TMB จัดโครงการ “ไฟ ฟ้า อิน อะ บ็อกซ์” ส่งต่อการ “ให้คืน” ที่ยั่งยืนสู่ชุมชน

Published February 12, 2016 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือเส้นทางเศรษฐี

http://info.matichon.co.th/rich/rich.php?srctag=07046010958&srcday=2015-09-01&search=no

วันที่ 01 กันยายน พ.ศ. 2558 ปีที่ 21 ฉบับที่ 380

จอดป้ายเส้นทางเศรษฐี

TMB จัดโครงการ “ไฟ ฟ้า อิน อะ บ็อกซ์” ส่งต่อการ “ให้คืน” ที่ยั่งยืนสู่ชุมชน

สานต่อความต้องการชุมชน สร้างชุมชนเข้มแข็ง และสร้างชาติมั่นคง กับกิจกรรมการเปลี่ยนแปลงชุมชน โดยธนาคารทหารไทย จำกัด (มหาชน) หรือ ทีเอ็มบี จัดกิจกรรมร่วมแรงร่วมใจ พลพรรคจิตอาสา ทั้งอาสาสมัครทีเอ็มบี เยาวชนไฟ ฟ้า และชาวชุมชนคลองยายจิ๋ว ส่งมอบโปรเจ็กต์ “บางปูแลนด์ พื้นที่ท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์แห่งชุมชนคลองยายจิ๋ว” ภายใต้โครงการ “ไฟ ฟ้า อิน อะ บ็อกซ์ 2015” (FAI-FAH IN A BOX 2015) การแสดงพลังสร้างสรรค์สิ่งดีๆ ให้คืนสู่สังคมอย่างยั่งยืน พร้อมจุดประกายชุมชนให้ร่วมกัน “เปลี่ยน” เพื่อให้ชีวิตดีขึ้น ภายใต้แนวคิด TMB Make THE Difference หรือ เปลี่ยน…เพื่อให้ชีวิตคุณดีขึ้น โดยการส่งมอบโครงการพื้นที่ท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์บางปูแลนด์ จัดขึ้น ณ บริเวณเขื่อนกั้นน้ำชุมชนคลองยายจิ๋ว จังหวัดสมุทรปราการ

คุณชมภูนุช ปฐมพร รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ ธุรกิจสาขา ทีเอ็มบี เผยว่า “ไฟ ฟ้า อิน อะ บ็อกซ์” เป็นการส่งต่อพลังการ “ให้คืน” ที่ทีเอ็มบีจัดต่อเนื่องเป็นปีที่ 6 เริ่มต้นจากกล่องอุปกรณ์กิจกรรม เพื่อจุดประกายความคิดสร้างสรรค์กับสาขาที่สนใจและส่งต่อไปยังชุมชน ในปีที่ผ่านมา ไฟ ฟ้า อิน อะ บ็อกซ์ เฟส 2 เริ่มเปลี่ยนแปลงเพื่อประโยชน์ของชุมชนอย่างแท้จริง โดยมีอาสาสมัครทีเอ็มบีสำนักงานภาคธุรกิจสาขา 4 มุมเมืองทั่วกรุงเทพฯ และปริมณฑล รวม 692 คน ลงมือทำงานเชิงลึกร่วมกับชุมชน รวม 4 โครงการ ใช้เวลาทำงานกว่า 2,000 ชั่วโมง ช่วยจุดประกายคนในชุมชนให้ร่วมกัน “เปลี่ยน” เพื่อคืนความสุข สร้างอาชีพ สร้างความรู้และรายได้แก่ชาวชุมชน

ปีนี้ ไฟ ฟ้า อิน อะ บ็อกซ์ ส่งต่อพลังการ “ให้คืน” ทั่วประเทศรวม 18 โครงการ โดยพนักงานสาขาทั่วประเทศเป็นพลังขับเคลื่อน เพื่อแก้ปัญหาชุมชน ตอบโจทย์ความต้องการของชุมชน โดยให้ชุมชนมีส่วนร่วมเพื่อการต่อยอดและพัฒนาได้อย่างยั่งยืน นอกจากนี้ พนักงานสาขาส่วนใหญ่ก็เป็นคนในพื้นที่ ซึ่งเป็นลูกเป็นหลานอยู่แล้ว ดังนั้น การเข้าไปสำรวจ ช่วยคิด ช่วยวางแผน จุดประกายให้ชาวชุมชนรู้จักตัวเอง รู้ปัญหา ก็ถือเป็นการสร้างปฏิสัมพันธ์ที่ดี

คุณอิสสระ บุปผเวส ผู้ใหญ่บ้านตำบลบางปูใหม่ หัวเรือใหญ่ที่กอบกู้ระบบนิเวศกลับคืนสู่ชุมชน เผยว่า “ผมมาอยู่ที่บางปูตั้งแต่ พ.ศ. 2528 และเป็นผู้ใหญ่บ้านตำบลบางปูใหม่วาระที่ 2 ปัจจุบันมีประชาชนอาศัยกว่า 4,000 ครัวเรือน หรือกว่า 15,000 คน โดยส่วนใหญ่มีอาชีพรับจ้างทั่วไปและทำงานโรงงาน อย่างที่ทราบกันว่า ชายฝั่งของบางปู มีปัญหาเรื่องน้ำท่วมอยู่ตลอด แทบจะทุกวัน เรียกว่าเข้าขั้นวิกฤต เป็นปัญหาใหญ่สุดของชาวบ้าน ซึ่งไม่เหมือนน้ำท่วมทั่วไป ที่จะเกิดขึ้นช่วงน้ำหลาก แต่ที่นี่เพียงแค่น้ำทะเลหนุนสูง น้ำทะเลก็จะซัดเข้ามาอย่างแรง ท่วมข้าวของเสียหาย ชาวบ้านแถวนี้ เคยว่าผมบ้า เพราะเช้ามาก็ต้องลงไปยกหินเรียงไว้ ป้องกันน้ำทะเล เรียงไว้อย่างดี พออีกวัน ความแรงของน้ำ ก็ทำหินพังทลาย กลับสู่สภาพเดิม เราต่อสู้กับน้ำทะเลหนุนกว่า 4-5 ปี จนบางคนล้มหายตายจาก ถึงจะได้งบประมาณสร้างเขื่อนนี้ ปัญหาอีกอย่าง ในเรื่องของระบบนิเวศ ที่มีการปล่อยน้ำเสีย ชาวบ้านรวมตัวกัน เข้าไปพูดคุยระบบประชาคม ใช้หลักการและเหตุผล ว่าต้องรักษาระบบนิเวศเพื่ออนาคตของลูกหลาน จนกระทั่งได้ความสมบูรณ์กลับคืนมา วันนี้เรามีเขื่อนกั้นน้ำ ที่ช่วยกันสิ่งปฏิกูลต่างๆ ที่น้ำทะเลพัดพา เรามีทีมงานคอยเก็บขยะทิ้งสม่ำเสมอ เลยคิดอยากจะพัฒนาให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์แห่งใหม่ของบางปู ที่คงความสมบูรณ์ของระบบนิเวศ ขายความเป็นตัวตนของชาวบางปู ที่มีเขื่อนกั้นน้ำที่ออกแบบเอง เขื่อนที่หันหลังลงทะเล พอคลื่นมา แล้วม้วนออก เป็นเขื่อนต้นแบบให้คนมาชม มากินลม ชมวิว ขี่จักรยาน สูดอากาศบริสุทธิ์ กินอาหารทะเลสดๆ และศึกษาธรรมชาติ วันนี้ดีใจที่ความฝันของชาวชุมชนใกล้ความจริง และรู้สึกตื้นตันใจเป็นอย่างมาก ที่มีอาสาสมัครทีเอ็มบี มากันเยอะมาก ขนาดคนนอกบ้าน ยังมาช่วยเราฟื้นฟูบ้านเรา”

คุณวันดี วิสุทธิ์มิตรนาคร ผู้จัดการเขตธุรกิจสาขา สมุทรปราการ สำนักงานภาคธุรกิจสาขา 4 ผู้นำทีมโครงการบางปูแลนด์ฯ เผยว่า “อยู่ที่สมุทรปราการตั้งแต่เรียนจบมาใหม่ๆ จนกลายเป็นภูมิลำเนาไปแล้ว เดิมได้เสนอแผนการปลูกป่าชายเลน แต่เมื่อพูดคุยกับชุมชนแล้วพบว่า ป่าชายเลนส่วนมากจะมีปัญหาขาดการดูแลหลังการปลูก และไม่ตอบโจทย์ความต้องการของชุมชน และจากการสำรวจ พบว่า พื้นที่ตรงนี้มีศักยภาพเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงนิเวศ ที่สามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวที่สนใจในความอุดมสมบูรณ์ของธรรมชาติ อีกอย่างสิ่งที่ชาวชุมชนต้องการเป็นอันดับแรกคือ ต้องการมีรายได้เพิ่ม ถ้าเราช่วยกันปรับเปลี่ยนเขื่อนกั้นน้ำซีเมนต์ความยาว 800 เมตร ยาวที่สุดในสมุทรปราการให้เป็นแลนด์มาร์กที่สวยงามของท้องถิ่น ชาวบ้านก็จะได้รับประโยชน์สูงสุดจากนักท่องเที่ยวที่มาชม เราจะต้องช่วยสนับสนุนความรู้พื้นฐานเพื่อรองรับการท่องเที่ยว ช่วยสนับสนุนสัญลักษณ์ป้ายต่างๆ พอดีว่า เยาวชนไฟ ฟ้า มีทักษะในเรื่องศิลปะ เราเลยมาวาดภาพ ระบายสีสัน กุ้ง หอย ปู ปลา กันบนเขื่อนซีเมนต์ เพื่อสร้างจิตสำนึกในเชิงอนุรักษ์ สำหรับนักท่องเที่ยว เพื่อการดูแลรักษาพื้นที่ ตัดสินใจเลือกทำโครงการนี้ เพราะเราเห็นถึงความมุ่งมั่นของชาวชุมชน ที่ตั้งใจดูแลพื้นที่อย่างดี อย่างช่วงเช้าๆ ภารกิจของชาวบ้านขณะเดินออกกำลังกายก็คือ เก็บขยะไปด้วย ช่วยกันรักษาความสะอาด วันนี้เราได้เห็นชาวบ้านเก็บหอย กางอวนจับปู เป็นสัญญาณวัดได้ถึงความอุดมสมบูรณ์ของผืนน้ำ ก็เชื่อมั่นว่าชุมชนจะรักษาและดูแลพื้นที่ตรงนี้ได้เป็นอย่างดี”

นับเป็นอีกก้าวหนึ่งของพลังแห่งการ “เปลี่ยน” เพื่อให้ชุมชนดีขึ้นอย่างยั่งยืน ภายใต้แนวคิด TMB Make THE Difference หรือ ทีเอ็มบี เปลี่ยน…เพื่อให้ชีวิตคุณดีขึ้น โดยในปีนี้ โดยโครงการ ไฟ ฟ้า อิน อะ บ็อกซ์ มีเป้าหมายรวม 18 โครงการทั่วประเทศ อาทิ โครงการสหกรณ์เห็ดเพื่อเศรษฐกิจพอเพียง โรงเรียนวัดบึงทองหลาง, โครงการคลองสวยน้ำใส เคหะชุมชนรังสิต, โครงการเมจิกมัชรูม ชุมชนราชทรัพย์, โครงการรายได้ที่ยั่งยืน กลุ่มแม่บ้านสร้างได้ ชุมชนสุเหร่าบ้านดอน, โครงการสืบสานวิถีชุมชนผ้าทอไทยวน จังหวัดสระบุรี, โครงการสันลมจอย ชุมชนคนรักษ์ป่า จังหวัดเชียงใหม่, โครงการโฮมสเตย์ บ้านร่องปลายนา จังหวัดเชียงราย ฯลฯ

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: