มหาเจดีย์มุเตา เมืองหงสาวดี อาณาจักรอันยิ่งใหญ่ ของ พระเจ้าราชาธิราช

Published March 26, 2016 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือเทคโนโลยีชาวบ้าน

http://info.matichon.co.th/techno/techno.php?srctag=05126151058&srcday=2015-10-15&search=no

วันที่ 15 ตุลาคม พ.ศ. 2558 ปีที่ 28 ฉบับที่ 609

ภูมิปัญญาท้องถิ่น

บุญยงค์ เกศเทศ

มหาเจดีย์มุเตา เมืองหงสาวดี อาณาจักรอันยิ่งใหญ่ ของ พระเจ้าราชาธิราช

เมืองพะโค (Bago) หรือ หงสาวดี ชาวมอญเรียกว่า หานตาวดี (Hanthawaddy) อยู่ห่างจากกรุงย่างกุ้ง ประมาณ 80 กิโลเมตร เคยเป็นอาณาจักรของคนมอญ เล่ากันสืบต่อเป็นตำนานมาว่า สร้างโดยสองพี่น้องชาวมอญ ชื่อ สมละ และ วิมละ ในราวปี พ.ศ. 825 หลังจากนั้นอีกประมาณ 260 ปี พม่าก็เข้ายึดครอง จนกระทั่งถึงปี พ.ศ. 1912 พระเจ้าพินยะอุ ผู้ครองเมืองเมาะตะมะ ได้ย้ายราชธานีมาที่พะโค

กษัตริย์มอญที่สำคัญองค์หนึ่งคือ พระเจ้าราชาธิราช ซึ่งเป็นต้นเรื่องของวรรณคดี ราชาธิราช ที่เจ้าพระยาพระคลัง (หน) เรียบเรียงไว้เมื่อต้นกรุงรัตนโกสินทร์ เป็นเรื่องราวการรบระหว่างชนชาติมอญกับพม่า ที่เรารู้จักนามกันดี ฝ่ายมอญ มีพระเจ้าราชาธิราช ส่วนฝ่ายพม่า มีพระเจ้าฝรั่งมังฆ้อง บรรดาแม่ทัพนายกองฝ่ายมอญที่มีนาม อุโฆษ เช่น สมิงพ่อเพชร สมิงนครอินทร์ สมิงพระราม เป็นต้น ส่วนฝ่ายพม่ามีมังต่างๆ ทั้ง มังมหานรธา มังนันทสู มังนันทมิตร เป็นต้น ต่างทำสงครามรบพุ่งกันอย่างยาวนาน ยืดเยื้อ ด้วยฝีมือและไหวพริบอันชาญฉลาดของขุนนางและทหารเอกแต่ละฝ่าย

หัวเมืองมอญในอดีต เช่น เมาะตะมะ ทวาย ตะนาวศรี มะริด เป็นต้น ล้วนเป็นดินแดนกันชนระหว่างสยามกับพม่า เพราะเป็นเมืองท่าที่มีทางออกสู่ทะเล พม่าจึงต้องพยายามตีมอญเพื่อใช้เบิกทาง บุกมาตีกรุงศรีอยุธยาหลายครั้งหลายคราว

ในปี พ.ศ. 2084 พระเจ้าตะเบ็งชะเวตี้ กษัตริย์พม่า แห่งเมืองตองอู ตีเมืองหงสาวดีได้

ครั้งนั้น บรรดาชาวมอญถูกฆ่าฟันล้มตายจำนวนมาก จนบางส่วนต้องหลบหนีมาพึ่งสยาม ที่เหลือก็อยู่อย่างทุกข์ทรมาน นักประวัติศาสตร์ชาวพม่าบันทึกไว้ กล่าวถึงความบกพร่องอันยิ่งใหญ่ของคนมอญ ที่ไม่มีความทะเยอทะยานในด้านการเมือง จึงไม่เคยแสวงหาอาณาจักรของตนเอง แต่ในความเป็นจริงมิใช่เช่นนั้น ชาวมอญเป็นผู้เคร่งครัดในปรัชญาพุทธศาสนา เน้นหลักไม่เบียดเบียน ข่มเหง รังแกผู้อื่น อีกทั้งนิยมชมชอบในศิลปวิทยาสถาปัตยกรรม ตลอดจนหัตถกรรมมากกว่าการสู้รบกัน

กระทั่งปี พ.ศ. 2109 พระเจ้าบุเรงนอง ได้ตั้งเมืองหงสาวดีขึ้นเป็นราชธานี แห่งราชวงศ์ตองอู และได้ย้ายราชธานีไปยังกรุงอังวะ (Inwa) ในเวลาต่อมา คราวนี้มอญก็ประกาศอิสรภาพจากพม่า แต่ไม่นานนักพระเจ้าอลองพญาแห่งพม่าก็ยกทัพมาปราบอีก สุดท้ายพม่าต้องตกเป็นเมืองขึ้นของอังกฤษ คราวนี้อังกฤษก็พยายามจัดตั้งรามัญประเทศขึ้นใหม่ เพื่อประโยชน์ทางยุทธศาสตร์ของตน โดยเที่ยวสืบหาเชื้อพระวงศ์ของกษัตริย์หงสาวดี เพื่อให้มาครองราชย์สืบสันติวงศ์มอญต่อไป

ยังมีคำบอกเล่าอีกว่า เชื้อพระวงศ์ของมอญได้สูญสิ้นไปแล้วทั้งหมด หรือเป็นเลศนัยอย่างหนึ่งของอังกฤษ นักล่าอาณานิคมที่แสร้งกล่าวเช่นนั้น เพื่อผลประโยชน์บางอย่างทำนองนัยซ่อนเร้น

อย่างไรก็ตาม รามัญ ประเทศของผู้คนชาวมอญได้หายไปจากแผนที่โลกแล้วจริงๆ

ในอาณาจักรหงสาวดียังมี พระธาตุมุเตา หรือเจดีย์ชเวมอว์ดอว์ (Shwemawdaw) เป็นสถาปัตยกรรมที่สูงค่าของคนมอญที่ยืนเด่นอยู่อย่างท้าทาย นับเป็นเจดีย์ที่สูงที่สุดในเมียนมา เป็นอีกหนึ่งองค์มหาเจดีย์ในจำนวน 5 องค์ คำว่า “มุเตา” เป็นภาษามอญ แปลว่า จมูกร้อน เนื่องจากต้องแหงนหน้ามองยอดเจดีย์ที่สูงถึง 114 เมตร จนคอตั้งบ่า แสงแดดจึงแผดเผาจมูกจนร้อนถึงกับไหม้เกรียมเลยทีเดียว

พระธาตุมุเตา มีลักษณะรูปทรงแบบเจดีย์มอญอื่นๆ แต่มีอายุเก่าแก่กว่า กล่าวกันว่ามีอายุถึง 2,000 ปี สร้างโดยสองพี่น้องชาวมอญ เพื่อประดิษฐานพระเกศาธาตุ 2 เส้น ที่ได้รับจากพระพุทธเจ้า พระเจ้าบุเรงนองให้แกะอัญมณีเม็ดใหญ่จากยอดพระมหามงกุฎมาถวายเป็นฉัตรยอดเพื่อเป็นพุทธบูชา

พระธาตุมุเตาต้องประสบกับแผ่นดินไหวหลายครั้งหลายหน ครั้งใหญ่ที่สุดเกิดขึ้นในปี พ.ศ. 2473 จนแผ่นดินสะท้านสะเทือนไปทั่วอาณาบริเวณในเมียนมา จนมาถึงเมืองสยาม เป็นเหตุให้พระธาตุมุเตาถึงกับพังทลายลง ชาวมอญและชาวพม่าร่ำไห้ไปทั้งเมือง สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ ทรงรำพึงรำพันว่า เสียดายยิ่งนัก ได้พบเห็นแต่เพียงกองดินสูงใหญ่ท่วมถมออกไปจนพ้นลาน น่าอนาถใจยิ่งนักพุทธศาสนิกชนหลากหลายกลุ่มชาติพันธุ์ในพม่า

รวมถึงชาวไทย ได้รวมใจผสานศรัทธาเรี่ยไรเงิน กระทั่งก่อสร้างเจดีย์ชเวมอร์ดอว์ขึ้นมาใหม่ ในปี พ.ศ. 2479 ชิ้นส่วนของเจดีย์ที่หักพัง ได้จัดแสดงไว้บริเวณลานทางทิศเหนือ กลายเป็นจุดอธิษฐานศักดิ์สิทธิ์ของชาวมอญ และอีกหลายกลุ่มชาติพันธุ์ในพม่า เพื่อให้ชีวิตมั่นคงถาวร

ส่วนยอดเจดีย์ที่หักลงมานั้น ได้มีการสร้างมงกุฎครอบไว้ บนลานเจดีย์ยังมีพิพิธภัณฑ์ตั้งอยู่ โดยจัดแสดงสิ่งของที่พุทธบริษัทนำมาสักการะ ทั้งพระพุทธรูป สร้อยคอ ดาบ เงิน ทอง จำนวนมาก

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: