“ข้อมูลใหม่ ของการปลูกมันเทศเนื้อสีม่วงโอกินาวา”

Published April 29, 2016 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือเทคโนโลยีชาวบ้าน

http://info.matichon.co.th/techno/techno.php?srctag=05018011158&srcday=2015-11-01&search=no

วันที่ 01 พฤศจิกายน พ.ศ. 2558 ปีที่ 28 ฉบับที่ 610

บันทึกไว้เป็นเกียรติ

ทวีศักดิ์ ชัยเรืองยศ

“ข้อมูลใหม่ ของการปลูกมันเทศเนื้อสีม่วงโอกินาวา”

เป็นที่สังเกตว่า ในอดีตการบริโภคอาหารของประชากรโลกส่วนใหญ่จะมุ่งเน้นในเรื่องของรสชาติและความอร่อยเป็นหลัก โดยไม่คำนึงถึงผลกระทบต่อสุขภาพร่างกายในระยะยาว โดยเฉพาะอาหารที่มีไขมันหรือโปรตีนสูง ปัจจุบันในประเทศที่พัฒนาแล้วมีประชากรเริ่มหันมาเน้นบริโภคอาหารสุขภาพกันมากขึ้น เน้นในเรื่องคุณค่าของอาหารและประโยชน์ที่ร่างกายจะได้รับเป็นหลัก อย่างกรณีของ มันเทศ ซึ่งเป็นพืชหัวที่คนไทยหลายคนยังมองว่าด้อยค่าและเป็นอาหารสำหรับคนยากจนเท่านั้น แต่ในทางการแพทย์ทั้งแผนไทยและแผนปัจจุบันได้มีการวิเคราะห์สารที่มีประโยชน์ในมันเทศซึ่งมีอยู่มากมายในประเทศญี่ปุ่น ไต้หวัน และเกาหลีใต้ ได้มีงานศึกษา วิจัยและพัฒนาสายพันธุ์มันเทศที่มีความก้าวหน้ากว่าประเทศไทยมาก ในขณะเดียวกัน ประชากรทางแถบยุโรปและสหรัฐอเมริกาก็หันมาบริโภคมันเทศกันมากขึ้นเป็นลำดับ ในบางประเทศ เช่น จีน ไต้หวัน ญี่ปุ่น เกาหลี ให้ความสนใจมากกว่าบริโภคมันฝรั่งด้วยซ้ำไป

ปกติแล้วแหล่งคาร์โบไฮเดรตของคนไทยจะได้จากการบริโภคข้าวเป็นหลัก ในกลุ่มของผู้สูงอายุในทางการแพทย์แผนไทยได้มีคำแนะนำให้ผู้สูงอายุบริโภคมันเทศทดแทนข้าวในบางมื้อ เนื่องจากในหัวมันเทศจะมีแป้งแล้วยังมีวิตามินและสารที่เป็นประโยชน์อีกหลายชนิด อาทิ สารเบต้าแคโรทีน สารแอนโทไซยานิน และสารสเตอรอยด์ที่มีประโยชน์อยู่สูง (ในวงการแพทย์เชื่อว่า สารสเตอรอยด์ มีส่วนช่วยในการลดคอเลสเตอรอลและช่วยป้องกันโรคถุงโป่งพองในลำไส้ได้) ในรายละเอียดของการวิเคราะห์สารที่มีประโยชน์ในหัวมันเทศพบว่า สารสำคัญที่มีอยู่อย่างน้อย 2 ชนิด คือ สารเบต้าแคโรทีน ซึ่งเป็นสารตั้งต้นของวิตามินเอที่ช่วยในการบำรุงสายตาและมีส่วนช่วยลดอัตราการกลายพันธุ์ของเซลล์มะเร็งได้ มันเทศเนื้อสีม่วงจะมีสารแอนโทไซยานินมากกว่ามันเทศสายพันธุ์อื่นๆ เช่นกัน เชื่อว่าสารแอนโทไซยานินนั้นจะช่วยลดความเสี่ยงของการเกิดโรคหัวใจได้ ทำหน้าที่เป็นตัวล้างพิษและช่วยชะลอความแก่ชรา ในต่างประเทศมีรายงานว่า มีการใช้มันเทศเนื้อสีม่วง เป็นคาร์โบไฮเดรตแทนข้าวสำหรับผู้ป่วยที่เป็นโรคเบาหวาน จึงไม่น่าแปลกใจเลยว่า ทำไมมันเทศเนื้อสีม่วงจึงมีราคาค่อนข้างแพง ในซุปเปอร์มาร์เก็ตของห้างสรรพสินค้าใหญ่ในบ้านเราจะขายมันเทศเนื้อสีม่วงถึงผู้บริโภคในราคาที่แพง

ผู้เขียนได้มีโอกาสไปดูงานการเกษตรที่เกาะโอกินาวา ประเทศญี่ปุ่น ซึ่งเกาะแห่งนี้นับเป็นแหล่งผลิตเกษตรกรรมที่สำคัญของญี่ปุ่น ถ้าเป็นไม้ผล มะม่วง ที่เกาะแห่งนี้ผลิตส่งขายทั่วประเทศญี่ปุ่นและปลูกในสภาพโรงเรือน ในกลุ่มพืชผัก “มะระขี้นกยักษ์” ของโอกินาวา มีชื่อเสียงระดับโลก ในกลุ่มพืชไร่ “อ้อย” เป็นพืชเศรษฐกิจที่สำคัญ ส่วนพืชหัวที่มีชื่อเสียงที่สุดคือ มันเทศ โดยเฉพาะมันเทศเนื้อ “สีม่วง” มีรสชาติอร่อยระดับโลก ด้วยการปรับปรุงพันธุ์ให้มีเนื้อสีม่วงเข้ม และเนื้อมีความนุ่มนวล ในขณะที่มันเทศเนื้อสีม่วงของที่อื่นส่วนใหญ่จะพบเนื้อแข็งกว่านี้ ที่ญี่ปุ่นโดยเฉพาะที่โอกินาวา นิยมนำมันเทศไปทำเป็นมันทอด โดยหั่นเป็นชิ้นหนา 1 นิ้ว นำไปทอดด้วยน้ำมันมะกอก หรือใช้มันเทศทั้งหัวไปเผาสุมในกองใบไม้แห้ง ไว้กินเล่นในฤดูหนาว สวนคุณลี ได้หัวพันธุ์มันเทศเนื้อสีม่วงมาจากเกาะโอกินาวา มาทดลองปลูกในอำเภอเมืองพิจิตร ผลปรากฏว่า มีการลงหัวที่ดีและมีคุณภาพไม่แตกต่างจากที่ปลูกบนเกาะโอกินาวาเลย

สิ่งที่ต้องยอมรับและเกษตรกรไทยควรนำมาเป็นแบบอย่างจากเกษตรกรรมญี่ปุ่น ยกตัวอย่าง มันเทศเนื้อสีม่วง หรือคนไทยที่ไปเที่ยวเกาะโอกินาวา จะเรียก มันแดง นั้นนอกจากจะมีการจำหน่ายเพื่อการบริโภคสดแล้วยังมีการแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ขบเคี้ยว สินค้าขึ้นชื่อ ขนมมันเทศ และ KITKAT มันเทศ ซึ่งหาซื้อได้ที่ โอกินาวา ที่เดียวเท่านั้น และยังมีกูลิโกะมันเทศสีม่วง ฯลฯ โดยที่เกาะโอกินาวามีโรงงานขนมเค้กมันเทศ Okashi Goten ซึ่งเป็นโรงงานผลิตขนมเค้กมันเทศชื่อดังแห่งโอกินาวา ที่นักท่องเที่ยวจะต้องซื้อขนมเค้กที่ทำจากมันเทศในหลากหลายรสชาติ

ข้อเสนอแนะที่สำคัญสำหรับผู้ปลูกมันเทศ

เกษตรกรไทยจะต้องเปลี่ยนพฤติกรรมจากการปลูกมันเทศในอดีตที่คิดว่าไม่จำเป็นต้องมีการบำรุงรักษา โดยเฉพาะเรื่องของการให้น้ำ น้ำมีผลต่อการลงหัวของมันเทศ ถ้าต้นมันเทศได้น้ำสม่ำเสมอในช่วงระยะเวลาลงหัว จะได้มันที่ได้น้ำหนักและหัวขนาดใหญ่

ท่อนพันธุ์มันเทศที่ตัดจากต้นมันเทศมาขยายพันธุ์ต่อ ถ้าเป็นไปได้ควรเลือกตัดจากยอดมาเพียง 1 ท่อน เท่านั้น ถ้าตัดยอดที่ 2-3 จากต้นเดียวกันจะมีผลต่อการให้ผลผลิต และยังมีคำแนะนำเพิ่มเติมว่า เมื่อใช้ยอดมันเทศเป็นท่อนพันธุ์นั้นควรจะใช้เพียง 3 รุ่น ควรจะเปลี่ยนมาขยายพันธุ์จากหัวเพื่อปลูกในรุ่นต่อไป

แมลงและโรคศัตรูมันเทศ ถึงแม้ว่าจะมีการระบาดไม่มากเท่ากับพืชอีกหลายชนิด แต่ที่เห็นว่าเป็นศัตรูที่มีความสำคัญยิ่งก็คือ “ด้วงงวงมันเทศ” เกษตรกรจะต้องเน้นในการป้องกันการระบาดจะดีกว่าพบการระบาดแล้วถึงจะมีการฉีดพ่นสารเคมี เมื่อพบการระบาดแล้วจะควบคุมได้ยากมาก สิ่งที่ต้องพิจารณาและระมัดระวังเป็นพิเศษ ที่เสี่ยงต่อการระบาดของแมลงชนิดนี้ก็คือ การปลูกมันเทศซ้ำที่เดิม และการป้องกันและกำจัดในช่วงระยะเวลาที่ต้นมันเทศลงหัว การปลูกมันเทศไม่ควรปลูกซ้ำที่เดิม เมื่อปลูกมันเทศไปแล้ว 1 รุ่น พื้นที่นั้นควรปลูกพืชหมุนเวียน เช่น ถั่วเขียว หรือปอเทือง ทดแทนหลังจากที่ต้นถั่วเขียวมีอายุต้นได้ 45 วัน หรือระยะที่ออกดอกให้ไถกลบทั้งต้น จะได้ปุ๋ยพืชสดอย่างดีแล้วค่อยปลูกมันเทศต่อไป

เทคนิคในการฉีดพ่นสารป้องกันและกำจัดโรคแมลงสำหรับการปลูกมันเทศโดยเฉพาะ ถ้าฉีดเพื่อป้องกันและกำจัด “ด้วงงวงมันเทศ” จะต้องฉีดน้ำยาให้ชุ่มโชกถึงดิน

การเตรียมแปลงปลูกมันเทศสีม่วง

ปลูกมันเทศให้ลงหัวได้ดีนั้น ปัจจัยที่ไม่ควรมองข้ามก็คือ เรื่องโครงสร้างของดิน ถึงแม้ว่ามันเทศจะปลูกได้ในดินเกือบทุกชนิด แต่ดินร่วนปนทรายมีความเหมาะสมที่สุด สภาพดินที่ปลูกมีผลต่อการลงหัวของมันหรือรูปร่างของหัวมัน เช่น ดินร่วนปนทรายจะทำให้ได้หัวมันเทศทรงยาวตามสายพันธุ์ แต่ถ้าดินเหนียวอาจจะได้หัวมันเทศทรงกลม ป้อม เป็นต้น พื้นที่ดินที่ขาดความอุดมสมบูรณ์ ก่อนปลูกควรใส่ปุ๋ยคอกเก่า เช่น มูลวัว มูลไก่ ฯลฯ ในอัตรา 1-2 ตัน หรือใส่ปุ๋ยคอกหลังการเตรียมแปลงเสร็จแล้วโดยหว่านบนสันร่องแปลง ยกตัวอย่าง พื้นที่แปลงปลูกมันเทศที่เคยเป็นพื้นที่ปลูกข้าวโพดต่อเนื่องมาหลายปี ทางสวนคุณลี ได้มีการหว่านเมล็ดปอเทืองลงไปในแปลงก่อนที่จะเตรียมแปลงปลูกมันเทศ หลังจากต้นปอเทืองเริ่มออกดอกจะไถกลบทันทีเป็นปุ๋ยพืชสด

ในการเตรียมแปลงปลูก ให้ไถดะก่อน 1 ครั้ง และทิ้งไว้ประมาณ 7-10 วัน จากนั้นไถพรวนแปลง 1-2 รอบ หรือใช้โรตารี่ติดรถไถตีดินให้ดินมีความละเอียดยิ่งขึ้น หลังจากนั้นให้ยกร่องแปลงปลูกขึ้นเป็นรูปสามเหลี่ยม กว้างประมาณ 60-100 เซนติเมตร สูง 30-40 เซนติเมตร (ความสูงของแปลงปลูกยิ่งมีความสูงยิ่งส่งผลต่อการลงหัวมันดี) ส่วนความยาวของแปลงปลูกขึ้นกับสภาพพื้นที่ ถ้าจะให้เหมาะสมควรจะปลูกแบ่งเป็นแปลงเล็กๆ โดยแปลงมีความกว้างของแปลง 40 เมตร และความยาวของแปลง 80 เมตร เพื่อสะดวกและง่ายต่อการจัดการ

การจัดระบบน้ำในแปลงปลูกมันเทศ และการใช้ยาคุมหญ้า

โดยปกติทั่วไปสำหรับเกษตรกรที่ปลูกมันเทศทั่วประเทศ มักจะไม่ให้ความสำคัญในเรื่องของระบบน้ำในแปลงปลูก ถ้าปลูกในช่วงฤดูฝนอาจจะพึ่งเพียงน้ำฝนจากธรรมชาติเท่านั้น ถ้าปลูกในฤดูแล้งอาจจะมีการให้น้ำแบบท่วมแปลงบ้างเท่านั้น แต่การปลูกมันเทศสมัยใหม่ควรจะมีการจัดระบบน้ำที่ดี ในแปลงปลูกมันเทศสายพันธุ์ต่างประเทศของสวนคุณลี จะมีการวางระบบน้ำแบบสปริงเกลอร์ ซึ่งมีรัศมีกระจายน้ำได้ 3-4.5 เมตร ระบบน้ำดังกล่าวมีข้อดีตรงที่ต้นมันเทศได้รับน้ำอย่างสม่ำเสมอและทั่วถึง ส่งผลให้ต้นมันเทศที่ปลูกใหม่ตั้งตัวได้เร็ว พบเปอร์เซ็นต์การรอดตายสูง แต่จะพบข้อเสียตรงวัชพืชจะขึ้นเร็วทำให้มีต้นทุนในการกำจัดวัชพืชเพิ่มขึ้น อาจจะต้องใช้ยาคุมหญ้าช่วยเพื่อลดปัญหาวัชพืชในแปลงปลูกมันเทศ วิธีการคือ หลังการให้น้ำแปลงปลูกไว้ก่อนล่วงหน้า 1 วัน ให้แปลงมีความชื้นอีกวันจะปลูกมันเทศ หลังจากการปลูกท่อนพันธุ์มันเทศโอกินาวาเสร็จให้ฉีดยาคุมหญ้าเลยให้ทั่วแปลงปลูก โดยไม่เป็นอันตรายกับท่อนพันธุ์ ให้ฉีดสารกำจัดวัชพืช ใช้ก่อนวัชพืชงอก คือ สารโคลมาโซน อัตรา 25 ซีซี ผสมกับสารอะลาคลอร์ 75 ซีซี ต่อน้ำ 20 ลิตร ฉีดให้ทั่วแปลงหลังจากปลูกมันเทศเสร็จ ซึ่งสามารถฉีดทับยอดพันธุ์มันเทศที่ปลูกเสร็จได้เลย ซึ่งจะสามารถคุมหญ้าวัชพืชทั้งใบแคบและใบกว้างได้นาน 6-10 สัปดาห์ ซึ่งจะช่วยลดการจัดการวัชพืชได้มากหากปลูกมันเทศพื้นที่ขนาดใหญ่ หากปลูกเล็กน้อยก็สามารถใช้การถอน สำหรับการให้น้ำแบบอื่นๆ อย่างกรณีของการให้น้ำแบบท่วมร่อง ถ้าสภาพดินปลูกเป็นดินเหนียว เมื่อดินแห้งจะแข็งและจับตัวกันแน่น มีผลต่อการลงหัวของมันเทศ จะทำให้ผลผลิตลดลง

การเตรียม

ท่อนพันธุ์มันเทศ

ในการตัดท่อนพันธุ์ ควรจะตัดให้มีความยาวราว 30 เซนติเมตร จะไม่ลิดใบทิ้ง หรือลิดทิ้งก็ได้ เนื่องจากยอดมันเป็นพืชที่แตกยอดออกมาใหม่ได้ง่าย ถ้าลิดใบทิ้งก็จะทำให้เสียเวลาเล็กน้อย แต่ยอดมันเทศเมื่อลงปลูกจะตั้งตัวได้เร็วกว่าไม่ลิดใบ การตัดยอดใช้ส่วนที่เป็นยอดปลายจะดีที่สุด สำหรับท่อนที่ 2-3 ลงไป สามารถปลูกให้ได้ผลผลิตเช่นกัน แต่การให้หัวจะน้อยลงไปตามลำดับ เมื่อตัดท่อนพันธุ์มาแล้วควรจะมัดรวมกันเป็นกำ เอาใบตองหรือกระสอบปุ๋ยห่อมัดเอาไว้ ควรนำท่อนพันธุ์แช่น้ำยาฆ่าแมลงในกลุ่ม “คาร์โบซัลแฟน” เช่น ไฟท์ช็อต จุ่มแช่ไว้นานราว 5-10 นาที จะช่วยลดเรื่องแมลงที่จะติดไปกับท่อนพันธุ์ได้เป็นอย่างดี หลังจากนั้นให้นำมัดท่อนพันธุ์วางไว้ในที่ร่ม รดน้ำเช้า-เย็น ประมาณ 2-3 วัน ยอดท่อนพันธุ์ก็จะมีรากออกมาตามข้อ แสดงว่าท่อนพันธุ์พร้อมปลูกแล้ว ถ้าจะให้ดีท่อนพันธุ์มันเทศที่จะตัด ควรตัดจากต้นที่มีอายุไม่เกิน 45-60 วัน หรือก่อนที่จะมีการฉีดพ่นปุ๋ยหรือสารเคมีเพื่อหยุดยอด

การปลูกมันเทศโอกินาวา

ก่อนที่เกษตรกรจะลงมือปลูก ควรจะมีการให้น้ำในแปลงปลูกอย่างน้อย 2-3 วัน เพื่อให้ดินมีความชื้นและปลูกได้ง่ายและรวดเร็ว วิธีการเตรียมหลุมปลูก แบ่งได้ 3 วิธี คือ ปลูกแบบใช้จอบขุด ปลูกแบบใช้ไม้ปลายแหลมกระทุ้งนำไปก่อน หรือจะปลูกแบบนำท่อนพันธุ์เสียบลงแปลงปลูกเลย จากการทดลองปลูกทั้ง 3 วิธี พบว่าวิธีปลูกแบบใช้ไม้ปลายแหลมกระทุ้งนำไปก่อนได้ผลดีกว่าวิธีการอื่น เพราะทำได้ง่าย รวดเร็ว ไม่เสียแรงในการขุดดินและท่อนพันธุ์ไม่ช้ำ ระยะปลูกระหว่างต้น ประมาณ 25-30 เซนติเมตร หากใช้จอบขุดปลูกบนสันร่อง หลุมที่ปลูกควรมีความลึก ประมาณ 10-15 เซนติเมตร ควรจะวางยอดท่อนพันธุ์ทำมุม 45 องศา ฝังลึกลงดิน 2-3 ข้อ ของท่อนพันธุ์มันเทศ และให้ข้อโผล่พ้นดินขึ้นมา ประมาณ 2-3 ข้อ หลังจากนั้นกลบดินให้แน่นเล็กน้อย เพื่อไม่ให้ท่อนพันธุ์โยกคลอน แต่หากปลูกแบบใช้ไม้ปลายแหลมกระทุ้งนำจะปลูกท่อนพันธุ์มันเทศให้เป็นคู่บนสันร่อง โดยใช้ไม้แหลมกระทุ้งนำไปก่อน ทำมุม 45 องศา จากนั้นเสียบท่อนพันธุ์ลงดิน 2-3 ข้อ ของท่อนมันเทศ ในพื้นที่ปลูกมันเทศสายพันธุ์ต่างประเทศ 1 ไร่ ทางสวนคุณลีจะใช้ท่อนพันธุ์มันเทศ ประมาณ 10,000-12,000 ยอด ซึ่งพบว่าเป็นจำนวนที่ให้ผลผลิตต่อไร่ค่อนข้างสูง ซึ่งเทคนิคการดูแลรักษามันเทศโอกินาวา ทางสวนคุณลีจะนำเสนอในโอกาสต่อไป

สนใจรายละเอียดเกี่ยวกับ พันธุ์มันเทศสีม่วงโอกินาวา ติดต่อได้ที่ สวนคุณลี โทร. (081) 901-3760

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: