เร่งสร้างความเชื่อมั่น หวังความสุข…คืนกลับมา

Published April 29, 2016 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือเส้นทางเศรษฐี

http://info.matichon.co.th/rich/rich.php?srctag=07014011158&srcday=2015-11-01&search=no

วันที่ 01 พฤศจิกายน พ.ศ. 2558 ปีที่ 21 ฉบับที่ 384

แหล่งทุนหนุน SMEs

สุรพล โอภาสเสถียร ผู้จัดการใหญ่ บริษัท ข้อมูลเครดิตแห่งชาติ จำกัด

เร่งสร้างความเชื่อมั่น หวังความสุข…คืนกลับมา

“รัฐบาลมุ่งหนุนเสริม เพิ่มพลัง SMEs ที่เป็นกลไกหลักในการขับเคลื่อนระบบเศรษฐกิจของประเทศ เช่น การเดินหน้าให้มีโครงการเงินกู้แสนล้านสำหรับ SMEs ดอกเบี้ยไม่เกิน 4%”

“ผมมีความมั่นใจว่ามาตรการเหล่านี้ จะช่วยคืนความสุขให้กับคนไทย กลับมาเป็นสยามเมืองยิ้มที่ชาวโลกรู้จักคุ้นเคย ในเร็ววัน”

ความตอนหนึ่งในบทความ “จากใจนายกรัฐมนตรี” ที่มีการนำเสนอลงในเอกสาร “จดหมายข่าวรัฐบาลเพื่อประชาชน” ปีที่ 1 ฉบับที่ 11 วันที่ 1 ตุลาคม 2558 วันเริ่มต้นของปีงบประมาณใหม่ ภายใต้การบริหารของทีมเศรษฐกิจทีมใหม่ ที่กำลังไล่เข็นมาตรการออกมาแบบเรียกได้ว่าต่อเนื่อง รวดเร็ว มีพลัง และมีความคาดหวังที่วางเดิมพันไว้ค่อนข้างสูง

แม้ว่าจะมีความไม่แน่นอนในเศรษฐกิจของต่างประเทศ ที่มีผลกระทบมายังเศรษฐกิจอย่างไม่หยุดหย่อน เช่น การลดความต้องการในสินค้าส่งออกจากไทย การลดลงของราคาพืชผลทางการเกษตร การเคลื่อนย้ายเงินทุนอันเป็นผลมาจากการดำเนินนโยบายการเงินของชาติชั้นนำในโลกที่แตกต่างกันส่งผลให้อัตราแลกเปลี่ยนมีความผันผวนเพิ่มมากขึ้น เป็นต้น

สาระสำคัญบางประเด็นของการกล่าวถึงสภาพการณ์ทางเศรษฐกิจ สังคม การเมือง การปกครอง และการบริหาร ขับเคลื่อนประเทศ ได้มีการกล่าวอย่างน่าสนใจว่า ในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา ด้วยความไม่สมดุลทางการเมือง เศรษฐกิจ สังคม อันเป็นผลมาจากความไร้เสถียรภาพทางการเมือง

ส่งผลให้การบริหารราชการแผ่นดินของรัฐบาลขาดความต่อเนื่อง อ่อนแอ ไม่สามารถขับเคลื่อนอะไรได้ เมื่อมีการเข้าควบคุมอำนาจ และหลังจากที่เข้ามาบริหารประเทศเป็นรัฐบาลของประเทศไทยแล้ว รัฐบาลนี้ก็มุ่งแก้ปัญหาของชาติที่สะสม กองทิ้งไว้ตั้งแต่ในอดีตในหลายเรื่อง หนักบ้าง เบาบ้าง พร้อมไปกับการขับเคลื่อนในการวางรากฐานการปฏิรูปด้านต่างๆ ในอนาคต

เพราะข้อความน่าสนใจที่ท่านนายกรัฐมนตรีได้แสดงออกมาที่ระบุว่า “ถ้าพี่น้องกินไม่อิ่ม นอนไม่หลับ แล้วจะเอาเรี่ยวแรงที่ไหนไปทำมาหากิน และจะเอากำลังกาย กำลังใจที่ไหนไปสร้างชาติ”

ความท้าทายท่ามกลางสภาวะเศรษฐกิจชะลอตัวทั่วโลกและเศรษฐกิจไทยต้องพึ่งรายได้กว่าร้อยละ 70 จากการส่งออก ไทยเราควรทำอย่างไร ท่านนายกรัฐมนตรีได้สะท้อนแนวคิดที่น่าสนใจและเป็นมุมมองที่เราควรเอามาหนุนเสริม เพิ่มพลังการขับเคลื่อน

เริ่มต้นจาก

แนวคิดประเด็นที่ 1 คนไทยต้องเลิกยืมจมูกผู้อื่นหายใจ เราต้องสร้างความเข้มแข็งของประเทศด้วยการพึ่งพาตัวเองให้มากขึ้นกว่าที่ผ่านมา

แนวคิดประเด็นที่ 2 รัฐบาลให้ความสำคัญกับการสร้างความเข้มแข็งให้แก่เกษตรกร ผู้เป็นกระดูกสันหลังของประเทศ ด้วยการแก้ปัญหาหนี้สินนอกระบบ การเข้าถึงแหล่งเงินทุน ลดต้นทุนการผลิต พัฒนาแหล่งน้ำและระบบชลประทาน รวมไปถึงการพัฒนาสวัสดิการสังคม และการปลูกฝังวินัยการออม ให้ครอบคลุมถึงเกษตรกรและผู้มีรายได้น้อยที่ประกอบอาชีพอิสระ

แนวคิดประเด็นที่ 3 รัฐบาลได้เสริมสร้างความเข้มแข็งให้แก่ชุมชน หมู่บ้าน ตำบล ด้วยการผลักดันกองทุนหมู่บ้านที่มีการบริหารจัดการระดับเกรดต้นๆ ให้ได้รับเงินกู้เพื่อเอามาปล่อยให้สมาชิกกองทุนหมู่บ้านเพื่อที่จะได้นำเอาเงินไปเสริมสร้างรายได้ การใส่เงินเข้าไปที่ตำบลเพื่อให้ไปเป็นเม็ดเงินเพื่อการลงทุนขนาดเล็กของรัฐในพื้นที่ เพื่อให้เกิดการสร้างงาน สร้างรายได้

แนวคิดประเด็นที่ 4 สินเชื่อนาโนไฟแนนซ์เพื่อช่วยลดปัญหาการเข้าไม่ถึงแหล่งเงิน และเป็นเครื่องมือสู้กับการให้กู้นอกระบบที่ใช้ความรุนแรงในการติดตามหนี้สิน

แนวคิดประเด็นที่ 5 รัฐบาลมุ่งหนุนเสริม เพิ่มพลัง SMEs ที่เป็นกลไกหลักในการขับเคลื่อนระบบเศรษฐกิจของประเทศ เช่น การเดินหน้าให้มีโครงการเงินกู้แสนล้านสำหรับ SMEs ดอกเบี้ยไม่เกิน 4% ซึ่งข่าวสารที่มีการออกมาระบุโดยสรุปว่า วงเงินซอฟต์โลน 100,000 ล้านบาท ของกระทรวงการคลัง โดยมอบหมายให้ธนาคารออมสิน ปล่อยกู้ผ่านธนาคารพาณิชย์ เพื่อเอาเงินที่ได้มาต้นทุนต่ำมากมาปล่อยกู้ต่อให้กับผู้ประกอบการ SMEs ทั่วประเทศ คิดดอกเบี้ยเงินกู้ 4% นาน 7 ปี เพื่อช่วยเหลือธุรกิจให้ผ่านช่วงเวลาที่ยากลำบากช่วงนี้ไปก่อนให้ได้ ต้องยอมรับว่ามาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจในช่วงปลายปีน่าจะเริ่มมีผลออกมาบ้างแล้ว เมื่อมีข่าวจากธนาคารออมสินแจ้งว่า มีธนาคารพาณิชย์มาขอกู้เงินไปแล้วกว่า 2,500 ล้านบาท ถ้าเป็นอย่างนั้นแล้วแสดงว่าเงินกู้มีการเข้ามาจับจองไปมากพอควร

มีข่าวออกมาว่าท่านรัฐมนตรีกระทรวงการคลัง ได้ระบุว่า สินเชื่อที่ออกมาครั้งนี้ไม่มีเงื่อนไขในการขอกู้แบบเดิม ใครมาขอกู้ก่อนได้ก่อน (First Come First Serve) พร้อมกับมีมาตรการเสริมให้ บรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) เข้ามาช่วยค้ำประกันวงเงินกู้แก่ SMEs เพื่อช่วยรับความเสี่ยงอีกทางหนึ่ง ซึ่งจะช่วยสร้างแรงจูงใจให้ธนาคารปล่อยสินเชื่อได้ง่ายขึ้น เงื่อนไขในการปล่อยกู้จากซอฟต์โลน 100,000 ล้านบาทนี้ ได้ปรับเงื่อนไขให้ บสย. เข้าค้ำประกันรวมแบบ portfolio ของธนาคารพาณิชย์เพิ่มอีก ช่วยจูงใจให้ธนาคารพาณิชย์ตัดสินใจปล่อยกู้ได้ง่ายขึ้นเพราะมีความเสี่ยงน้อยลง

ข่าวบอกด้วยว่า การปล่อยกู้ครั้งนี้ แทบไม่มีเงื่อนไขเลย ขึ้นอยู่กับดุลพินิจของธนาคารผู้ให้กู้ ไม่มีการห้ามรีไฟแนนซ์ กรณีผู้กู้เข้าข่ายเป็นหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้หรือเป็นหนี้เสียอยู่ก็สามารถใช้สินเชื่อซอฟต์โลนไปปรับโครงสร้างหนี้ได้ แล้วไปขอกู้ใหม่เพื่อขยายกิจการได้ ลูกค้าเก่าก็สามารถกู้ไปเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินธุรกิจหรือขยายกิจการได้ เรียกกันว่าโปรแกรมเงินกู้ครั้งนี้เป็นเงื่อนไขที่หาไม่ได้อีกแล้ว การจองเงินจึงมีการระบุว่ามาถึง 2 พันกว่าล้านแล้วตอนนี้

และแนวคิดประเด็นสุดท้าย การลงทุนในระบบโครงสร้างการคมนาคมพื้นฐาน ทั้งทางถนน ราง ท่าเรือ ท่าอากาศยาน จะช่วยในการขนส่งคนและสินค้า พร้อมกับการเป็นตัวเชื่อมโยงตัวเมืองสู่ท้องถิ่น มีเป้าหมายการกระจายความเจริญเชื่อมโยงแหล่งการผลิตสู่ตลาดการซื้อขาย มีการวางแนวนโยบายเชื่อมโยงเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษซึ่งเป็นรากฐานการผลิตขนาดใหญ่ไปสู่ภูมิภาคอาเซียนและตลาดโลก ตลาดของเพื่อนบ้านที่มีชายแดนติดกับไทย เพราะเรื่องนี้เป็นรากฐานการพัฒนาของประเทศในอนาคตต่อไป

กล่าวสำหรับในส่วนของภาคเอกชน ก็มีแนวคิดที่ประธานกรรมการหอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย เปิดเผยหลังการเปิดสัมมนายุทธศาสตร์ สภาหอการค้าแห่งประเทศไทยว่า ที่ประชุมได้กำหนดยุทธศาสตร์ 4 ด้านเพื่อพัฒนาให้ประเทศไทยก้าวไปสู่การเป็น “ชาติที่ยิ่งใหญ่ ในอนาคต” และจะช่วยผลักดันให้ไทยเป็นประเทศที่มีรายได้มากกว่าระดับปานกลางอย่างแท้จริง เช่น การเพิ่มมูลค่าให้กับอุตสาหกรรมที่มีพื้นฐานที่แรงงานในปัจจุบัน เช่น อุตสาหกรรมเกษตรและอาหาร มีเป้าหมายการเพิ่มผลผลิตภายใน 5 ปี กลุ่มยานยนต์และอุปกรณ์ไฟฟ้า ต้องดำเนินการภายใน 10 ปี เพื่อปรับสู่การผลิตด้วยเทคโนโลยีชั้นสูง ส่วนในกลุ่ม Trading Nation ภายใน 5 ปีต้องสร้างเทรดเดอร์รายย่อยเพิ่มขึ้นจำนวนมากโดยมีรายใหญ่เป็นผู้นำเปิดตลาด ในส่วนของกลุ่มโลจิสติกส์ ต้องเป็นศูนย์กลางหรือฮับการขนส่งและการจัดการการขนส่งภายใน 5 ปี ที่ต้องเชื่อมโยงกับภูมิภาค AEC ประเทศเพื่อนบ้าน และท้ายสุดคือ กลุ่มการท่องเที่ยวภายใน 5 ปีนี้จะเน้นคุณภาพนักท่องเที่ยวมากกว่าปริมาณ สร้างอัตลักษณ์ให้ท้องถิ่น เป็นต้น

ส่วนเรื่องต่อมาคือ การสร้างรายได้จากอุตสาหกรรมใหม่ที่มีศักยภาพและการต่อยอดกิจกรรมจากความเชื่อมโยงเศรษฐกิจภายในประเทศ เชื่อมกับอาเซียนและตลาดโลก และการพัฒนาพื้นฐานเพื่อรองรับการเติบโตอย่างยั่งยืน

SMEs ต้องฟังและเข้าใจในความพยายามของทุกฝ่าย ที่กำลังช่วยกันให้ความเชื่อมั่นและกอบกู้ความสุขคืนกลับมา…ให้จงได้!

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: