เริ่มต้นใหม่อีกครั้ง ปฏิรูปประเทศครั้งสุดท้าย

Published March 26, 2016 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือเส้นทางเศรษฐี

http://info.matichon.co.th/rich/rich.php?srctag=07090151058&srcday=2015-10-15&search=no

วันที่ 15 ตุลาคม พ.ศ. 2558 ปีที่ 21 ฉบับที่ 383

เส้นทางปฏิรูป

บุญเลิศ ช้างใหญ่

เริ่มต้นใหม่อีกครั้ง ปฏิรูปประเทศครั้งสุดท้าย

หลังจากประกาศรายชื่อแต่งตั้งเมื่อวันที่ 5 ตุลาคมที่ผ่านมา

คณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) 21 คน

และสมาชิกสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) 200 คน

การเดินหน้าทำงานตามอำนาจหน้าที่ก็เริ่มต้นทันที

เวลา 13.30 น. วันรุ่งขึ้น (6 ตุลาคม) นายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธาน กรธ. เรียกประชุม กรธ. เลือกตำแหน่งต่างๆ และกำหนดกรอบการทำงานโดยนัดประชุมตอนบ่ายทุกวันจันทร์-ศุกร์ ประกาศว่าจะดำเนินการจัดทำร่างรัฐธรรมนูญให้เสร็จภายในเดือนมกราคม 2559 จากนั้นจะเผยแพร่ร่างแรกสู่สาธารณชน และส่งไปยังพรรคการเมืองให้แสดงความคิดเห็นในการขอแก้ไขเพิ่มเติมร่างรัฐธรรมนูญ เพื่อ กรธ. จะนำมาปรับแก้ไขเพิ่มเติมให้สอดคล้องและเหมาะสมกับความต้องการของประชาชนทุกภาคส่วน

หลักที่ กรธ. วางไว้คือ

1. รัฐธรรมนูญควรเขียนในหลักการที่สำคัญ

2. เป็นรัฐธรรมนูญที่สามารถแก้ปัญหาวิกฤตการเมืองได้

ในแง่ของกรอบเวลา จากวันนี้ไปถึงมกราคมปีหน้าก็เท่ากับใช้เวลาไป 3 เดือนสำหรับร่างแรก ที่จะนำไปสู่การเปิดรับฟังความเห็นจากประชาชน พรรคการเมืองและรวมถึงคณะรักษาความสงบแห่งชาติ คณะรัฐมนตรี สภานิติบัญญัติแห่งชาติ

การรับฟังอาจใช้เวลาอีก 1 เดือน

กรธ. นำมาปรับแก้ให้เป็นร่างสุดท้ายซึ่งถือว่าเสร็จสมบูรณ์ใช้เวลา 2 เดือน

รวมแล้วก็ 6 เดือนเป๊ะตามที่รัฐธรรมนูญชั่วคราว ฉบับแก้ไขเพิ่มเติม 2558 กำหนดให้ กรธ. ร่างให้เสร็จภายใน 180 วัน หรือ 6 เดือน นั่นคือ ไม่เกินประมาณวันที่ 6 เมษายน 2559

ต่อจากนั้น เข้าสู่ห้วงเวลาสำคัญ นั่นคือ คณะรัฐมนตรีจะให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง จัดพิมพ์ร่างรัฐธรรมนูญเป็นเล่มจำนวน 18 ล้านเล่ม ส่งไปรษณีย์ถึงบ้านผู้มีสิทธิเลือกตั้ง 18 ล้านครอบครัว ครอบคลุมผู้มีสิทธิเลือกตั้งประมาณ 47 ล้านคน ตามมาด้วยการทำความเข้าใจต่อเนื้อหาร่างรัฐธรรมนูญซึ่งคงจะมีทั้งเห็นด้วยและไม่เห็นด้วย และนั่นอาจหมายถึงการอยากให้ผ่านหรืออยากให้คว่ำร่างรัฐธรรมนูญ

นับจากนี้ประชาชนจึงต้องเฝ้าจับตามองกระบวนการทำงานของ กรธ. ชุดนายมีชัยเป็นประธาน และดูว่าจะร่างรัฐธรรมนูญออกมาอย่างไร สามารถสื่อสารเพื่อสร้างความเข้าใจและสร้างการยอมรับของสื่อมวลชนและประชาชนได้หรือไม่

สำหรับสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ ซึ่งได้สมาชิก สปท. 200 คน มีทั้ง สปช. เก่า ข้าราชการประจำ ข้าราชการเกษียณ ทหาร-ตำรวจ นักการเมือง และแกนนำกลุ่มองค์กรมวลชนทางการเมือง นักกฎหมาย ผู้ทรงคุณวุฒิ ฯลฯ หลังประชุมนัดแรกเพื่อเลือกประธานและรองประธานอีก 2 คนแล้ว ก็จะต้องจัดทำข้อบังคับการประชุม

บทเรียนจากสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) คือการทำข้อบังคับการประชุมเลียนแบบสภาการเมือง อย่างสภาผู้แทนราษฎร วุฒิสภา หรือแม้แต่สภานิติบัญญัติแห่งชาติ นั่นคือ จะพูด จะอภิปรายก็ต้องมีพิธีรีตอง กำหนดให้พูดตามเวลาที่กำหนดคนละนิดละหน่อยเนื่องจากกลัวสมาชิกจะพูดกันมากเกินไป

มีความเป็นไปได้ที่จะไม่ทำแบบเดิม

แต่สิ่งที่เป็นสาระคือ สปท. จะมีกระบวนการทำงานแบบไหนในการร่อนตะแกรงข้อเสนอวาระปฏิรูป 37 วาระ วาระพัฒนา 6 วาระ ข้อเสนอรวมแล้ว 140 กว่าประเด็น โดยเลือกเอาแต่เฉพาะเรื่องที่สำคัญเร่งด่วนมาดำเนินการโดยมุ่งผลสัมฤทธิ์หรือความสำเร็จอย่างเป็นชิ้นเป็นอัน ประชาชนสามารถสัมผัสได้ถึงความเปลี่ยนแปลงในทางที่ดีขึ้น

เช่น เรื่องการศึกษา อะไรคือเรื่องสำคัญเร่งด่วน จะขับเคลื่อนเรื่องไหน จะทำอย่างไร ใครทำ จะเกิดผลดีต่อใคร อย่างไร

เรื่องการเมือง, เรื่องการปกครองส่วนท้องถิ่น, เรื่องกฎหมายและกระบวนการยุติธรรม, เรื่องสาธารณสุข, เรื่องทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม, เรื่องพลังงาน, เรื่องเศรษฐกิจ, เรื่องสื่อมวลชน, เรื่องสังคม และเรื่องอื่นๆ ก็เช่นกัน

การมีข้าราชการประจำ อดีตข้าราชการประจำ นักการเมือง ทหาร ตำรวจ ฯลฯ จะช่วยขับเคลื่อนการปฏิรูปได้แค่ไหน

แต่ทั้งนี้ สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ หรือ สปท. ไม่ต้องไปยุ่งกับการร่างรัฐธรรมนูญของ กรธ.

แม้ กรธ. 21 คน กับ สปท. 200 คน อันเป็นแม่น้ำ 2 สายที่ถูกออกแบบใหม่ให้เพิ่งเกิดขึ้นจะแยกอำนาจหน้าที่ออกจากกัน แต่มีความสัมพันธ์กัน

เพราะการปฏิรูปในด้านต่างๆ อาจต้องนำไปบัญญัติในร่างรัฐธรรมนูญและจัดทำกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญ

ที่สำคัญ หากการร่างรัฐธรรมนูญโดย กรธ. เกิดปัญหา นำมาซึ่งความขัดแย้งในสังคม โดยเฉพาะแวดวงนักการเมืองเหมือนกับที่เกิดขึ้นมาแล้วกับคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญชุดนายบวรศักดิ์เป็นประธาน กระทั่งนักการเมืองเกิดความปรองดองโดยมิได้นัดหมาย ด้วยการประกาศว่าจะคว่ำในชั้นการออกเสียงประชามติถ้าหากที่ประชุม สปช. ลงมติให้ความเห็นชอบ

ปัญหาร่างรัฐธรรมนูญก็จะกระทบต่อการปฏิรูปที่ สปท. กำลังดำเนินการอยู่

ประกอบกับโรดแมปที่วางไว้ 6-4-6-4=20 เดือน ทุกอย่างจะสำเร็จลุล่วง แต่เกิดปัญหาขัดแย้งอย่างรุนแรงจะด้วยเหตุใดก็ตาม เวลาที่หมดไปเกือบ 3 ปีนับจากการยึดอำนาจเมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม 2557 อาจทำให้ฝ่ายที่ไม่พอใจ คสช. และรัฐบาล เคลื่อนไหวต่อต้านโดยไม่สนใจว่าจะเกิดอะไรขึ้นก็เป็นไปได้ เพราะถือว่าได้ทนมามากแล้ว

การปฏิรูปประเทศโดย สปท. การเขียนรัฐธรรมนูญในบรรยากาศที่ไม่เอื้อต่อการแสดงออกซึ่งเสรีภาพในการพูด การแสดงความคิดเห็น การเคลื่อนไหวต่างๆ นับจากนี้ไปเป็นเรื่องยากต่อการพยากรณ์ว่าอนาคตจะเป็นอย่างไร

รู้แต่เพียงว่าเป็นสถานการณ์ที่เปราะบางและล่อแหลมที่ความสำเร็จและความล้มเหลวอยู่บนเส้นแบ่งที่ใกล้กันมาก

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: