สัมมนาแห่งปี One Stop Shop On Mobile : ค้าขายบนโซเชียลเน็ตเวิร์คอย่างไรให้เป็นเศรษฐี

Published March 11, 2016 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือเส้นทางเศรษฐี

http://info.matichon.co.th/rich/rich.php?srctag=07035011058&srcday=2015-10-01&search=no

วันที่ 01 ตุลาคม พ.ศ. 2558 ปีที่ 21 ฉบับที่ 382

จอดป้ายเส้นทางเศรษฐี

สัมมนาแห่งปี One Stop Shop On Mobile : ค้าขายบนโซเชียลเน็ตเวิร์คอย่างไรให้เป็นเศรษฐี

จากการสัมมนาให้ความรู้ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีในหัวข้อ “One Stop Shop On Mobile : ค้าขายบนโซเชียลเน็ตเวิร์คอย่างไรให้เป็นเศรษฐี” จัดโดย นิตยสารเส้นทางเศรษฐี เมื่อวันที่ 17 กันยายนที่ผ่านมา ที่ห้องเลอโลตัส โรงแรมสวิส โฮเต็ล เลอคองคอร์ด

ดร.อุตตม สาวนายน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) ปาฐกถาพิเศษตอนหนึ่งในหัวข้อ “นโยบายรัฐกับการขับเคลื่อน SMEs ในโลกดิจิตอล” ว่า เอสเอ็มอีถือว่ามีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของไทยเพราะมีจำนวนถึง 2.7 ล้านราย ซึ่งสถานการณ์เศรษฐกิจของโลกในช่วง 2-3 ปีนี้ ธุรกิจทั่วโลกต่างประสบปัญหา เอสเอ็มอีของไทยก็ประสบปัญหาเช่นเดียวกัน ช่วงที่ผ่านมารัฐบาลจึงได้ออกมาตรการเร่งด่วนเพื่อช่วยให้เอสเอ็มอีได้เข้าถึงแหล่งทุน โดยให้ธนาคารออมสินให้สินเชื่อ

ดร.อุตตม กล่าวว่า ในโลกยุคดิจิตอล โดยเฉพาะการค้าขายผ่านออนไลน์ถือว่าเป็นทั้งโอกาสและความท้าทายเพราะทุกคนต่างมุ่งสู่จุดหมายเดียวกัน ดังนั้น เอสเอ็มอีจะต้องก้าวให้ทันเทคโนโลยีและเลือกใช้อย่างเหมาะสม แต่เทคโนโลยีไม่ใช่สิ่งเดียวที่จะทำให้ธุรกิจประสบความสำเร็จ จะต้องมีปัจจัยอื่นๆ มาเสริมด้วย โดยในส่วนของกระทรวงไอซีทีมีแผนงานหรือโรดแมป 5 ข้อหลักๆ ที่จะทำตามนโยบายของรัฐบาลในการขับเคลื่อน เศรษฐกิจดิจิตอล (Digital Economy) ขณะเดียวกัน ต้องรวมไปถึงการพัฒนาทางด้านสังคมควบคู่กันไปด้วย เพื่อให้คนไทยทุกภาคส่วนได้รับประโยชน์จากนโยบายเศรษฐกิจดิจิตอล

สำหรับโรดแมปของกระทรวงไอซีที 5 ด้าน ประกอบด้วย 1. การสร้างโครงสร้างพื้นฐานเพื่อการเข้าถึงอินเตอร์เน็ต ซึ่งตอนนี้สามารถทำได้ถึงระดับตำบลแล้ว แต่ยังไม่ถึงหมู่บ้าน ดังนั้น ต้องทำให้ครอบคลุมทั้งหมด 2. โครงสร้างด้านความปลอดภัย เพื่อให้เกิดความมั่นใจในการทำธุรกรรมผ่านทางอินเตอร์เน็ต โดยภาครัฐต้องประสานกับภาคเอกชน เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับผู้ซื้อในการค้าขายผ่านทางออนไลน์

3. ด้านที่เกี่ยวข้องกับการส่งเสริมให้เอสเอ็มอีได้ใช้เทคโนโลยีระดับสูง โดยหน่วยงานรัฐบาลต้องสนับสนุนในการเพิ่มทักษะในเรื่องเหล่านี้ 4. ในเรื่องการศึกษาและการพัฒนาบุคลากร โดยใช้เทคโนโลยีดิจิตอลเข้ามา และ 5. ภาครัฐต้องมีการจัดเก็บข้อมูลที่เป็นระบบและเชื่อมโยงกันในหลายกระทรวง เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับภาคเอกชน อย่างเช่น กรณีที่ภาคเอกชนมาขออนุญาตในเรื่องใดๆ จะได้ติดต่อได้ในจุดจุดเดียว โดยใช้ไอดีการ์ดใบเดียว

ดร.อุตตม กล่าวว่า ในส่วนภาคเอสเอ็มอี สิ่งที่คิดจะขับเคลื่อนมีหลายด้าน 1. การทำธุรกรรมของเอสเอ็มอี ซึ่งจากตัวเลขของสำนักงานสถิติแห่งชาติ ในปี 2557 เฉพาะเอสเอ็มอีขนาดเล็กที่มีพนักงาน 1-9 คน มีการใช้คอมพิวเตอร์ ร้อยละ 22.5 ใช้อินเตอร์เน็ตร้อยละ 18 และมีเว็บไซต์เพียงร้อยละ 5 ข้อมูลดังกล่าวถ้าสะท้อนในทางลบจะเห็นว่าเอสเอ็มอียังใช้อินเตอร์เน็ตน้อย แต่ถ้ามองในแง่บวก คือยังมีโอกาสมีศักยภาพที่จะใช้ได้อีกเยอะ

“ผมจะเริ่มขับเคลื่อนโครงการนี้ให้เป็นรูปธรรม ให้ผู้ประกอบการเห็นว่าเศรษฐกิจดิจิตอลเป็นประโยชน์กับตัวเขา เช่น เรื่องหน้าร้านขายของ เอสเอ็มอีก็ใช้ออนไลน์กันอยู่แล้ว ต่อไปหน่วยงานภาครัฐทั้งกระทรวงไอซีที กระทรวงพาณิชย์ และกระทรวงอุตสาหกรรม มาบูรณาการร่วมกันในการสร้างแพลตฟอร์มที่มีประสิทธิภาพสูง แทนที่จะแข่งกันทำ ซึ่งเมื่อมีหน้าบ้าน (เว็บไซต์) แล้วก็ต้องใช้เทคโนโลยีให้เป็นประโยชน์กับหลังบ้านด้วย โดยกระทรวงไอซีทีจะประสานกับกระทรวงการคลัง ทำเป็น E-Payment เพื่อให้เอสเอ็มอีมาใช้จะได้ประหยัดต้นทุน ซึ่งทั้ง 2 กระทรวงต่างก็ได้ตั้งคณะทำงานเพื่อมาทำงานร่วมกันแล้ว”

นอกจากนี้ ในส่วนของผู้ประกอบการท่องเที่ยว ปัจจุบันใช้แพลตฟอร์มการบุ๊กกิ้งจองที่พักของต่างประเทศที่รู้จักกันดี ซึ่งของไทยเองน่าจะมีแพลตฟอร์มที่มีบริการหรือสินค้าอย่างอื่นเสนอให้นักท่องเที่ยวได้รับรู้ด้วย ซึ่งทางรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาก็สนใจ รวมทั้งเรื่องการทำบัญชี เพื่อให้เอสเอ็มอีได้ใช้ร่วมกัน

ในส่วนของเอสเอ็มอีที่ทำธุรกิจประมาณ 5-6 ปี เป็นระดับขนาดกลาง ช่วยตัวเองได้ เมื่อเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนหรือเออีซี เป็นการใช้โอกาสในการเปิดตลาด และกลุ่มนี้สามารถรองรับความท้าทายนี้ได้ อย่างไรก็ตาม สำหรับผู้ประกอบการใหม่ กลุ่มเกิดใหม่ เทคโนโลยีมีส่วนช่วยได้มาก ทำให้สามารถก้าวไปสู่ธุรกิจออนไลน์ได้ง่าย โดยหน่วยงานภาครัฐจะต้องติดอาวุธให้ โดยการเพิ่มทักษะเรื่องการใช้เทคโนโลยีให้กับผู้ประกอบการหน้าใหม่ในการสร้างนวัตกรรม

สิ่งที่จะตามมาคือ การให้การสนับสนุนการใช้ทักษะ สร้างเครื่องมือช่วยเอสเอ็มอีตั้งแต่หน้าบ้านจนถึงหลังบ้าน โดยมีเงินทุนอย่างยั่งยืน และสามารถไปต่อยอดธุรกิจได้

ชุมนุมเน็ตไอดอล

เซียนธุรกิจออนไลน์

คุณเหมียว-ดุจธนนันท์ เกียรติเชิดแสงสุข เจ้าของธุรกิจคอนแทกต์เลนส์แฟชั่น แบรนด์ “คิตตี้ คาวาอิ” ที่มียอดขายสูงถึงเดือนละ 10 ล้านบาท

แต่ก่อนเธอเป็น ลูกจ้างร้านทอง แต่แล้ววันหนึ่งเปิดหาข้อมูลเพื่อซื้อคอนแทกต์เลนส์ในอินเตอร์เน็ต กระทั่งทราบราคาขายปลีก 1,200 บาท และหลังเสิร์ชพบสถานที่ค้าส่ง ราคาคู่ละ 600 บาท เท่านั้น

เมื่อรู้ว่าธุรกิจนี้มีโอกาสทำกำไร จึงตัดสินใจติดต่อไปยังโรงงานผลิตที่ประเทศเกาหลีใต้ เพื่อติดต่อสั่งซื้อสินค้าล็อตแรก 100 คู่ กับเงินเก็บพร้อมจ่าย 30,000 บาท โดยทำตลาดผ่านออนไลน์กับเว็บฟรี ก่อนจะมีเว็บไซต์เป็นของตนเอง และจากยอดขายครั้งเริ่มต้น 100,000 บาท มาวันนี้ด้วยสินค้าคุณภาพผ่านมาตรฐาน สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ทำให้ยอดขายพุ่งสูงถึงเดือนละ 10 ล้านบาท

“การทำธุรกิจผ่านออนไลน์ สิ่งสำคัญต้องใส่ใจคือ ความรวดเร็วในการตอบคำถามลูกค้า ต้องอัพเดตข้อมูลข่าวสารใหม่ๆ อย่างต่อเนื่อง โดยควรมีผู้ทำหน้าที่นี้โดยตรง เพื่อให้หน้าเว็บเกิดความเคลื่อนไหว และด้วยสินค้าเป็นแฟชั่น มาเร็วไปเร็ว การพัฒนาไม่ควรหยุดนิ่ง ต้องรู้ใจลูกค้า ถ้าทำได้ตรงจุด ลูกค้าก็ยังคงอยู่กับเราตลอด” คุณเหมียว เผย

คุณชณา วสุวัต ผู้ประสบความสำเร็จกับธุรกิจ “REO”s Deli” กับสินค้าลาซานญ่าและผักโขมอบชีสพร้อมทาน ซึ่งประสบความสำเร็จกับการขายสินค้าผ่านทั้งระบบออฟไลน์และออนไลน์

เล่าถึง 3 ความอยาก ที่ทำให้ผลักจากมนุษย์เงินเดือนแล้วกระโจนเข้ามาสู่ธุรกิจนี้คือ อยากรวย อยากลอง และอยากทำ

เบื้องต้นสินค้าเติบโตอยู่กับช่องทางออฟไลน์ ขายผ่านโมเดิร์นเทรด ซุปเปอร์มาร์เก็ต แต่เมื่อถึงจุดต้องการให้ REO”s Deli เป็นสินค้าที่คนทั้งประเทศรู้จัก เขาจึงเลือกช่องทางเฟซบุ๊ก เปิดเพจโดยขณะนี้มียอดไลก์เกือบ 200,000 ไลก์ ภายในระยะเวลาไม่ถึง 1 ปี

“ผมเดินทางไปติดต่อเพื่อนำสินค้าเข้าสู่แฟมิลี่มาร์ท ซึ่งจากได้โชว์ไลก์ในเฟซบุ๊กให้เขาดู ทำให้มีน้ำหนักต่อการตัดสินใจรับสินค้าของเราเข้าไปจำหน่ายง่ายขึ้น ซึ่งผมว่าออฟไลน์กับออนไลน์ควรควบคู่เกื้อหนุนกัน ซึ่งจากยอดขายหลักแสน กลายเป็น 2.5 ล้านบาท ต่อเดือน โดยปีนี้คาดว่าจะโตประมาณ 140 เปอร์เซ็นต์” คุณชณา บอกอย่างนั้น

ส่วน โค้ชตูน-สุธีรพันธุ์ สักรวัตร ที่ปรึกษาอิสระด้านแบรนด์คอมมูนิเคชั่น ดิจิตอล มาร์เก็ตติ้ง และโซเชียลมีเดีย กล่าวถึงความเติบโตของธุรกิจบนโลกออนไลน์ว่า หากมองภาพรวมของภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ถือว่าตั้งแต่ปี 2011 ความเติบโตพุ่งสูงขึ้นมาอย่างต่อเนื่อง และยิ่งทวีมากขึ้น รวมถึงประเทศไทย การซื้อขายบนโลกออนไลน์กลายเป็นช่องทางที่สะดวกและง่ายดายกว่าการเดินไปถึงหน้าร้าน

“ภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก มีนักธุรกิจซึ่งส่วนใหญ่คือผู้ประกอบการรายย่อย และออนไลน์ก็เป็นเครื่องมือสำคัญ ที่ถูกจริตกับคนในยุคนี้ด้วย และเท่าที่ดูพฤติกรรมการซื้อของคนไทยจะเป็นแบบไม่มีเหตุผล ซื้อสินค้าโดยไม่ตั้งใจ คิดเป็นตัวเลขสูงถึง 80 เปอร์เซ็นต์

ฉะนั้น ผู้ประกอบการต้องอัพเดตข้อมูล ข่าวสาร ภาพสินค้า ของตนเองให้ต้องตาผู้ท่องโลกออนไลน์ ผมว่ากับการทำโฆษณาผ่านออนไลน์ กลายเป็นช่องทางเข้าถึงเป้าหมายแบบตรงจุด มากกว่าสื่อประเภทอื่นๆ นี่คือข้อดีของการทำออนไลน์มาร์เก็ตติ้ง เพราะเห็นลูกค้าว่าเขาเป็นใคร อยู่ตรงไหน” โค้ชตูน บอก

ก่อนฝากทิ้งท้ายว่า ไม่ใช่ทุกธุรกิจจะสามารถทำได้บนโลกออฟไลน์ แต่ทว่าทุกธุรกิจสามารถทำได้บนโลกออนไลน์

เปิดช่องทางค้าขาย

ผ่านสมาร์ตโฟน

คุณสมหวัง เหลืองไพบูลย์ศรี ผู้จัดการทั่วไป บริษัท เพย์สบาย จำกัด

(เพย์สบาย เป็นผู้ให้บริการรับ/ส่งเงิน ชำระค่าสินค้าและบริการทางอิเล็กทรอนิกส์ จัดตั้งขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2547 ได้รับหนังสืออนุญาตประกอบธุรกิจบัตรเงินอิเล็กทรอนิกส์ และใบอนุญาตประกอบธุรกิจเป็นผู้ให้บริการชำระเงินทางอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งกำกับดูแลโดยธนาคารแห่งประเทศไทย อีกทั้งยังได้รับเครื่องหมายรับรองความน่าเชื่อถือ และได้รับรางวัล DBD Verified ประจำปี พ.ศ. 2555 จากกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์

ปัจจุบัน เพย์สบาย มีบริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ ดีแทค เป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ มีทุนจดทะเบียน 200 ล้านบาท และได้ก้าวสู่ความเป็นผู้นำระบบรับชำระเงินออนไลน์ระดับประเทศด้วยการยอมรับไว้วางใจจากสมาชิกกว่า 500,000 ราย และร้านค้าออนไลน์กว่า 10,000 ร้านค้าจากหลากหลายธุรกิจ)

“เพย์สบาย เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้ผู้ประกอบการตอบโจทย์การทำธุรกิจบนโลกออนไลน์ได้เป็นอย่างดี เพราะทุกวันนี้ แค่มีสมาร์ตโฟนเครื่องเดียว สามารถทำธุรกรรมได้หมดแล้ว บริษัทที่เกิดขึ้นใหม่ แทบไม่ต้องมีอุปกรณ์สำนักงานอะไรมากเหมือนเมื่อก่อน สมาร์ตโฟน แท็บเลต อย่างละ 1 เครื่อง ทำได้แทบทุกอย่างแล้ว

ตัวเลขจากรายงานประจำปีธนาคารแห่งประเทศไทย ระบุ คนไทยจำนวนกว่า 27 ล้านคน โทรศัพท์มือถือ ระบบรายเดือนมีผู้ใช้ 11.7 ล้านเลขหมาย ระบบเติมเงินมีผู้ใช้ 80.8 ล้านเลขหมาย รวมกัน มีโทรศัพท์ที่เปิดใช้งาน 92 ล้านเลขหมาย ขณะที่ประเทศไทยมีประชากร 65 ล้านคน แสดงให้เห็นได้ว่า จำนวนผู้เข้าถึงการใช้โทรศัพท์นั้นเติบโตอย่างยิ่ง

ขณะเดียวกัน การทำธุรกรรมทางการเงินบนมือถือ คนเริ่มใช้กันป็นจำนวนมาก การซื้อขายเกิดขึ้นง่ายและรวดเร็ว ในเมื่อพฤติกรรมคนในสังคมเปลี่ยนไปในลักษณะนี้ จึงอยากเห็นผู้ประกอบการหันมาศึกษาและให้ความสำคัญกับการใช้เทคโนโลยีกันให้มากขึ้น”

เรื่องเงินเรื่องง่าย

ด้วย Mobile Banking

คุณธวัช บุณยะรัตน์ รองผู้อำนวยการ ฝ่ายบริหารผลิตภัณฑ์ธุรกิจบริการและอิเล็กทรอนิกส์ ธนาคารออมสิน

“ปีที่ผ่านมา มีตัวเลขผู้ใช้ Mobile Bank ถึง 4 ล้านคน เป็นอัตราการเติบโต 200-300 เปอร์เซ็นต์ สาเหตุน่าจะมาจากการที่มีการใช้สมาร์ตโฟนกันอย่างแพร่หลาย เวลาซื้อของออนไลน์ ไม่จำกัดเวลา ทางธนาคารออมสิน ซึ่งตระหนักถึงลูกค้ากลุ่มนี้ สร้างแอพพลิเคชั่นขึ้นมา 1 ตัว เรียกแอพว่า MY MO ย่อมาจากคำว่า My Money My Mobile ให้เรื่องยากเป็นเรื่องง่าย ทำธุรกรรมการเงินได้อย่างครบวงจร แม้แอพนี้จะมาทีหลังแต่มีความแตกต่างที่ตอบโจทย์ได้เป็นอย่างดี

ที่ผ่านมา หลายคนอาจมีความกังวลเกี่ยวกับความปลอดภัยในการใช้แอพทำธุรกรรมทางการเงิน จึงอยากชี้แจง ทางธนาคารออมสิน มีระบบรักษาความปลอดภัยได้มาตรฐานสากล เทียบเท่าธนาคารพาณิชย์ทั่วไป ใช้ได้เครื่องเดียวสำหรับแอพเดียว หากนำไปใช้กับเครื่องอื่นต้องมีการเปิดแอกติเวตใหม่ และหากจะมีการปลอมซิมไปใส่เครื่องใหม่ สำหรับแอพออมสินนี้ทำไม่ได้ ถึงจะทำได้ก็ต้องติด pass code 6 หลัก ที่เป็นของเครื่องเดิม ซึ่งยังมีวิธีป้องกันอยู่อีก”

คุณทวีลาภ ฤทธาภิรมย์ กรรมการผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงเทพ

“แม้เศรษฐกิจ จะอยู่ในสภาวะชะลอตัว แต่การค้าขายผ่านอีคอมเมิร์ซ เติบโตค่อนข้างดี ปริมาณบัตรเดบิต เครดิต เอทีเอ็ม มีการเติบโตขึ้นเรื่อยๆ ฉะนั้น ถ้าคนค้าขายมองลูกค้าให้ไกลไปกว่าคนในประเทศ คือโฟกัสไปที่คนถือบัตรเครดิตและบัตรเดบิตด้วย

อยากให้ผู้ประกอบการมองการณ์ไกลและวางรากฐานให้ดี ในเรื่องระบบการค้าขายกับลูกค้าที่มีบัตรเครดิตและบัตรเดบิต เพราะเชื่อว่าจะมีความยั่งยืน-ปลอดภัย และให้ความเชื่อถือลูกค้าได้มากกว่า เมื่อลูกค้าคลิกเข้ามาในเว็บไซต์ของเรา เขาจะดูก่อนเลยว่าเว็บเราปลอดภัยมั้ย ระบบตะกร้าเงินเราเป็นยังไง เราผูกกับบัตรเดบิต บัตรเครดิต อะไรบ้าง

เพราะระบบความน่าเชื่อถือในการชำระเงินนั้น นับเป็นปัจจัยสำคัญ ที่สามารถเชิญชวนให้ลูกค้าเข้ามาใช้บริการต่างๆ ได้แน่นอน”

โลจิสติกส์

หนุนธุรกิจออนไลน์

คุณสัญญา ทองสะพัก ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ ด้านระบปฏิบัติการ บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด

“ไม่ว่าผู้ประกอบการในระบบออนไลน์จะมีขนาดแค่ไหน สามารถมาใช้บริการของไปรษณีย์ไทยในการจัดส่งได้อย่างสะดวก เพราะมีที่ทำการรองรับให้บริการประมาณ 5,000 กว่าแห่งทุกอำเภอ และทุกตำบล ที่มีทำการ ซึ่งได้รับอนุญาต

อย่างไรก็ตาม การค้าขายผ่านอินเตอร์เน็ต โดยเฉพาะกลุ่มรายย่อย ที่ผ่านมาเมื่อสั่งซื้อไปแล้วมักได้ของไม่ตรงรุ่น อย่างสั่งซื้อไอโฟน ได้เครื่องคิดเลข สั่งซื้อไอแพดได้เขียงพลาสติก ฯลฯ นับเป็นปัญหาใหญ่ของตลาดอีคอมเมิร์ซ ที่หลายฝ่ายพยายามหารือกันตั้งประเด็นไว้เป็นปัญหาระดับชาติ

ทางไปรษณีย์ไทยจึงช่วยหาทางออกในเบื้องต้น เป็นบริการรูปแบบใหม่ โดยการเป็นตัวกลางในการเก็บเงินค่าสินค้าที่ปลายทาง แต่หากเปิดกล่องออกมาแล้ว พบว่าสินค้าไม่ตรงกับที่ตกลงกัน ผู้ซื้อสามารถไปแจ้งความ และนำใบแจ้งความมาอายัดเงินกับทางไปรษณีย์ไทยเพื่อไม่ต้องโอนเงินนั้นไปยังผู้ขาย ระหว่างนั้นก็ให้มีการเจรจากัน แต่ถ้าตกลงกันไม่ได้ จะคืนเงินให้คนซื้อไป

นอกจากนี้ หากบรรดาผู้ประกอบการโอท็อป หรือ เอสเอ็มอี ที่อยู่ต่างจังหวัดไกลๆ ต้องการขนของมาออกงานอีเว้นต์ ที่ศูนย์ประชุม ไบเทค บางนา หรือ เมืองทองธานี สามารถฝากส่งมากับไปรษณีย์ไทยได้ โดยจัดส่งให้ถึงงานในราคาพิเศษ และถ้าจะไปออกงานอื่นต่อก็จะเก็บไว้ให้ก่อนขนไปออกงานต่อไปได้ด้วย

ไปรษณีย์ไทย พยายามช่วยพี่น้องคนทำมาค้าขายให้เดินทางได้สะดวก ใครอยากได้รับบริการแบบไหน บอกได้ เพราะเราเป็นบริการแบบอาหารตามสั่ง ที่ปรับการบริการไปตามสภาพสังคมปัจจุบัน”

“อีเจี๊ยบ เลียบด่วน”

สอนน้องลุยโซเชียล

ช่วงหนึ่งของงานสัมมนาให้ความรู้ผู้ประกอบการธุรกิจเอสเอ็มอี ในหัวข้อ “One Stop Shop On Mobile ค้าขายบนโซเชียลเน็ตเวิร์คอย่างไรให้เป็นเศรษฐี” มีการโฟนอิน จากเจ้าของเพจดัง 1.4 ล้านไลก์ “อีเจี๊ยบ เลียบด่วน” จากพนักงานออฟฟิศ ที่มีเจตนาระบายอารมณ์ลงในเฟซบุ๊กส่วนตัว แต่ดันไปถูกจริตผู้อ่านหลายคน จึงเริ่มมีคนสนใจและติดตาม

เจ้าของเพจดัง เริ่มต้นว่า

“ผมเป็นคนไม่รู้เรื่องเทคโนโลยีเลย บัตรเครดิตไม่มี สมัครอีเมลยังไม่เป็น ผมเป็นคนปากจัด พูดตรง อาศัยว่ายังมีคนรัก นับเป็นบุญของผมนะ”

สำหรับประเด็นที่เลือกโพสต์ลงเพจ เรื่องชาวบ้านทั่วไป เรื่องใกล้ตัว เช่น ฟุตบอล แท็กซี่ ดารา ขณะเดียวกัน ถ้าเป็นเรื่องเสี่ยงจะเลี่ยง เช่น สถาบัน เด็ก ครอบครัว ความเป็นความตาย

“เทคนิคการโพสต์ ผมใช้เรื่องใกล้ตัวที่คนในสังคมพูดถึง และกำลังให้ความสนใจ เหมือนคนทั่วไปที่อยู่ในออฟฟิศคุยกัน คนอื่นคุยเรื่องอะไร ผมก็คุยเรื่องนั้น มักเป็นเรื่องที่คนอึดอัด พูดไม่ได้ อยากแนะนำคนรอบข้างแต่กลัวถูกโกรธ เช่น ยาลดความอ้วน เครื่องสำอาง ฯลฯ โดยผมจะนำเอาสิ่งเหล่านี้มาเขียนแสดงความเห็นในลักษณะเฉพาะตัว ซึ่งได้รับการตอบรับดี”

กลุ่มเป้าหมายคือ คนในเมือง กลุ่มพนักงานออฟฟิศ รายได้ปานกลาง ชอบยุ่งเรื่องชาวบ้าน ชอบแสดงความคิดเห็น คนกลุ่มนี้มีเยอะ เลยได้รับการตอบรับดี

หัวใจสำคัญของเพจดัง อีเจี๊ยบ เลียบด่วน เผยว่า อยู่ที่ความจริงใจ ทุกเรื่องราวที่หยิบขึ้นมาเป็นประเด็น ไม่มีการเตี๊ยม ทุกอย่างเขียนสด ไม่เคยคิดมาล่วงหน้า คิดอะไรอยู่ก็พิมพ์แล้วโพสต์ไปแบบนั้น

สำหรับการทำธุรกิจบนโซเชียลเน็ตเวิร์ก อีเจี๊ยบ แนะนำว่า มารยาทเป็นสิ่งสำคัญ ประเภทพ่อค้าแม่ค้าที่ชอบไปฝากร้านคนอื่นแบบไม่มีมารยาทอยากขอให้เลิก คนค้าขายออนไลน์ต้องใจเย็น ใช้ความจริงใจเข้าหาลูกค้า ต้องไม่โกหก คนสมัยนี้ไม่โง่ หากเกิดข้อผิดพลาดต้องรีบแก้ไข รีบขอโทษ ไม่ควรใจร้อน

และที่สำคัญ อย่าโพสต์ด่าลูกค้า แม่ค้าดุไม่มีอะไรดีเลย ได้แต่เพียงความสะใจ ถ้าแม่ค้าน่ารัก ความน่ารักมันกินได้ แล้วกินได้นานด้วย

ดังขนาดนี้มีธุรกิจมาติดต่อลงโฆษณาบ้างหรือเปล่า

อีเจี๊ยบ บอก “มีเยอะมาก มีทุกวัน เขาสามารถลงโฆษณาในเพจได้ทุกวัน วันละ 3 โปรดักต์ ติดต่อกันทั้งเดือน แต่ผมจะสกรีนสินค้าก่อนว่าน่าเชื่อถือไหม มีมาตรฐานหรือเปล่า ไม่มีตัวตน ไม่ดีจริงก็ไม่รับตังค์”

ถามว่าอยากเตือนอะไรมั้ย อีเจี๊ยบ ทิ้งท้าย การเล่นโซเชียลเน็ตเวิร์ก “สติ” สำคัญที่สุด คนเราชอบไปใส่ใจเรื่องของคนอื่นมากเกินไป บางครั้งไปพาลโกรธคนรอบข้าง

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: