มิตรชัย ยุทธรักษ์ ผู้มุ่งมั่นทำเกษตรผสมผสาน ตามแนวเศรษฐกิจพอเพียง

Published March 11, 2016 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือเทคโนโลยีชาวบ้าน

http://info.matichon.co.th/techno/techno.php?srctag=05052011058&srcday=2015-10-01&search=no

วันที่ 01 ตุลาคม พ.ศ. 2558 ปีที่ 27 ฉบับที่ 608

เศรษฐกิจพอเพียง

ผศ.ดร. วัลลภ พรหมทอง คณะเทคโนโลยีการเกษตร มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี

มิตรชัย ยุทธรักษ์ ผู้มุ่งมั่นทำเกษตรผสมผสาน ตามแนวเศรษฐกิจพอเพียง

“…ข้าพเจ้าพึงระลึกอยู่เสมอว่า ถ้าคนเรามีความขยันหมั่นเพียร มีความรับผิดชอบ เราก็สามารถพึ่งพาตนเองได้อย่างไม่ลำบาก ข้าพเจ้าได้ลองผิดลองถูกกิจกรรมไร่นาสวนผสมตามแนวพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว หวังให้ครอบครัวอยู่กันพร้อมหน้า พออยู่ พอกิน พอใช้ จนในปัจจุบันประสบความสำเร็จ ครอบครัวมีรายได้จากการเก็บผลผลิตภายในฟาร์มขายทุกวัน ทุกเดือน ตลอดทั้งปี…”

คุณมิตรชัย ยุทธรักษ์ เกษตรกร วัย 48 ปี ชาวอำเภอหล่มเก่า จังหวัดเพชรบูรณ์ กล่าวถึงหลักการทำงาน และเป็นเส้นทางที่ทำให้เขาประสบความสำเร็จดั่งเช่นในทุกวันนี้

คุณมิตรชัย จบการศึกษาระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 จากการศึกษานอกโรงเรียน สมรสกับ คุณรัชนก ยุทธรักษ์ มีบุตร 2 คน คือ คุณพงษ์ศักดิ์ ยุทธรักษ์ สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรี สาขาเศรษฐศาสตร์ จากมหาวิทยาลัยแม่โจ้ และปริญญาโท บริหารธุรกิจมหาบัณฑิต จากมหาวิทยาลัยรามคำแหง และ คุณชาญณรงค์ ยุทธรักษ์ สำเร็จปริญญาตรี จากคณะเทคโนโลยีการประมงและทรัพยากรทางน้ำ มหาวิทยาลัยแม่โจ้

เดิม คุณมิตรชัย มีอาชีพขับรถไถ รับจ้างไถนา-ไถไร่ ตระเวนไปทั่วพื้นที่ในเขตจังหวัดเพชรบูรณ์ ต้องจากบ้าน พักค้างคืนในต่างพื้นที่ ไม่ค่อยได้อยู่พร้อมหน้าพร้อมตากับครอบครัวเหมือนคนอื่นๆ ยิ่งรับงานมาก ยิ่งต้องห่างไกลจากครอบครัวยิ่งขึ้น หาเงินได้แต่ไม่มีความสุขในชีวิต

จนกระทั่งวันหนึ่ง หลังจากที่รับจ้างขับรถไถ ได้พักผ่อนเปิดวิทยุฟังเพลง และมีช่วงหนึ่งที่ผู้ดำเนินรายการได้นำเสนอพระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่ได้มีพระราชดำริถึง “การกินอยู่แบบไทย กินอยู่แบบเศรษฐกิจพอเพียง โดยการทำไร่นาสวนผสม ปลูกพืชและเลี้ยงสัตว์แบบเกื้อกูลซึ่งกันและกัน เพื่อบริโภคในครัวเรือน มีเหลือจำหน่ายเป็นรายได้ ไม่ยากจน”

ทำให้เกิดความสนใจและอยากจะทำตามพระราชดำริของพระองค์ท่าน จึงเป็นจุดเปลี่ยนจากอาชีพรับจ้างขับรถไถมาทำไร่นาสวนผสม เมื่อปี 2544

เริ่มแรก การทำไร่นาสวนผสม คุณมิตรชัยได้ศึกษาหาความรู้ โดยปรึกษาหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง จนได้ข้อมูลในการตัดสินใจลงมือทำไร่นาสวนผสม จึงขายรถไถ จำนวน 2 คัน นำเงินมาลงทุนขุดสระน้ำ ปรับพื้นที่ และจัดซื้อพันธุ์พืช พันธุ์สัตว์ เพื่อทำนา เพาะปลูกพืช และเลี้ยงสัตว์ ในพื้นที่ของตนเอง

โดยมีการวางแผนบริหารจัดการให้แต่ละกิจกรรมที่ทำนั้น เกื้อกูลกัน วางแผนการผลิตทั้งพืชและสัตว์ให้เกิดประโยชน์สูงสุด เพื่อให้พอกิน พอใช้ ถ้าเหลือก็ขาย เพื่อมีรายได้อย่างต่อเนื่อง ทั้งรายวัน รายสัปดาห์ รายเดือน และรายปี

จากการทำไร่นาสวนผสมตลอดระยะเวลา 12 ปี ที่ผ่านมา ในพื้นที่ 34 ไร่ 2 งาน ปัจจุบันมีการบริหารจัดการจนเกิดรายได้อย่างต่อเนื่องทุกวัน และไม่มีหนี้สิน พร้อมกันนี้ได้มีการออมเงิน 2,000 บาท ทุกวัน โดยตั้งเป้าว่า ภายใน 18 เดือน ต้องมีเงินออมอย่างน้อย 1 ล้านบาท จากผลผลิตในไร่นาสวนผสมของตนเอง และที่สำคัญที่สุด คือ คุณมิตรชัย มีความสุขกับครอบครัว และได้อยู่ด้วยกันอย่างพร้อมหน้าพร้อมตา

กิจกรรมในการทำการเกษตร

การดำเนินการภายในฟาร์มของคุณมิตรชัย มีการแบ่งพื้นที่ออกเป็นสัดส่วนในลักษณะไร่นาสวนผสม หรือเกษตรผสมผสาน ซึ่งแบ่งพื้นที่ออกเป็น 4 ส่วน คือ บ่อน้ำ นาข้าว แปลงปลูกพืช และที่อยู่อาศัย คล้ายๆ ลักษณะของเกษตรทฤษฎีใหม่ แต่สัดส่วนไม่ได้เป็นไปตามสัดส่วนที่กำหนดมากนัก การแบ่งพื้นที่ทำกิจกรรมการเกษตรเป็นดังนี้

บ่อน้ำ : คุณมิตรชัย ได้ขุดบ่อน้ำไว้ จำนวน 4 บ่อ เนื้อที่รวมประมาณ 6 ไร่ ในแต่ละบ่อนั้นจะใช้กักเก็บน้ำไว้สำหรับการปลูกพืชในช่วงฤดูแล้ง และใช้เลี้ยงปลา ส่วนใหญ่เป็นปลากินพืช เช่น ปลานิล ตะเพียน และปลาบึก โดยใช้ปุ๋ยจากเล้าไก่ ทำให้น้ำในบ่อปลามีสีเขียว มีอาหารตามธรรมชาติ ไม่ต้องใช้อาหารสำเร็จชนิดเม็ด และปลูกหญ้าเนเปียร์ พันธุ์ปากช่อง 1 เพื่อทำเป็นหญ้าหมัก ใส่ลงในบ่อเพิ่มอาหารธรรมชาติ ก่อนจับปลาไปจำหน่าย มีการจับปลารวบรวมมาใส่กระชังเพื่อเป็นการกำจัดกลิ่นโคลนก่อนจำหน่าย ทำให้ปลาที่จำหน่ายไม่มีกลิ่นโคลน โดยนำไปจำหน่ายเอง ไม่ผ่านพ่อค้าคนกลาง และส่วนหนึ่งนำปลาไปเผาจำหน่ายในตลาด เป็นการเพิ่มมูลค่า เป็นช่องทางหนึ่งของการเพิ่มรายได้อีกด้วย

นาข้าว : คุณมิตรชัย ทำนาในพื้นที่จำนวนประมาณ 17 ไร่ เป็นข้าวนาปี คือปลูกปีละครั้ง นาข้าวทำเป็นนาข้าวปลอดสาร ใช้น้ำในบ่อเลี้ยงปลาและโคลนตมบริเวณใต้เล้าไก่เป็นปุ๋ยอินทรีย์ให้กับข้าว โดยไม่ต้องใช้ปุ๋ยเคมี ทำให้ปลอดภัยต่อทั้งผู้ผลิตและผู้บริโภค สภาพแวดล้อมดี ดินไม่เสื่อม ข้าวเจริญงอกงามดีค่อนข้างสมบูรณ์ ข้าวที่ปลูกให้ผลผลิตสูง ประมาณ 700 กิโลกรัม ต่อไร่ (70 ถัง ต่อไร่) ผลผลิตข้าวที่ได้ ใช้สำหรับบริโภคในครอบครัว ส่วนที่เหลือก็นำไปจำหน่ายเป็นรายได้มาสู่ครอบครัว ทำให้มีรายได้ไม่ต่ำกว่า 150,000 บาท ต่อปี

แปลงปลูกพืช : ในแปลงปลูกพืช คุณมิตรชัย ได้ปลูกพืชหลายชนิด ปลูกทั้งในแปลง บริเวณขอบบ่อ และบริเวณรอบๆ บ้าน มีการปลูกพืชหลายชนิดเพื่อให้มีผลผลิตและรายได้หมุนเวียนตลอดทั้งปี เช่น

พืชผักสวนครัว ใช้ประโยชน์จากพื้นที่ว่างในฟาร์ม บริเวณคันขอบบ่อปลา คันนา คันคูน้ำ ปลูกพืชผักสวนครัว เช่น ข่า ตะไคร้ ใบมะกรูด ชะอม ตำลึง มะระ ผักหวานบ้าน ผักหวานป่า เก็บผลผลิตขายที่ตลาดเป็นรายได้เสริม เป็นการใช้ประโยชน์จากที่ดิน และช่วยคลุมดิน ลดการพังทลายของขอบบ่อปลา คันคู คันนา ได้อีกทางหนึ่งด้วย

สวนไผ่เลี้ยง เป็นการปลูกไผ่โดยการยกร่อง และใช้น้ำจากบ่อปลาที่มีปุ๋ยอินทรีย์ของมูลไก่ นำมารดเพื่อเป็นปุ๋ย โดยไม่ใช้ปุ๋ยเคมี และมีการตัดแต่งกอไผ่ให้มีหน่อออกนอกฤดู ก็นำมาปักชำเพื่อจำหน่ายอีกทางหนึ่ง ต้นไผ่ที่ได้จากการตัดแต่ง นำมาใช้ประโยชน์สำหรับสร้างอาคารฝึกอบรม ทำค้างพืชผัก และจำหน่าย ทำให้มีรายได้จากการขายผลิตผลของไผ่ตลอดทั้งปี ในช่วงฤดูที่มีหน่อไม้ในท้องตลาดมากทำให้ราคาตก ก็จะนำมาแปรรูปเป็นหน่อไม้ต้ม หน่อไม้ดอง เก็บไว้จำหน่ายได้อย่างต่อเนื่อง

ไม้ผล ปลูกในพื้นที่ทั้งขอบบ่อและที่ว่างภายในฟาร์ม บริเวณรอบๆ บ้าน ไม้ผลที่สำคัญ ได้แก่ ชมพู่ มะยงชิด มะพร้าว โดยใช้ประโยชน์จากการเก็บผลผลิตขายตามฤดูกาล และตอนกิ่ง ปักชำ ทำเป็นต้นพันธุ์เพื่อจำหน่าย

ที่อยู่อาศัย : ในบริเวณที่อยู่อาศัยของคุณมิตรชัยนั้น ประกอบด้วย บ้านพักอาศัย ถนน ป้ายฟาร์ม สถานที่พักผ่อนสำหรับแขกมาดูงาน อาคารฝึกอบรม นอกจากนี้ ยังมีสถานที่สำหรับทำปุ๋ยหมัก โรงเรือนเพาะชำต้นไม้ โรงเรือนเลี้ยงไก่ไข่

นอกจากนี้ ยังกำลังก่อสร้างเรือนรับรอง ซึ่งจะทำเป็นแบบโฮมสเตย์ สำหรับผู้มาศึกษาดูงานได้พักอาศัย โดยวัสดุก่อสร้างส่วนใหญ่ได้จากไม้ไผ่ภายในสวน ใช้สำหรับฝึกอบรมและศึกษาดูงาน

โรงเรือนไก่ไข่ มีจำนวน 2 โรงเรือน โรงเรือนแรกตั้งอยู่ข้างบ่อน้ำ ส่วนอีกโรงเรือนตั้งอยู่บนบ่อปลา การเลี้ยงไก่ไข่เป็นการเลี้ยงแบบโรงเรือนกรงตับ ปล่อยให้มูลไก่ลงไปในบ่อปลาเป็นปุ๋ย ทำให้น้ำเขียว เกิดแพลงตอนและสาหร่ายเป็นอาหารของปลา ถ้าในบ่อมีปริมาณปุ๋ยมากก็จะมีการสูบน้ำจากบ่อปลาใต้เล้าไก่ไปใส่สวนไผ่และนาข้าว ซึ่งจะเป็นการเปลี่ยนถ่ายน้ำไปในตัว

ในโรงเลี้ยงไก่และใต้โรงเรือนที่มีน้ำและมูลไก่สะสมอยู่ จะไม่มีปัญหาเรื่องหนอนแมลงวัน เพราะคุณมิตรชัยได้ใช้น้ำที่เหลือจากการแช่อิ่มมะขามมาราด น้ำมะขามแช่อิ่มมีความหวาน เมื่อราดบริเวณพื้นโรงเรือนที่มีการสะสมของมูลไก่ที่เป็นแหล่งเพาะหนอนเกิดจากไข่แมลงวัน เมื่อตัวหนอนมีน้ำมะขามแช่อิ่มเกาะตามตัวหนอนก็จะมีความหวาน จึงดึงดูดมดมากัดกินหนอน เป็นการกำจัดหนอนจากภูมิปัญญาชาวบ้าน ทำให้ไม่มีกลิ่นเหม็น และไม่มีแมลงวันเกิดขึ้นในบริเวณฟาร์ม

สาเหตุที่คุณมิตรชัยประสบความสำเร็จในการทำการเกษตรตามแนวปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง เนื่องจากคุณมิตรชัยเป็นคนที่มีความมุ่งมั่น ตั้งใจจริง มีความขยันหมั่นเพียร ซื่อสัตย์ สุจริต อดออม และพร้อมใจกันทั้งครอบครัว ไม่ว่าจะเป็นภรรยา ซึ่งส่วนใหญ่จะดูแลในด้านการตลาด การจำหน่ายผลผลิต และทำบัญชีครัวเรือน รวมทั้งบุตรทั้ง 2 คน ซึ่งจบการศึกษาจากสถาบันที่เกี่ยวข้องกับงานภายในฟาร์ม จึงเป็นแรงงานสำคัญในครอบครัวที่ช่วยดำเนินกิจการอย่างเต็มที่ โดยไม่ต้องออกไปหางานทำที่อื่น

ที่สำคัญอีกประการหนึ่งในความสำเร็จก็คือ คุณมิตรชัยมีร้านค้าในตลาดสำหรับจำหน่ายผลิตภัณฑ์เป็นของตัวเอง รวมทั้งจำหน่ายภายในฟาร์มของตนเองด้วย

จากการที่คุณมิตรชัยประสบความสำเร็จจากการดำเนินกิจการ และเป็นคนที่มีจิตสาธารณะ ไม่หวงความรู้ จึงทำประโยชน์ให้แก่ชุมชน สังคม และประเทศชาติมากมาย เช่น เป็นอาสาสมัครเกษตรหมู่บ้าน เป็นวิทยากรประจำจุดสาธิตไร่นาสวนผสม และในที่ต่างๆ ตามที่ได้รับคำเชิญ เป็นคณะกรรมการศูนย์บริหารและถ่ายทอดเทคโนโลยีการเกษตรประจำตำบลนาแซง มีหน่วยงานและเกษตรกรเข้าศึกษาดูงาน และจัดฝึกอบรมในฟาร์มอย่างต่อเนื่อง เป็นต้น

จากผลงานดังกล่าว จึงทำให้คุณมิตรชัย ยุทธรักษ์ ได้รับรางวัลจากหน่วยงานต่างๆ ทั้งภาครัฐและเอกชนมากมาย ได้แก่ รางวัลชนะเลิศ ระดับจังหวัด ปราชญ์สาขาไร่นาสวนผสมประจำจังหวัดเพชรบูรณ์ ปี 2556 รางวัลเกษตรกรดีเด่น ระดับภาคเหนือ สาขาไร่นาสวนผสม ปี 2556 รางวัลชมเชยเกษตรกรดีเด่น ระดับประเทศ สาขาไร่นาสวนผสม ปี 2556 และเป็นเกษตรกรที่ได้รับการคัดเลือกจาก ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร บันทึกเทปออกอากาศในรายการ “หอมแผ่นดิน” ตอน ทางเสือผ่าน ออกอากาศทาง ช่อง 9 อสมท เมื่อ วันที่ 27 มีนาคม 2557

คุณมิตรชัย ได้กล่าวทิ้งท้ายกับผู้เขียนไว้ว่า

“…ถ้าคนเรามีความขยันหมั่นเพียร มีความรับผิดชอบ เราก็สามารถพึ่งพาตนเองได้อย่างไม่ลำบาก โดยมีการวางแผนบริหารจัดการให้แต่ละกิจกรรมที่ทำนั้น เกื้อกูลกัน วางแผนการผลิตทั้งพืชและสัตว์ให้เกิดประโยชน์สูงสุด พอกิน พอใช้ ถ้าเหลือก็ขาย ทำให้มีรายได้อย่างต่อเนื่อง ทั้งรายวัน รายสัปดาห์ รายเดือน และรายปี ซึ่งจะทำให้มีความสุขกับครอบครัว และได้อยู่ด้วยกันอย่างพร้อมหน้าพร้อมตา…”

สนใจข้อมูลและรายละเอียดเพิ่มเติม ติดต่อได้ที่ มิตรชัยฟาร์ม (คุณมิตรชัย ยุทธรักษ์) เลขที่ 142 หมู่ที่ 4 ตำบลนาแซง อำเภอหล่มเก่า จังหวัดเพชรบูรณ์ โทรศัพท์ (081) 394-4552, (087) 316-9130

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: