อยไปทั้งปี

การพักต้นนั้น คุณคำลา อธิบายว่า ตนเองจะเริ่มจากการ จะหยุดเก็บหน่อล่วงหน้า 3 วัน แล้วดูว่าหน่อไหนสวย ต้นใหญ่สมบูรณ์ก็จะเก็บเอาไว้เป็นต้นแม่ ต้นที่เหลือจากการคัดให้ตัดแต่งต้นโดยการถอนทิ้ง เช่น ต้นที่เหลืองและโทรมมีโรคแมลงรบกวนให้ถอนทิ้งไป จะคัดเลือกต้นใหญ่ที่แข็งแรงไว้เพียง 3-5 ต้น ต่อกอ เท่านั้น เพื่อเลี้ยงไว้เป็นต้นแม่ จากนั้นจะพรวนดิน

การพรวนดิน จะพรวนดินไปตามความยาวของแปลงปลูก ไม่ควรพรวนรอบโคนต้นหน่อไม้ฝรั่ง พรวนเพื่อให้ดินเกิดช่องว่าง เพื่อเราจะเติมแกลบและปุ๋ยต่างๆ จะได้แทรกลงในช่องว่างที่ได้พรวนเอาไว้ ทำให้ดินร่วนซุย

อีกอย่างการที่เกษตรกรเข้าไปทำงานในแปลงโดยตลอด การถอน การเก็บเกี่ยวผลผลิต สภาพดินในแปลงจะยุบตัวลงมา รากหน่อจะตื้น รวมถึงการดึงเอาแร่ธาตุในดินไปใช้ หลังการพรวนดินเกษตรกรจำเป็นต้องใช้ปุ๋ยอินทรีย์ ปุ๋ยคอก ปุ๋ยหมัก เพิ่มธาตุอาหารในดิน พร้อมกับพูนดินกลบโคนต้นทุกครั้งเพื่อให้หน่อที่เกิดขึ้นมาใหม่มีความสมบูรณ์

การใส่ปุ๋ย คุณคำลา จะใส่ปุ๋ยเคมีที่ผสม เป็นสูตรเสมอ 15-15-15 นำปุ๋ยไปหว่านโรยบนหลังร่องให้ทั่ว จากนั้นก็จะใส่แกลบดิบเพื่อเป็นการคลุมแปลงปรับสภาพให้แปลงร่วนซุย ให้หน่อไม้ฝรั่งแทงหน่อได้ง่าย ใส่ปุ๋ยเสร็จใส่แกลบทับก็จะให้น้ำเพื่อให้ปุ๋ยได้ละลาย หรือจะให้ปุ๋ยไปทางระบบน้ำก็ได้

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: