มาตรการภาครัฐใหม่ถอดด้าม ช่วย SMEs แบบสุดๆ

Published March 26, 2016 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือเส้นทางเศรษฐี

http://info.matichon.co.th/rich/rich.php?srctag=07020151058&srcday=2015-10-15&search=no

วันที่ 15 ตุลาคม พ.ศ. 2558 ปีที่ 21 ฉบับที่ 383

แหล่งทุนหนุน SMEs

สุรพล โอภาสเสถียร ผู้จัดการใหญ่ บริษัท ข้อมูลเครดิตแห่งชาติ จำกัด

มาตรการภาครัฐใหม่ถอดด้าม ช่วย SMEs แบบสุดๆ

“…ธนาคารที่รับเงินกู้มาปล่อยต่อ ไม่ต้องไปหาเงินฝาก แต่มีเงินมาช่วยลูกหนี้ใหม่หรือเก่าที่ต้องการทุนหมุนเวียนในเวลานี้ มาตรการนี้เหมือนการเติมเลือดแบบมีวิตามินผสม ให้ร่างกายแข็งแรง ไม่ติดเชื้อความอ่อนแอจนเป็นโรคร้ายนั่นเอง”

จากที่รัฐบาลภายใต้คณะรัฐมนตรี (ครม.) เศรษฐกิจทีมใหม่ ได้ออกอาวุธเพื่อพยุงไม่ให้เศรษฐกิจฐานรากทรุดตัวลงไป โดยดำเนินการผ่านโครงการเติมทุนของกองทุนหมู่บ้านและการให้เงินทุนระดับตำบลไปทำโครงการต่างๆ ตลอดจนการเร่งทะลวงท่อการใช้เงินของโครงการขนาดเล็กซึ่งเป็นที่ทราบกันแล้วนั้น

ขยับต่อมา ก็ถึงเวลาการออกอาวุธสำหรับช่วย SMEs ไม่ให้เป็นหนี้เสีย เพราะถ้าเกิดเป็นแล้วจะทำให้ธนาคารหรือสถาบันการเงินอ่อนแอลง พอเกิดอ่อนแอมากๆ ก็นำไปสู่การชะลอการให้กู้เข้าไปในระบบ ความเสียหายลุกลามไปยังลูกค้าที่ดีที่ไม่ได้มีปัญหาให้เกิดปัญหาได้

อีกประการหนึ่งคือ ถ้า SMEs เกิดเป็นหนี้เสียแล้วคงแก้ยาก ให้กลับมาแข็งแรงแบบเดิมยิ่งยากกว่า หรือเรียกว่าเครดิตที่เคยมีจะหายสูญไปเลย ถึงกลับมาใหม่ได้ การขอกู้ใหม่อีกครั้ง เป็นไปได้ยากสุดๆ

เรามาดูมาตรการชุดนี้ที่น่าสนใจและ SMEs ควรเอาไปคิดต่อเพื่อจะได้ใช้โอกาสรับเอาความช่วยเหลือในครั้งนี้ของรัฐบาลมาเกื้อหนุนกิจการของตัว SMEs ได้บ้าง

เรื่องของมาตรการมีดังนี้นะครับ

เรื่องที่ 1 Soft Loan ที่คาดว่าเริ่มได้ในวันที่ 18 กันยายน 2558 โดยมาตรการ การสนับสนุนเงินกู้อัตราดอกเบี้ยต่ำ (Soft Loan) ให้ SMEs กู้ไปเป็นเงินทุนหมุนเวียนการทำธุรกิจ โดยกลไกจะให้ธนาคารออมสินอัดเงินจำนวน 100,000 ล้านบาท ปล่อยกู้ให้ผ่านธนาคารพาณิชย์ และธนาคารที่ได้เงินกู้ไปก็นำไปปล่อยกู้ต่อกับ SMEs เป้าหมายที่ควรช่วย ต้องช่วยในเวลานี้บนอัตราดอกเบี้ยที่ถูก

ขณะเดียวกัน รัฐบาล เข้ามาชดเชยดอกเบี้ยให้กับธนาคารออมสินในส่วนที่ธนาคารควรจะได้ผลตอบแทน ทั้งนี้ ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน ระบุว่า ธนาคารออมสินจะส่งหนังสือเชิญชวนไปยังธนาคารทุกแห่งในไทยถึงเงินกู้ดังกล่าวและคาดว่ารัฐบาลจะเปิดตัวโครงการ สินเชื่อเพื่อ SMEs และลงนามความร่วมมือกับธนาคารที่สนใจเข้าร่วมโครงการในวันที่ 18 กันยายน 2558 นี้ โดยรัฐบาลให้นโยบายกระจายเงินสู่ระบบเร็วที่สุดภายในเวลา 3 เดือน เรียกได้ว่า ธนาคารที่รับเงินกู้มาปล่อยต่อ ไม่ต้องไปหาเงินฝาก แต่มีเงินมาช่วยลูกหนี้ใหม่หรือเก่าที่ต้องการทุนหมุนเวียนในเวลานี้ มาตรการนี้เหมือนการเติมเลือดแบบมีวิตามินผสม ให้ร่างกายแข็งแรง ไม่ติดเชื้อความอ่อนแอจนเป็นโรคร้ายนั่นเอง

เรื่องที่ 2 การเข้าค้ำประกันสินเชื่อ โดยบรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) ให้ข้อมูลมาว่า ที่ประชุม ครม. เห็นชอบให้ บสย. แก้เงื่อนไขโครงการค้ำประกันสินเชื่อพีจีเอสโดยขยายกรอบวงเงินค้ำประกันจากเดิม 80,000 ล้านบาท เพิ่มเป็น 100,000 ล้านบาท ให้สอดคล้องกับโครงการ Soft Loan พร้อมกับการปรับเงื่อนไขการค้ำประกันใหม่ ในเรื่องของการรับความเสี่ยงกรณีเกิดหนี้เสียเป็น Portfolio โดย 30 เปอร์เซ็นต์ แบ่งให้ บสย. เป็นผู้รับผิดชอบใน 15 เปอร์เซ็นต์แรก และอีก 15 เปอร์เซ็นต์ที่เหลือแบ่งความรับผิดชอบระหว่าง บสย. กับสถาบันการเงิน หรือคิดเป็นการจ่ายค่าประกันชดเชยตามภาระการค้ำประกันสูงสุดไม่เกิน 22.5 เปอร์เซ็นต์ของภาระค้ำประกันเฉลี่ยตลอดระยะเวลาโครงการ และทางการยังได้ปรับระยะเวลาโครงการดังกล่าวจากสิ้นสุดคำขอในวันที่ 31 ธันวาคม 2559 เป็นสิ้นสุดคำขอในโครงการในวันที่ 30 มิถุนายน 2559 เรื่องแบบนี้ทำให้สถาบันการเงินต่างๆ สนใจเข้าใช้บริการค้ำประกันสินเชื่อกับ บสย. เพิ่มขึ้น มีการเร่งส่งลูกค้าเข้าโครงการให้เร็วมากขึ้นเพื่อให้เงินสินเชื่อได้ส่งไปถึงผู้ประกอบการ SMEs เร็วขึ้น

โดย บสย. คาดว่าจะมียอดค้ำประกันไม่น้อยกว่า 6,000 ล้านบาท ต่อเดือน และหลังจากที่ ครม. มีมติมาถึง บสย. เป็นที่เรียบร้อย ทาง บสย. จะต้องแจ้งสถาบันการเงินกว่า 10 แห่งที่ได้ทำข้อตกลงร่วมกันก่อนหน้านี้เพื่อปรับเงื่อนไขใหม่ หลังจากนั้นสามารถเริ่มค้ำประกันทันที

เรื่องที่ 3 การตอบรับของธนาคารพาณิชย์ พบว่า ธนาคารพร้อมเข้าไปสนับสนุนมาตรการช่วยเหลือดังที่ระบุมา ขณะนี้อยู่ระหว่างรอความชัดเจนจากธนาคารออมสินทั้งวงเงินสินเชื่อแต่ละแห่งและรายละเอียดเงื่อนไขปล่อยกู้ ส่วนกรณีการค้ำประกันสินเชื่อของ บสย. ที่มีการเพิ่มเพดานการค้ำประกันจาก 18 เปอร์เซ็นต์ เป็น 30 เปอร์เซ็นต์ จะทำให้ธนาคารสามารถเข้าไปสนับสนุนวงเงินสินเชื่อ SMEs ได้เพิ่มเติม ในภาวะเศรษฐกิจเช่นนี้ โดยจะคงยังมุ่งปล่อยสินเชื่อเพิ่มเติมให้กับลูกค้าเดิมชั้นดีและลูกค้าที่ผ่านการคัดกรองแล้วตามเกณฑ์

ด้านสมาคมธนาคารไทย ระบุว่า “เชื่อว่าธนาคารพาณิชย์จะให้ความสนใจร่วมโครงการปล่อยสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำให้ SMEs วงเงิน 100,000 ล้านบาท หากแต่ว่า การปล่อย Soft Loan จากธนาคารออมสิน เพื่อมาปล่อยต่อ น่าจะเหมาะกับลูกค้าของสถาบันการเงินเฉพาะกิจของรัฐมากกว่า เนื่องจากลูกค้าของสถาบันการเงินเฉพาะกิจของรัฐมีความเปราะบาง และมีความสามารถชำระหนี้อาจด้อยกว่าลูกค้าธนาคารพาณิชย์”

ดังนั้น ที่มาของการออกมาตรการเพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการธุรกิจ SMEs โดยมีเป้าหมายให้ SMEs สามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนได้ง่ายและมากขึ้น จากผลของการออกมาตรการดังกล่าวทุกฝ่ายคาดว่า จะทำให้ SMEs มีเงินทุนหมุนเวียนเพื่อดำเนินธุรกิจได้ต่อไป และจะมีเม็ดเงินเข้าสู่ระบบ ก่อให้เกิดการหมุนเวียนทางเศรษฐกิจ ในด้านการจับจ่ายใช้สอย การจ้างงาน และการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยต่อไป

เราๆ ท่านๆ ต่างทราบดี ช่วงที่ผ่านมา ธุรกิจ SMEs ถือเป็นกลไกสำคัญที่มีบทบาทในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยมาโดยตลอด เหตุว่าธุรกิจ SMEs นั้นมีสัดส่วนคิดเป็นร้อยละ 37.4 ของ GDP รวมทั้งประเทศ นอกจากนี้ จำนวนของธุรกิจ SMEs มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง จากความอยากเป็นเจ้าของกิจการของคนรุ่นใหม่ที่เรียกตัวเองว่า Startup/เถ้าแก่น้อยร้อยล้าน/นักรบธุรกิจรุ่นใหม่

เรื่องช่วย SMEs จึงเป็นส่วนที่ภาครัฐให้ความสำคัญอย่างมากในเรื่องที่จะช่วยให้เศรษฐกิจกลับมาเติบโตได้ในช่วงภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัวในปัจจุบัน

เรื่องที่ 4 กระทรวงพาณิชย์ มีแนวทางการกระตุ้นเศรษฐกิจของกระทรวงพาณิชย์ ใน 3 เรื่องหลักคือ

4.1 ผลักดันตลาดภายในให้เข้มแข็ง ผ่านการสร้างตลาดกลาง ตลาดชุมชน

4.2 เพิ่มการขยายตัวของการค้าชายแดน ซึ่งจะร่วมกับหอการค้าไทยเพิ่มการค้าชายแดนถึง 2 ล้านล้านบาทในปี 2560

4.3 เจาะตลาดและเพิ่มส่งออกในอาเซียน เรื่องการสร้างความเข้มแข็งภาคเกษตร โดยผลักดันเกษตรกรเป็นผู้ประกอบการที่มีการเพิ่มมูลค่าสินค้าเกษตร ดึงแรงงานเกษตรคืนถิ่น และท้ายสุดคือ พัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษในภาคเกษตร ภาคท่องเที่ยว เป็นต้น และสุดท้ายคือ การสร้างสังคมผู้ประกอบการรายใหม่ และผลักดันให้ SMEs ไปอาเซียน

เรื่องที่ 5 การบริหารจัดการในพื้นที่แบบ CEO หอการค้าไทย ซึ่งเป็นองค์กรของกลุ่มเอกชนเสนอให้รัฐบาล

5.1 เร่งมาตรการที่ประกาศมาให้เป็นรูปธรรมโดยเฉพาะการเข้าถึงแหล่งเงินผ่านกองทุนหมู่บ้านหรือพัฒนาชุมชน

5.2 มาตรการต้องออกมาแบบเป็นรูปธรรมภายใน 2 สัปดาห์เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและกระตุ้นเศรษฐกิจชุมชน

5.3 ให้รัฐบาลดึงผู้ว่าราชการจังหวัด เข้ามีบทบาทในการผลักดันและจัดอบรมหลักสูตรเชิงการค้าในลักษณะผู้ว่า CEO ที่เคยมีมาก่อนหน้านี้ให้เกิดขึ้นอีกครั้ง

สำหรับข้อแนะนำของผมต่อท่านที่เป็น SMEs มีดังนี้ครับ

1. สำรวจกระแสเงินสดที่คาดว่าจะเข้ามากับที่มีตารางเวลาว่าจะออกไป เพื่อดูว่าต้องเตรียมเงินทุนหมุนเวียนเพิ่มมั้ย

2. ตรวจรายงานเครดิตบูโรตัวเอง ขณะนี้หนี้สินของเราทุกบัญชีมีลักษณะ ปกติ มีการค้างชำระมั้ย มีตรงไหนที่เป็นข้อเสียบ้าง

3. ติดต่อสถาบันการเงินหลักของเราแต่เนิ่นๆ ในการยื่นคำขอสินเชื่อเงินทุนหมุนเวียน อย่ารอจนขาดเงินแล้วจึงเริ่มทำ

4. เอาใจใส่ในธุรกิจ ลูกค้า ลูกน้องเราให้มาก ใกล้ชิดให้มาก อย่าบ้ายอดขาย หรือปล่อยเครดิตไปมากเกิน

5. อย่าริเอาเงินสดที่มีอยู่ตอนนี้ไปปล่อยกู้เพื่อเอาดอกสูงๆ เพราะจะเจ็บตัวเวลาที่เอาคืนมาไม่ได้

6. เลิกยุ่งกับเรื่องชาวบ้าน ไม่ต้องไปออกความเห็นโน่น นั่น นี่ อยู่แต่กับสิ่งที่เราต้องทำต้องดูแลเท่านั้น เรื่องคนอื่นไม่ต้องร้อนวิชาไปออกความเห็น

7. ลดการเล่น “ไลน์” วันละชั่วโมง เพื่อเอาเวลามาปรับปรุงตัวเอง คิดเรื่องของตนเอง สงบใจอยู่กับตัวเองและครอบครัวของตัวเองก็พอ

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: