มาช่วยกันสร้างแหล่งท่องเที่ยวโดยชุมชนกันเถอะ

Published March 5, 2016 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือเส้นทางเศรษฐี

http://info.matichon.co.th/rich/rich.php?srctag=07084150958&srcday=2015-09-15&search=no

วันที่ 15 กันยายน พ.ศ. 2558 ปีที่ 21 ฉบับที่ 381

เศรษฐกิจชาวบ้าน

ภ.พชร อาจารย์พิเศษ ภาควิชาการตลาด คณะการจัดการและการท่องเที่ยว มหาวิทยาลัยบูรพา

มาช่วยกันสร้างแหล่งท่องเที่ยวโดยชุมชนกันเถอะ

หลายครั้งที่ผู้เขียนมีโอกาสได้เดินทางไปเยี่ยมเยือนแหล่งท่องเที่ยวใหม่ๆ ที่มีศักยภาพมากมาย และก็มองเห็นว่ามันสามารถจะถูกพัฒนาให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวโดยชุมชนได้

โดยแหล่งท่องเที่ยวโดยชุมชนนี้มีลักษณะที่โดดเด่น แตกต่างกับแหล่งท่องเที่ยวในแบบอื่นคือ เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่ดำเนินการเองโดยชุมชน และเพื่อชุมชน ฟังดูง่าย แต่ไม่ง่ายเลย เพราะเมื่อเวลาผ่านเนิ่นนานไปในอีกหลายแห่ง ที่มีโอกาสได้กลับไปยืนยังจุดเดิม ก็ปรากฏว่ามีคนต่างถิ่น โดยเฉพาะจากในเมืองซึ่งมีทรัพยากร และความพร้อมที่เหนือกว่าได้เข้ามาเปิดกิจการท่องเที่ยว มีกิจกรรมการท่องเที่ยว ที่มีลักษณะย้อนแย้งกับวิถีชีวิตของชุมชน และไม่สามารถปรับตัวให้หลอมละลาย กลายเป็นส่วนหนึ่งของชุมชน หรือเป็นต้นแบบให้คนในชุมชนซึ่งมักจะด้อยกว่าในเกือบทุกด้าน ได้ดำเนินรอยตาม นัยว่าเป็นเรื่องของธุรกิจการค้า การมีคู่แข่ง ย่อมหมายถึงผลกำไรที่ลดลง การมีส่วนร่วมของชุมชนเพียงอย่างเดียวก็คือค่าจ้างแรงงานในราคาถูก และความฝันของคนในชุมชนที่จะร่วมเป็นส่วนหนึ่งของกิจกรรมการท่องเที่ยวโดยชุมชน ก็ดูเหมือนจะยังคงเป็นความฝันอยู่เหมือนเดิม

ปัจจัยหลักที่สำคัญคือ การที่ผู้นำชุมชน หรือตัวผู้อาศัยในชุมชนเอง ขาดพลังความรู้ ขาดวิสัยทัศน์ และขาดการจัดการที่เพียงพอ ที่จะนำมาประกอบกันให้เป็นเป้าหมายใหม่ในการสร้างรายได้เสริมอย่างยั่งยืนให้กับชุมชนของตนเองได้ ในหลายกรณีผู้เขียนพบว่า ผู้นำชุมชนที่ถูกเลือกเข้ามาตามหลักประชาธิปไตยนั้น ไม่ได้มีเจตนาที่แท้จริงตามที่ได้ทำสัญญาประชาคมไว้เมื่อครั้งหาเสียง แต่เพียงเพราะว่างบประมาณด้านการอบรม ดูงาน เพื่อเพิ่มพูนองค์ความรู้ให้กับคนในปกครองของตนนั้น ยากต่อการตรวจสอบ และจะเป็นการง่ายกว่าถ้าจะปกครองคนที่ไม่มีความรู้ กลายเป็นการเสียโอกาสครั้งใหญ่ของชุมชน ซึ่งกว่าจะแก้ไขทันก็ต้องรอจนครบวาระ และพอแก้ไขได้แล้ว ก็ปรากฏว่ากิจกรรมการท่องเที่ยวในชุมชนของตน ได้ถูกปนเปื้อนไปด้วยน้ำมือจากคนต่างถิ่น ด้วยลักษณะแนวคิดแบบทุนนิยมไป อย่างที่ได้กล่าวไปแล้ว

จะว่าไปแล้ว ก็เหมือนกับที่ทั้งประเทศไทยของเรากำลังโดนกลุ้มรุมทำร้ายไปด้วยแนวความคิดแบบทุนนิยม และเป็นเรื่องยากที่แนวความคิดแบบเศรษฐกิจพอเพียงจะมีช่องทางได้เงยหน้าอ้าปากขึ้นมาหายใจ จากก้นหลุมของการพัฒนากันอย่างไม่ลืมหูลืมตา แต่ไม่ใช่ว่าจะไม่มีทางออกเลยเสียทีเดียว

ประเทศไทยเรามีดินดี มีน้ำอุดม มีแสงแดดที่อบอุ่น มีข้าวปลาอาหารที่ยังอุดมสมบูรณ์ และตั้งแต่โบราณกาลที่ผ่านมา ปัจจัยสี่ที่ใช้ในการดำเนินชีวิต อันมี 1. อาหาร 2. เครื่องนุ่งห่ม 3. ยารักษาโรค และ 4. ที่อยู่อาศัย ก็สามารถจะผลิตขึ้นใช้ได้เองภายในชุมชน เปรียบเสมือนระบบปิดที่ไม่มีความจำเป็นใดๆ จากภายนอกที่จะต้องมาคอยเกื้อหนุน เพียงแต่ที่ผ่านมา เราอาจไม่เข้าใจคำว่า “ความเจริญ” อย่างถ่องแท้ คิดไปถึงแต่การอยากอวด อยากมีให้เหมือนคนอื่น คิดถึงแต่การบริโภคที่ต้องเอาเงินแลกซื้อ ความรุ่มรวยทางทรัพยากรที่เคยอุดมสมบูรณ์ในชุมชนก็ค่อยๆ ลดลง แลกเปลี่ยนอย่างเสียเปรียบไปกับเทคโนโลยีใหม่ๆ จากต่างประเทศที่เกิดขึ้นมากมาย ก็กลายเป็นว่า โลกในทุกวันนี้มีปัจจัยที่ 5 เพิ่มขึ้นมาอีกอย่าง นั้นก็คือ 5. การติดต่อสื่อสาร (เทคโนโลยี)

ในเมื่อเราไม่สามารถปฏิเสธแนวคิดแบบทุนนิยมได้ ก็จงอยู่ร่วมกันอย่างสมดุล โดยในชั้นนี้เมื่อคนในชุมชนทราบถึงภัยคุกคามต่างๆ จากทั้งภายในและภายนอกที่มีต่อชุมชนแล้ว ก็จงรีบทำใจยอมรับ และเริ่มวางแผนรับมือเสียตั้งแต่วันนี้ และให้มองเรื่องการท่องเที่ยวโดยชุมชนนั้นเป็นผลพลอยได้ไปก่อน อย่ามองให้เป็นหลัก เพราะคงไม่มีวันที่จะเอาชนะฝ่ายทุนนิยมที่หยั่งรากลึกมาตั้งแต่การเปลี่ยนแปลงการปกครองไปได้ อย่างง่ายดาย

เริ่มต้นจากการสำรวจตัวเองก่อน ว่าเราเป็นใคร มาจากไหน ปู่ย่าตายาย บรรพบุรุษของเราเป็นใคร คิดอย่างไรถึงได้มาตั้งถิ่นฐานในดินแดนแห่งนี้ ทำไมถึงยังอยู่ที่นี่ อากาศดี ดินดี น้ำอุดมหรือไร เป็น โคก หนอง นา ลุ่ม บึง ปลูกอะไรได้ดี มีพืชพื้นถิ่น สัตว์พื้นถิ่นเป็นอะไร ชื่อหมู่บ้านใครเป็นคนตั้ง ตั้งชื่อนี้เพราะเหตุใด ทรัพยากรรอบๆ ตัวเรา ในท้องถิ่นทั้งหมดที่ทำให้เราอยู่ที่นี่ ไม่หนีไปไหน มีอะไรบ้าง ปัจจัย 4+1 อย่างที่ได้กล่าวไปแล้ว อาทิ อาหารพื้นบ้าน อาหารและผลไม้ตามฤดูกาล, การทอผ้าเองเพื่อใช้ในครัวเรือน การแต่งกายในวัยต่างๆ รวมถึงเครื่องประดับ, ต้นไม้ หรือพืชสมุนไพร (หมายรวมถึงสัตว์ป่า และแมลงบางประเภท ที่ใช้เป็นยาได้) ยาดองเหล้า ที่ใช้กันอย่างแพร่หลายในชุมชน, การสร้างบ้านที่ใช้ไม้ในท้องถิ่น รวมถึงการประดับตกแต่งบ้านที่สะท้อนความเชื่อของชุมชน ถ้ามันมลายสูญหาย หรือลบเลือนไป จะทำอย่างไร ให้มันกลับคืนมา เพราะสิ่งต่างๆ เหล่านี้ย้อนกลับไปเมื่อนานมาแล้ว ครั้งหนึ่งมันทำให้เราอยู่รอด และอยู่ที่นี่ ไม่หนีหายไปไหน ทั้งหมดที่กล่าวมานี้มีอะไรบ้างที่เป็นเอกลักษณ์ของชุมชน หรือเป็นอัตลักษณ์ของชนเผ่า ซึ่งอาจจะทำได้ด้วยปัจจัยที่ 5 คือการสื่อสาร การค้นหา การค้นคว้า ทั้งในห้องสมุด ถามผู้เชี่ยวชาญ และผ่านระบบอินเตอร์เน็ต เมื่อฐานปัจจัยทั้ง 4+1 พร้อมแล้ว จึงค่อยตั้งเป้าหมายใหม่

ไม่น่าเชื่อก็ต้องเชื่อว่า สิ่งที่เพิ่งกล่าวไปข้างบนนี้ มีชุมชนอย่างน้อย 3 แห่งที่ทำได้ก่อนใคร และทำมานานมากแล้วด้วย นั่นก็คือ ชุมชนท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์บ้านแม่กำปอง ตำบลห้วยแก้ว อำเภอแม่ออน จังหวัดเชียงใหม่ หมู่บ้านท่องเที่ยวโดยชุมชนบ้านปราสาท ตำบลธารปราสาท อำเภอโนนสูง จังหวัดนครราชสีมา วิสาหกิจชุมชนบางน้ำผึ้งโฮมสเตย์ ตำบลบางน้ำผึ้ง อำเภอพระประแดง จังหวัดสมุทรปราการ และกำลังจะมีที่อื่นๆ ทยอยออกมาประกาศความสำเร็จอีกเป็นจำนวนมาก และแน่นอนที่สุดคือ หากชุมชนไหนสนใจ อยากพัฒนาตนเองให้มีรายได้เสริมอย่างมั่นคงและยั่งยืน ก็สามารถติดต่อประสานขอเข้าเยี่ยมชมกิจการดังกล่าวได้ หรืออาจขอคำปรึกษาได้ที่ องค์การบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน (องค์การมหาชน) (อพท.)

บางชุมชนอาจจะมีความพร้อมในฐานทรัพยากรต่างๆ เหล่านี้อยู่แล้ว แต่ยังอาจขาดความมั่นใจในเรื่องของการตลาด ซึ่งเป็นเครื่องมือหลักของฝ่ายทุนนิยม ซึ่งทางชุมชนก็อาจจะหยิบยืมมาใช้ให้เป็นประโยชน์ได้ ก็ไม่ถือว่าผิดกติกาแต่ประการใด เพียงแต่ต้องมีความพอประมาณ มีเหตุผล และมีภูมิคุ้มกันที่ดี และภายใต้สถานการณ์เศรษฐกิจโลกที่กำลังคับขันอยู่นี้ อย่าปล่อยให้โอกาสเช่นที่ว่ามานี้หลุดลอยไป โครงการพี่ช่วยน้องของ อพท. กำลังรอช่วยเหลือชุมชนของท่านอยู่ครับ?

มีคำถามเรื่องอาชีพ ยินดีตอบทุกประเด็น ฝากคำถามมาได้ที่ อีเมล p.bhachara@gmail.com

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: