Star Retro : มาดใหม่ ‘แจ็ค วง FLY’ คมจักร บุญรอด เจ้าของร้านอาหารสุดคลาสสิก ตอบโจทย์ชีวิตนักดนตรี

Published April 18, 2016 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/entertain/211719

วันอาทิตย์ ที่ 17 เมษายน พ.ศ. 2559, 06.00 น.

จากคนเบื้องหน้า แจ็ค-คมจักร บุญรอด หรือ แจ็ค วง FLY หายหน้าหายตาไปพักใหญ่ สืบมาสืบไปได้ความว่า อดีตศิลปินคนดัง พบทางสงบของจิตใจ รวมถึงลุยธุรกิจด้านใหม่ ด้วยการผนวกเอาสิ่งที่รักและหลงใหลมาต่อยอดเป็นร้านอาหาร “คัลเลอร์บาร์ การ์เด้นท์” ปักหลักอยู่ที่เชียงใหม่ เพื่อหล่อเลี้ยงชีวิตและครอบครัวในบั้นปลาย

เส้นทางสายดนตรี

ช่วงอายุ 20 ปี ผมเริ่มทำงานหาเงินได้เอง ตอนนั้นยังเรียนอยู่ที่วิทยาลัยครูสวนดุสิตช่วงปี 2 มีเพื่อนติดต่อให้ไปเล่นดนตรี เพราะมือกีตาร์ขาด ผมมีแต่กีตาร์โปร่ง ก็เล่นไปอยู่ประมาณ 3 เดือน แล้วอาจจะเป็นเพราะโชคชะตา มีคนมาชวนผมไปร่วมวงด้วย เล่นที่จันทบุรี ผมเรียนไปด้วย ทำงานไปด้วยจนจบอนุปริญญาที่วิทยาลัยครูสวนดุสิต ด้านนิเทศศิลป์หลังจากนั้นก็เล่นดนตรีทุกวัน แทบจะไม่มีวันหยุด เล่นมาเรื่อยๆ จนอายุ 30 แล้วถึงได้ออกอัลบั้มกับวง FLY ซึ่งก่อนนั้นเพื่อนๆในวง FLY ก็เล่นตามร้านด้วยกันมา โดยมีพี่เต๋อ(เรวัต พุทธินันทน์) เป็นคนที่ปั้นเราขึ้นมา พี่เต๋อเป็นคนที่บรีฟงานวงผมเป็นวงสุดท้ายก่อนที่ท่านจะเสียครับ

หลงใหลอะไรในงานดนตรี

ผมเป็นเด็กที่ไม่รู้หรอกว่าชอบหรือไม่ชอบดนตรี แต่ว่าสมัยอายุประมาณ 10 ขวบบอกพ่อว่าอยากได้ของเล่น ซื้อรถบังคับวิทยุให้หน่อย แต่พ่อกลับซื้อกีตาร์มาให้ ผมก็งง แต่ที่แปลกกว่า คือพอได้มา เราก็เล่นเลย เล่นได้เพลงหนึ่ง ซึ่งผมก็ไม่รู้นะไม่มีใครสอน ทุกอย่างเป็นเอง พ่อเป็นทหารอากาศ แล้วก็เป็นนักร้องด้วย ตอนหลังผมเคยถามพ่อว่าทำไมถึงซื้อกีตาร์มาให้ พ่อบอกว่า เห็นผมไปนั่งดูคนอื่นเล่นกีตาร์แล้วก็รู้ว่าผมมีความชอบและสนใจ ผมเลยเข้าใจและรู้สึกว่า ความเป็นพ่อเป็นแม่คนนี่ เขารู้นะ ว่าทางที่ลูกชอบจะไปยังไง ทางไหน ตั้งแต่วันนั้นมาผมกลายเป็นคนที่เล่นกีตาร์ อยากเล่นเพลงอะไรก็เล่น อยากทำอะไรก็ทำ แล้วก็มีความสุขทุกครั้ง เพราะเวลาเล่น เพื่อนก็อยากจะร้องเพลงสมัยก่อนผมได้ฉายาว่า กีตาร์คิง คือตอนนั้นมีพี่แหลม กีตาร์คิง เพื่อนๆก็เลยยกให้ผมเป็นกีตาร์คิงอีกคน เพราะว่าเล่นกีตาร์ให้คนร้องเพลงได้ทุกคน เล่นได้หมด ใครร้องอะไร เล่นได้หมด เหมือนเป็นตู้เพลง

ที่มาของชื่อวง FLY

ตอนแรกเราชื่อวง THE FLY ครับ แต่พี่เต๋อเขาเคยทำโฆษณามาก่อน เขาบอกคำว่า FLY จำง่ายกว่า เลยได้ชื่อนี้มา วง FLY มีผลงานเพลงทั้งหมด 6 อัลบั้มครับอัลบั้มที่ 1 (Fly 12 ปีก) อัลบั้มที่ 2 (Fly Acoustic) อัลบั้ม 3 (แมลงเพลง) อัลบั้มที่ 4 (Fly 2 K) ชาวนากับงูเห่า อัลบั้มที่ 5 FLY MAN และอีกอัลบั้ม (Modifly) เอาเพลงมารีมิกซ์ทำเป็นแดนซ์ แล้ววงก็แยกย้ายกันไป ผมกลับมาทำเป็นโมดิฟลาย แล้วก็รู้สึกเหนื่อยมากไม่รู้เรากำลังทำอะไรอยู่ แต่ก็ลองอีกสักชุดหนึ่ง ไปทำอัลบั้มเดี่ยวของตัวเอง หลังจากนั้นก็พัก

ช่วงชีวิตตอนเป็น วง FLY

ถือเป็นช่วงชีวิตที่ดีที่สุดนะ เพราะวง FLY ทำให้ผมมีชื่อเสียงและรู้ตัวเองว่าเราเป็นใครทำอะไรได้บ้าง ผมเป็นคนแต่งเพลงเองในวง ผมจะเป็นคนที่เรียนรู้อะไรเร็ว ตอนแรกไม่ได้เป็นคนแต่งเพลงเก่ง แต่พอมาอยู่กับแกรมมี่ ต้องขอบคุณพี่เต๋อ เรวัต คือผมชื่นชมแกมากและชื่นชมมาตั้งนานแล้ว ผมรู้สึกว่าผู้ชายคนนี้เก่งมาก ทำอะไรมาก็โดนใจคนหมดในยุคนั้นที่ผ่านมาผมก็อยากจะทำงานกับคนเก่ง ผมก็เลยพยายามทะเยอทะยานจนกระทั่งวง FLY ดังมากในภาพของวงเล่นกลางคืน ดังที่สุดละ ดังจนแกรมมี่เข้ามาคุย เข้ามาดิวก็เลยได้ทำงานกับพี่เต๋อ พอได้ทำก็เป็นอย่างที่เห็นประสบความสำเร็จ วง FLY มีข้อดีที่ว่าเล่นสดดีมาก เล่นสนุกกันมากๆ

ทุกวันนี้เพลง “ชาวนากับงูเห่า” ยังถูกหยิบมาเปิดอยู่บ่อยๆ

ต้องยกความดีความชอบให้คนแต่งเนื้อเพลง พี่นิ่ม สีฟ้าครับ คือผมทำเมโลดี้ ทำดนตรีไปให้พี่เขาเขียน พี่เขามองว่าตลาดของวง FLY กว้าง เป็นตลาดของชาวนา แล้วในมุมการเมืองก็จะมีคำพวกนี้อีก ค่อนข้างจะแมสกับสังคม สามารถใช้เพลงแตะเรื่องพวกนี้ ก็เลยทำให้กระแสเพลงนี้ดีและค่อนข้างดัง ต้องยกผลประโยชน์ให้พี่นิ่ม สีฟ้าแต่งเนื้อร้องดีมาก ตอนแรกผมดูเนื้อเพลง ซึ่งผมก็ไม่ได้เก่งขนาดเขานะ คิดว่าคล้ายเพลงเพื่อชีวิตเลย แต่พอทุกอย่างผสมผสานกันไปกับวง FLY กลายเป็นเพลงโมเดิร์นแบบใหม่ เลยได้รับความสนใจ เรียกว่าเป็นการปฏิวัติแนวเพลง รวมถึงปฏิวัติเรื่องแฟชั่นด้วย เพราะผมทำผมสีแดง ใส่กระโปร่งคือตอนนั้นไม่รู้คิดอะไร(หัวเราะ) ตัดเองทำเองทุกอย่างแล้วแฟนๆกลับชอบ

เหตุผลที่วง FLY แยกตัว

พูดตามตรงคือเมื่อถึงจุดอิ่มตัว นักร้องนำแยกตัวไป และวงการดนตรีเริ่มหาเงินยากแล้ว เทปผีซีดีปลอมมีเยอะ เราก็คนทำมาหากิน เมื่อไม่มีเงิน เราก็หาทางออกกันไป ตอนนั้นผมทำรายการอยู่ก็ประคองรายการไป จนสุดท้ายรู้สึกว่าอยากจะกลับไปดูแลครอบครัว ทำงานกับครอบครัวให้ชัดเจน เพราะว่าผมไม่ค่อยได้ดูแลครอบครัว ถ้าจะต้องดูแลก็คงจะเป็นช่วงนี้แหละครับ

โอกาสที่จะเห็นวง FLY กลับมารวมตัว

ยังไม่มีโอกาสเลยครับ แต่ก็ยังเจอกัน แค่ยังไม่ได้ประสานงาน หรือคุยกันเกี่ยวกับเพลง ผู้ใหญ่ก็มีตามๆ แต่ผมยังต้องดูธุรกิจที่เชียงใหม่ด้วย นี่ห่างมาทำธุระที่กรุงเทพฯ 2 วันก็เป็นห่วงแล้ว เรียกว่าตอนนี้น้อยครั้งมากจะมากรุงเทพฯ และแปลกอยู่อย่างหนึ่งตอนนี้เวลามากรุงเทพฯ ไม่ค่อยได้เจอเพื่อน ไม่ค่อยมีใครมาหา แต่พอไปอยู่เชียงใหม่ กลายเป็นว่ามีแต่คนอยากจะไปหาไปเที่ยว จริงๆ ผมเป็นคนไม่ค่อยอยากจะเปิดร้านนะ ขี้เกียจคุยกับคน แต่พอเปิดแล้ว ก็ต้องทำและคุย แล้วที่สำคัญไม่ได้คุยภาษาไทยด้วยต้องคุยภาษาอังกฤษกับฝรั่ง (หัวเราะ) บางทีก็มึนๆ ฟังไม่รู้เรื่องก็มี แต่ตอนนี้เริ่มชินมากขึ้น มีครูมาสอนภาษาอังกฤษ จริงจังขึ้น เวลาครูจะมาทดสอบก็จะเป็นแบบเด็กป.4 เริ่มเรียนกันอีกครั้งกับแฟนด้วย ได้น้องที่มาสอนเป็นชาวอเมริกันครับ

ธุรกิจที่กำลังไปได้สวย

ตอนนี้ผมเปิดร้านอาหารอยู่ที่เชียงใหม่ครับ เป็นร้านที่มีดนตรี เครื่องดื่ม และอาหารด้วย ที่นั่งประมาณ 40 โต๊ะ ลูกค้าส่วนใหญ่จะเป็นฝรั่งเกือบ 90% เพราะใจจริงๆ ผมอยากเจาะกลุ่มตลาดฝรั่งอยู่แล้วด้วยความที่จังหวัดเชียงใหม่ เป็นเมืองท่องเที่ยวเราก็จะเน้นเพลงสากล เพลงไทยนี่แทบจะไม่ได้เล่นเลย เพราะว่าส่วนใหญ่จะเป็นฝรั่งกับคนจีน ร้านอยู่ตรงตลาดอนุสาร แถวไนท์บาร์ซ่า ก็จะมีฝรั่งมาเล่นดนตรีแจมด้วย มีดนตรีสดทุกวัน ส่วนผมเองก็ลงไปเล่นด้วยกับวงน้องๆ ที่เป็นวงสุดท้ายของแต่ละวัน เราจะเอานักดนตรีรุ่นใหม่อย่างเช่น พวกมหาวิทยาลัยราชภัฏที่เขาเล่นดนตรีได้ และร้องเพลงสากลได้ด้วย ก็ให้การบ้านเขาไป แนะนำวิธีการเล่นให้กับเขา ว่าจะเล่นอย่างไรให้ดึงลูกค้า เพราะเราก็มีประสบการณ์เรื่องดนตรี การทำเพลง ก็จะเอามาสอนเขา สมัยทำวง FLY ผมเป็นหัวหน้าวง ก็ต้องคิดวางแผนกันว่าวันนี้เราจะเล่นแบบนี้ หรือทำอะไร ซึ่งอันนั้นเราทำแค่วงเดียวของเรา แต่พอมีร้าน 1 วัน เราเล่นกัน 3 วงและรวมวงอื่นๆ ที่สลับไปมาในแต่ละวัน ก็จะมีทั้งหมด 7 วง ผมก็จะแนะนำว่าเล่นยังไงให้สื่อสารกับลูกค้าได้ อย่างเพลงภาษาอังกฤษถึงเราจะร้องไม่ชัดฝรั่งเขาก็เฉยๆ นะ แต่จะเน้นที่เมโลดี้มากกว่า ต้องไม่เพี้ยนสิ่งสำคัญคือความสนุกสนานและต่อเนื่อง

ชื่อร้าน คัลเลอร์บาร์การ์เด้นท์

ร้านเปิดมาประมาณ 3 ปีแล้วครับ ปีนี้เข้าปีที่ 4 ที่ใช้ชื่อนี้ เพราะคิดอะไรไม่ออก (หัวเราะ) ตอนนี้ฝรั่งก็จะตีความกันไปว่า เป็นคัลเลอร์ฟูของมิวสิก แล้วฝรั่งก็ยกให้ร้านผมเป็นบาร์ร้านอาหารที่เป็น คัลเลอร์ฟูมิวสิก ได้ที่หนึ่งของเชียงใหม่จาก 1,200 กว่าร้าน
ฝรั่งเขาจะรีวิวประมาณว่าอะเมชิ่งมิวสิก ที่นี่เฟรนด์ชิพมาก คือผมเป็นคนเล่นดนตรีในความรู้สึกเรานะ ผมอยากสร้างดนตรีให้คนรู้สึกว่า คุณเป็นใครมาจากไหนไม่รู้ล่ะ แต่มาอยู่ที่นี่ เราสนุกด้วยกัน เหมือนเวลาเราเล่นคอนเสิร์ต เราละลายพฤติกรรมคนให้มีความสุขแบบนี้ทุกวัน

เบนเข็มจากนักดนตรีเป็นเจ้าของธุรกิจเต็มตัว

เดี๋ยวนี้วงการเพลงผมว่าค่อนข้างจะพังนะ ผมรู้สึกอย่างงั้น เลยทำให้เรารู้สึกไม่ได้ตื่นเต้นหรือจะไปทำเพลงให้ดัง เพราะเรารู้สึกว่าเราได้ในสิ่งที่เราอยากได้มาหมดแล้ว ตอนนี้คิดอยู่อย่างเดียวว่าทำธุรกิจตัวเองเอาวิชาชีพของตัวเองมาขยายสร้างรายได้เอาเงินหมุนทุกวัน คืออย่างตอนวง FLY ดังมากๆ เต็มที่เราเล่นได้อย่างมากก็ 16 โชว์ ต่อเดือน ต้องเดินทางไป เดินทางมา แต่ตอนนี้ผมมีรายได้เข้ามาทุกวัน ได้เล่นดนตรีด้วย วันไหนอยากหยุดก็ปล่อยน้องๆ เล่นกันไป กลายเป็นเหมือนโปรดิวเซอร์ มิวสิกไดเร็กเตอร์ ผมทำเองหมด ไม่ได้มีหุ้นส่วนกับใคร

เหตุที่เลือกเชียงใหม่

เพราะภรรยาผมเป็นคนเชียงใหม่ครับ เลยย้ายไปอยู่เชียงใหม่ ที่อยากจะไปอยู่เชียงใหม่ เพราะตอนนั้นรู้สึกว่าไม่สนุกที่จะอยู่กรุงเทพฯ แล้ว กับวง FLY ก็ไม่ได้ทำอะไร มีโปรเจกท์นู่นนี่นั่นทำก็ไม่ชัดเจน แต่ก็พยายามทำรายการแมลงมันส์ ที่ค้างอยู่ให้จบ พอถึงเวลาก็แยกย้ายกันไป รู้สึกว่าเริ่มไม่ตื่นเต้นแล้ว แต่ก็ยังรู้สึกว่าเหมือนเราต้องพยายามรักษาอะไรอีกก็ไม่รู้ และที่บ้านภรรยาเขาค้าขายอยู่แล้ว ผมก็เลยมองว่าเป็นแบบเดิมนี่แหละ แต่เอาสิ่งที่เรามีอยู่มาขยายผล ผมก็ดูแลเรื่องดนตรี ภรรยาก็ดูแลเรื่องการขาย สต๊อกเงินเข้าออกทั้งหมดทำกันอยู่สองคนสามีภรรยาครับ

พยานรักเติมเต็มชีวิตครอบครัว

ผมมีลูกสาว 2 คนครับ คนแรกกับภรรยาเก่าอายุ 27 ปี คนที่สอง 17 ปี คนโตทำงานเกี่ยวกับวงการโฆษณาอยู่ที่กรุงเทพฯ ส่วนคนเล็กอยู่ที่เชียงใหม่ คนเล็กจะเป็นเด็กอาร์ต เขาส่งผลงานทางอินสตาแกรมประกวดวันฮาโลวีนของอะไรไม่รู้นะแต่ได้อันดับที่ 9 ของโลก เขาทำกับเพื่อนเขา ตอนนี้เรียนอยู่ที่โรงเรียนวารีในเมืองเชียงใหม่ ปีนี้จบแล้ว ก็จะเข้ามหาวิทยาลัย ตกลงกันอยู่ว่าจะให้เข้าที่กรุงเทพฯ หรือ อยู่ที่เชียงใหม่ เพราะต้องดูแลธุรกิจด้วย เมื่อปีที่แล้วเขาได้ทุน FX ไปอยู่ที่อิตาลี เป็นนักเรียนแลกเปลี่ยนอยู่ 1 ปี พอกลับมาเราก็ปล่อยให้เขาเลือกเอง แล้วตอนนี้ที่ร้านคัลเลอร์บาร์ก็กำลังขยายตัว เพิ่มเป็น 3 สาขา ผมก็อยากให้ลูกสาวเข้ามาช่วยดูแล

อนาคตที่คาดหวังไว้

ตอนนี้ไม่มีอะไรมากกว่านี้แล้วครับ คือทำให้ดีที่สุดของทุกวัน ปกติผมก็เป็นคนที่ชอบอยู่ต่างจังหวัดอยู่แล้วด้วย ฉะนั้นการมาอยู่เชียงใหม่จึงเป็นเรื่องที่ดีมากเพราะว่าไปอยู่โน่นผมซื้อมอเตอร์ไซค์คันหนึ่ง แล้วก็ขับไปตามป่าตามเขาเดินทางง่ายๆ มีรถเก๋งไว้ขับไปกับครอบครัวอีกคันหนึ่ง

รายได้ประจำตอนนี้

โอเคมากๆ เลยครับ และรู้สึกว่ามีความยั่งยืน เพราะว่าเป็นธุรกิจของเราเอง อย่างวงดนตรียุคนี้พูดยากนะ ถ้างานไม่เวิร์กไม่ดีจริงๆ งานจ้างก็ไม่มีนะ พอไม่มีงานจ้างก็ลำบาก

ฝากความคิดถึงแฟนเพลง

ขอบคุณทุกคนและดีใจที่ได้บอกเล่าเรื่องราวให้กับแฟนๆ ติดตาม และฝากน้องๆ รุ่นใหม่ให้เต็มที่กับการทำงาน และชัดเจนรักษาความเป็นก้อนใหญ่ๆ กลมๆ รักษาภาพลักษณ์ของตนเองให้ได้ครับ

ใครที่ทนความคิดถึง แจ็ค วง FLY อยากเห็นฝีมือการเล่นดนตรีแบบสดๆ รวมถึงอยากเปลี่ยนบรรยากาศในการนั่งชิลแวะเวียนไปที่ร้านคัลเลอร์บาร์การ์เด้นท์เชียงใหม่ กันได้ค่ะ

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: