ชู‘กศน.ตำบล’ฟันเฟืองหลักนำคนไทยสู่การเรียนรู้ตลอดชีวิต

Published February 16, 2016 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/detail/20151102/216112.html

การศึกษา-สาธารณสุข-สิ่งแวดล้อม : ข่าวทั่วไป
วันจันทร์ที่ 2 พฤศจิกายน 2558
ชู‘กศน.ตำบล’ฟันเฟืองหลักนำคนไทยสู่การเรียนรู้ตลอดชีวิต

ชู‘กศน.ตำบล’ฟันเฟืองหลักนำคนไทยสู่การเรียนรู้ตลอดชีวิต : เปิดวิสัยทัศน์ โดยเกศกาญจน์ บุญเพ็ญเรื่อง ภาพประกอบจาก ปชส.กศน.

             “การได้กลับมาทำงานร่วมกับชาว กศน.เป็นเรื่องที่ผมภาคภูมิใจมาก  เพราะมีประสบการณ์ การทำงานจึงมุ่งมั่นและตั้งใจ ที่สำคัญผมมีความศรัทธาในงานของ กศน.และเชื่อมั่นว่าการศึกษานอกโรงเรียน หรือ การศึกษานอกระบบและการศึกษาอัธยาศัย สามารถสร้างกิจกรรมการเรียนรู้ ที่ช่วยหล่อหลอมให้คนไทยยกระดับคุณภาพชีวิตตนเองให้ดียิ่งขึ้น อยู่ในสังคม ชุมชนท้องถิ่น อยู่ในประเทศไทยด้วยความสุข ผมเชื่อว่า กิจกรรมที่ กศน.สร้างสรรค์ขึ้นจะเป็นยุทธวิธีที่จะนำทางให้ประชาชนอยู่อย่างเป็นสุข ถือเป็นภารกิจใหญ่ที่ผมอยากให้ชาว กศน.เชื่อมั่น ยึดเป็นอุดมการณ์ของชาว กศน.ในการทำงาน”   นายสุรพงษ์ จำจด เลขาธิการส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย (เลขาธิการ กศน.) เปิดใจต่อ “คม ชัด ลึก” หว่างประชุมผู้บริหารกศน.ในพื้นที่่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ที่ จ.อุดรธานี เมื่อเร็วๆ นี้ ในฐานะ “เลขาธิการ กศน.ป้ายแดง” แต่เป็น “ลูกหม้อ กศน.”

นายสุรพงษ์ เปิดเผยว่า อยากขอความร่วมมือชาว กศน.ทำงานในฐานความคิดเดียวกันเพื่อพัฒนาประเทศชาติ ทำงานด้วยความมุ่งมัน ทุ่มเท และซื่อสัตย์สุจริต โดยเฉพาะ กศน.มีภารกิจสำคัญในการร่วมสร้างโอกาสทางการศึกษาให้แก่คนไทยอย่างเสมอภาค เท่าเทียม ทั่วถึงและมีคุณภาพ ซึ่งกศน.มีกลุ่มเป้าหมายที่จะต้องดูแลถึงประมาณ 50 ล้านคน อายุระหว่าง 15-59 ปี และอายุ 60 ปีขึ้นไป จำแนกได้เป็น 2 กลุ่มใหญ่ คือ กลุ่มทั่วไป ประมาณ 40 ล้านคน เป็นผู้ที่พลาดและขาดโอกาสทางการศึกษา และกลุ่มพิเศษ ประมาณ 10 ล้านคน มีปัญหาออกกลางคัน พิการ อยู่ในพื้นที่ห่างไกล ทุรกันดาร ฯลฯ

“ผมได้กำหนดกรอบคิดของการจัดการศึกษาตลอดชีวิต โดยใช้ กศน.ตำบลเป็นฐานแบบมีส่วนร่วม ซึ่งเป็นนโยบายที่ได้รับมอบหมายจากพล.อ.ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ที่ต้องการให้ กศน.ตำบลเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนเชื่อมประสานระหว่างบ้าน วัด โรงเรียน ขณะเดียวกันได้จัดทำยุทธศาสตร์และจุดเน้นการดำเนินงาน สำนักงาน กศน.ปีงบประมาณ 2559 ภายใต้หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง และปรัชญาคิดเป็น กำหนดผ่าน 5 ยุทธศาสตร์หลัก”

กศน.ส่งเสริมคนไทยรักการอ่าน

ยุทธศาสตร์แรก คือ ลดความเหลื่อมล้ำ สร้างโอกาส และยกระดับคุณภาพการศึกษา ที่จะต้องเร่งลดจำนวนผู้ไม่รู้หนังสือ ที่เป็นปัญหาใหญ่และไม่มีตัวเลขที่แน่ชัด ขณะที่ตัวเลขที่ กศน.เก็บสถิติได้พบเพียง 3 แสนคน และพบว่า คนส่วนใหญ่ไม่ชอบอ่านหนังสือ ทำให้ขาดทักษะชีวิต ขาดความรู้ ซึ่งกศน.จะเร่งยกระดับคุณภาพการจัดการศึกษาและเรียนรู้ กศน.ด้วยการ “ปรับวิธีเรียน เปลี่ยนวิธีจัดการเรียนรู้” พัฒนาหลักสูตร พัฒนาสื่อและเทคโนโลยีเพื่อการศึกษา รวมถึงเทคโนโลยีทางการสื่อสารที่ทันสมัยและเหมาะสมมาสร้าง และกระจายโอกาสทางการศึกษาที่สอดคล้องกับความต้องการทั้งผู้เรียนในระบบ นอกระบบ และการศึกษาตามอัธยาศัย

ยุทธศาสตร์ที่ 2 สร้างอุดมการณ์ รักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ และค่านิยมที่พึงประสงค์ โดยส่งเสริมให้ชุมชนจัดตั้งหมู่บ้านเรียนรู้ตามรอยพระยุคลบาท เพื่อเสริมสร้างอุดมการณ์ตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ส่งเสริมการเรียนรู้ประวัติศาสตร์และความเป็นมาของชุมชน เพื่อสร้างสำนึกรักถิ่น จัดกิจกรรมจิตอาสาพัฒนาทักษะชีวิต เป็นต้น ยุทธศาสตร์ที่ 3 จัดการศึกษาเพื่อส่งเสริมการเรียนรู้ทุกช่วงวัยและพัฒนาคุณภาพชีวิต จะขับเคลื่อนให้เกิดชุมชนรักการอ่าน “สร้างการอ่าน เสริมการเรียนรู้” ในรูปแบบหมู่บ้าน/ชุมชน

ยุทธศาสตร์ที่ 4 พัฒนาการศึกษาในเขตพัฒนาพิเศษจังหวัดชายแดนใต้ ส่งเสริมการศึกษาและการเรียนรู้ที่หลากหลาย พัฒนาหลักสูตรการสอนภาษาและสอนอาชีพเพื่อการมีงานที่สอดคล้องกับความต้องการในพื้นที่ และยุทธศาสตร์ที่ 5 พัฒนา กศน.ตำบลให้เป็นกลไกการขับเคลื่อนการจัดและส่งเสริมการจัดการศึกษาเพื่อสร้างรายได้และกระจายโอกาสในการเรียนรู้ตลอดชีวิตในชุมชน โดยพัฒนาเครือข่าย กศน.ตำบล ประสานเชื่อมโยงระหว่างบ้าน วัด โรงเรียน และภาคีเครือข่ายอื่นๆ ทำงานร่วมกันในรูปแบบ “คณะกรรมการ” เพื่อการทำงานร่วมกัน มีการส่งต่อผู้เรียน แลกเปลี่ยนเรียนรู้ประสบการณ์

“ทั้งหมดนี้จะมี กศน.ตำบล เป็นฟันเฟืองหลักในการขับเคลื่อน แต่เพราะ กศน.มีงบประมาณไม่มากและบุคลากรก็น้อย จึงต้องใช้วิธีการสร้างเครือข่ายการทำงานแบบมีส่วนร่วมกับทุกภาคส่วน ไม่ว่าจะเป็นหมู่บ้าน ชุมชน หรือกระทั่งวัด ซึ่งที่ผ่านมามีวัดหลายแห่งที่จัดพื้นที่เป็นศูนย์การเรียนรู้ชุมชน (ศรช.) เพื่อเป็นแหล่งเรียนรู้และจัดกิจกรรมให้ความรู้ต่างๆ ของชุมชน ซึ่งปัจจุบันเรามีกศน.ตำบลกว่า 7,000 แห่ง ถ้า กศน.ตำบล 1 แห่งสามารถสร้างเครือข่ายศูนย์การเรียนรู้ชุมชนได้อย่างน้อย 2-3 ศูนย์เท่ากับว่าเรามีแหล่งเรียนรู้เพิ่มกว่าหมื่นแห่ง เกิดการแตกตัวเป็นพื้นที่การเรียนรู้ของสังคมไทย ทำให้ประชาชนทุกคนมีโอกาสเข้าถึงการเรียนรู้ ได้มากขึ้น”

เหนืออื่นใด เลขาธิการ กศน. ยอมรับว่า ปัญหาการไม่รู้หนังสือของคนไทย ถือเป็นเรื่องเร่งด่วนที่จะแก้ไข โดยเฉพาะในพื้นที่ห่างไกล ส่วนใหญ่เป็นกลุ่มชาติพันธุ์ ชาวเขา ซึ่งไม่ใช้ภาษาไทยในการสื่อสาร จำเป็นต้องเข้าไปส่งเสริม รวมถึงผู้สูงอายุที่ลืมหนังสือด้วย ตรงนี้กลไกของ กศน.ตำบลจะเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งเพื่อแก้ไข ทั้งการส่งเสริมและสร้างความเข้มแข็งให้แก่ห้องสมุดของกศน. รวมถึงบ้านหนังสือชุมชน ที่ดำเนินการอยู่ในเวลานี้ให้เป็นสถานที่ที่ชุมชนอยากจะเดินเข้ามาอ่านหนังสือ เพื่อหาความรู้ โดยจะจัดหาหนังสือที่มีความหลากหลาย และน่าสนใจ ตรงกับความต้องการ ขณะเดียวกันจะให้บุคลากรของ กศน. อาสาสมัครรักการอ่าน กศน.ลงไปจัดกิจกรรมเพื่อส่งเสริมการอ่านร่วมด้วย

“ในฐานะผู้รับผิดชอบงานการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยในเวลานี้ อยากเห็นสังคมไทยเป็นสังคมแห่งการเรียนรู้ตลอดชีวิต ซึ่งต้องอาศัย 2 ปัจจัยหลัก คือ ประชาชนคนไทยต้องได้รับการศึกษาที่สูงขึ้น อย่างน้อยต้องจบการศึกษาภาคบังคับ (ม.3) หรือจบการศึกษาพื้นฐาน (ม.6) ทุกคน หรือประมาณ 80% และคนไทยต้องมีนิสัยรักการอ่าน เพราะการอ่านเป็นเครื่องมือสำคัญที่จะนำคนไปสู่การแสวงหาการเรียนรู้ในทุกด้าน ซึ่ง กศน.พยายามอย่างเต็มที่ และเชื่อว่างาน กศน.มีความเข้มแข็งและมีคุณภาพมากพอที่จะช่วยยกระดับพัฒนาศักยภาพคนไทยได้” เลขาธิการ กศน.ให้คำมั่น

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: