ณพวงศ์ สนิทวงศ์ ณ อยุธยา ศรัทธาในต้นแบบที่ดี

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

23 มีนาคม 2559 เวลา 11:39 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/ent/celeb/422942

ณพวงศ์ สนิทวงศ์ ณ อยุธยา ศรัทธาในต้นแบบที่ดี

โดย…กองทรัพย์ ภาพ… ภัทรชัย ปรีชาพานิช

เป็นผู้บริหารเลือดใหม่ที่โปรไฟล์ดี พ่วงดีกรีคุณแม่ลูกสองที่ยังสวยปิ๊งในวัย 35 ปี น้ำหวาน-ณพวงศ์ สนิทวงศ์ ณ อยุธยา กรรมการบริหาร บริษัท อรรถกระวี และบริษัท อรรถเคหพัฒน์ บริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ที่ได้รับการยอมรับและมีชื่อเสียงยาวนานมากว่า 50 ปี ในด้านการพัฒนาอาคารพาณิชย์ สำนักงาน คอนโดมิเนียม ย่านสุขุมวิทและพระราม 4 ไม่ว่าจะเป็น เควิลเลจ เอสแควร์ และล่าสุดกับการเปิดมาร์เก็ตมอลล์แห่งใหม่ในชื่อ สวนเพลินมาร์เก็ต

น้ำหวานจบปริญญาตรีและโทด้านเศรษฐศาสตร์การเมืองระหว่างประเทศ จาก London School of Economics and Political Science (LSE) ประเทศอังกฤษ เธอเริ่มต้นการทำงานครั้งแรกให้กับบริษัทที่ปรึกษาด้านภาษี PricewaterhouseCoopers ที่ดูแลบริษัทข้ามชาติในประเทศไทย จากนั้นก็ย้ายมาทำงานที่บริษัทจัดการกองทุนกสิกรไทย กินเวลากว่า 5 ปี เริ่มจากตำแหน่งเศรษฐกร วิเคราะห์เศรษฐกิจมหภาค วิเคราะห์หุ้น และสอบผ่าน CFA (Chartered Financial Analyst) ซึ่งก็คือใบผ่านสำคัญใบหนึ่ง (Credential) สำหรับผู้ที่สนใจทำงานในสายวิเคราะห์หลักทรัพย์ จนเธอได้ขึ้นเป็นผู้ช่วยผู้จัดการกองทุน

“พอสอบ CFA ได้ไม่นานก็แต่งงาน พอแต่งงานได้ระยะหนึ่งก็ลาออก เพราะว่าสามีเดินทางค่อนข้างบ่อยทำให้หวานอยากเดินทางกับเขาด้วยจึงต้องลาออก แม้ว่าจะเสียดายมากก็ตาม แต่หลังจากนั้นก็ต้องหยุดเดินทางเพราะต้องมาดูแลโครงการเอสแควร์ในซอยสุขุมวิท 26 ซึ่งเป็นหนึ่งในธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ของครอบครัว ประจวบกับตั้งท้องลูกชายคนแรกด้วย”

 

ด้วยความรู้สึกเสียดายประกอบกับการเรียนจบมาด้านเศรษฐศาสตร์โดยเฉพาะ ทำให้เวลาที่เราพูดคุยกับเธอพบประกายความสุขในน้ำเสียงและแววตา ตลอดระยะ 7 ปีที่กลับมาดูแลกิจการของครอบครัว ณพวงศ์พูดได้เต็มปากว่านำประสบการณ์ของการทำงานด้านการลงทุนที่คุ้นเคยมาตั้งแต่วัยเรียนจนถึงช่วงต้นการทำงาน มาประยุกต์ใช้ในการวางแผนการทำโครงการอสังหาฯ โดยมี บัณฑูร ล่ำซำ เป็นต้นแบบในการทำงาน ตลอดจนเป็นแบบอย่างของการเป็นนักธุรกิจที่มีวิสัยทัศน์ กล้าตัดสินใจ และเป็นผู้นำองค์กรที่เข้มแข็ง

“การทำงานด้านการลงทุนน่าจะเป็นช่วงจังหวะชีวิตที่ดีและสนุกของหวาน เพราะได้ทำงานกับผู้ใหญ่หลายท่าน ตอนที่เราไปทำงาน MD คือ คุณดัยนา บุนนาค ต่อมาก็มี ดร.ปิยสวัสดิ์ อัมระนันทน์ เข้ามาเป็นประธานกรรมการ บลจ. ผู้ใหญ่แต่ละท่านทำงานเก่งและเป็นคนน่ารัก

พอเราไปอยู่ในฝ่ายที่ดูแลเรื่องการลงทุนและ บลจ.กสิกร ค่อนข้างใหญ่ ทุกสัปดาห์จะมีการประชุมเกี่ยวกับการลงทุน โดยจะให้นักเศรษฐศาสตร์รายงานอัพเดทเศรษฐกิจภาพใหญ่ แล้วก็กระจายมาตามไลน์ต่างๆ

 

ทุกสัปดาห์เราก็จะได้ประชุมกับผู้บริหารระดับสูง ก็จะได้แชร์ความคิดเห็น หวานชินกับสิ่งแวดล้อมแบบนั้น ทำให้การทำงานของเราสนุกขึ้น และทำให้ได้ฟังความเห็น ได้ดูสไตล์การทำงานของผู้ใหญ่ที่อยู่ในอุตสาหกรรมมานาน ที่เขามีเวลาสอนเราด้วย อย่างการวิเคราะห์หุ้นให้ซื้อหรือขายแต่ละตัวก็ต้องละเอียดมาก เราต้องมีรายงาน สิ่งหลักๆ ที่ได้จากตอนนั้นก็คือการจับประเด็นว่าสิ่งที่สำคัญคืออะไร พอมาทำงานแล้วก็ทำให้เราใช้ได้กับหลายงาน”

การลาออกเพื่อมาทำงานของตัวเองและก้าวกระโดดมาเป็นหนึ่งในผู้บริหาร สิ่งที่ต้องปรับตัวมากขึ้นก็คือการจัดสรรเวลาที่ต้องทำให้ลงตัว โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อมีครอบครัวและเจ้าตัวเล็กเข้ามาเป็นอีกหนึ่งตัวแปร

“ถ้ายังทำงานเป็นพนักงานอยู่ก็จะมีคนไกด์ให้ว่าต้องทำยังไงบ้างและทำเมื่อไหร่ พอเป็นนายของตัวเองแล้วก็ต้องรู้จักจัดอันดับความสำคัญของงานให้ดีขึ้น แล้วก็โดยนิสัยจะค่อนข้างละเอียดเลยจะเก็บทุกอย่างไว้ที่ตัวเอง แต่การเป็นนายที่ดีต้องหัดจ่ายงานให้ลูกน้องเป็น ไม่ใช่เอาทุกอย่างมารวมไว้ที่ตัวเองหมด ลูกน้องก็ไม่ได้ฝึกฝนพัฒนาตัวเอง ถ้าทุกอย่างอยู่ที่เราคนเดียวงานอาจจะไม่ได้ประสิทธิภาพและทำให้งานช้า ซึ่งหวานก็ต้องค่อยๆ ปรับปรุงตรงนี้

 

ส่วนเรื่องที่เพิ่มเข้ามาก็คือเรื่องของการบริหารจัดการคน การทำงานเป็นพนักงานบริษัทเราไม่ต้องคิดเรื่องคนในแง่บริหาร เพราะส่วนใหญ่ก็เป็นเพื่อนเป็นพี่ แต่การบริหารจัดการคนสำคัญมากกับคนที่มาทำงานบริหาร ยกตัวอย่างเวลาจะรับคนเข้ามาทำงานก็จะเลือกคนที่สามารถทำงานเข้ากับทีมให้ได้มากที่สุด”

สิ่งที่ต้นแบบทางธุรกิจของณพวงศ์มอบแนวทางให้ คือความตั้งใจที่จะทำงานเพื่อสังคม ให้ความสำคัญกับสิ่งแวดล้อมและวัฒนธรรม และที่สำคัญคือสถาบันครอบครัว ซึ่งทั้งหมดสะท้อนผ่านโครงการที่เธอทำอยู่ในปัจจุบัน ไม่ว่าจะเป็นมูลนิธิวีดู (Wedu Global) ซึ่งให้ทุนการศึกษาและพัฒนาความเป็นผู้หญิงในประเทศแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

“ครอบครัวเรามีมูลนิธิพระยาอรรถกระวีสุนทรและคุณหญิง ที่มุ่งเน้นให้ความช่วยเหลือหน่วยงานที่ต้องการความช่วยเหลือ โดยเฉพาะงานด้านการศึกษา และหวานมีโอกาสไปช่วยมอบความช่วยเหลือในรูปแบบทุนการศึกษาในโครงการ ChangAi Children’s Project ซึ่งครอบครัวของสามี (โจ ฮอร์น พัธโนทัย) เข้าไปให้การช่วยเหลือเด็กและครอบครัวที่อยู่ติดชายแดนระหว่างจีนและเมียนมาให้พ้นจากปัญหายาเสพติดและดีขึ้นได้ด้วยการศึกษา”

 

การมีเบ้าหลอมที่ดีในทุกช่วงของชีวิต ทำให้ณพวงศ์ซึ่งขณะนี้กำลังเป็นต้นแบบของเด็กชายเล็กๆ อีก 2 คน ให้ความสำคัญกับการหล่อหลอมทั้งสองคนให้กลายเป็นเด็กที่ทั้งเก่งและดี เป็นเด็กที่รู้จักการให้

“หวานเลี้ยงลูกเอง ดูแลให้เขามีส่วนร่วมกับกิจกรรมของพ่อแม่ อย่างงานการกุศลหรืองานลงพื้นที่ที่เด็กสามารถไปด้วยได้ก็จะพาเขาไป ให้เขาได้เห็นว่ายังมีเด็กอีกมากมายที่ไม่ได้เกิดมาโชคดีแบบเขา มันจะช่วยขัดเกลาให้เขาเป็นเด็กที่อ่อนโยนและเอื้อเฟื้อ อาจจะยังไม่เห็นผลในวันนี้แต่ถ้าพ่อกับแม่คอยเป็นต้นแบบที่ดีให้เห็น เขาก็จะอยากเป็นผู้ใหญ่ที่ดีเหมือนที่หวานเชื่อมาตลอด” ณพวงศ์ ยืนยันในสิ่งที่เธอเชื่อมั่น

 

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s