เสื่อจากผือ-กก กลุ่มแม่บ้านหนองญาติ OTOP เสริมรายได้หลังนา ที่นครพนม

Published February 12, 2016 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือเทคโนโลยีชาวบ้าน

http://info.matichon.co.th/techno/techno.php?srctag=05108010958&srcday=2015-09-01&search=no

วันที่ 01 กันยายน พ.ศ. 2558 ปีที่ 27 ฉบับที่ 606

ผลิตภัณฑ์น่าซื้อ

ชนะ วสุรักคะ Chanawasu@gmail.com

เสื่อจากผือ-กก กลุ่มแม่บ้านหนองญาติ OTOP เสริมรายได้หลังนา ที่นครพนม

ช่วงฤดูฝนในภาคอีสาน หลายพื้นที่ประสบปัญหาฝนทิ้งช่วง ไม่ตกต้องตามฤดูกาล

ดังนั้น หากว่างเว้นจากการทำนา จะพบเห็นชาวบ้านบ้านหนองญาติ หมู่ที่ 2 ตำบลหนองญาติ อำเภอเมือง จังหวัดนครพนม นำต้นผือ และต้นกก มาผึ่งตากแดดริมถนนในหมู่บ้านดังกล่าว จนผู้สัญจรผ่านมาพบเห็นจนเป็นภาพชินตาไปแล้ว

กว่า 10 ปีมาแล้ว ที่ชาวบ้านแห่งนี้ 1-2 ครัวเรือน ใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ หลังพบต้นผือที่เกิดขึ้นในอ่างเก็บน้ำหนองญาติ ซึ่งมีเนื้อที่ 4,950 ไร่ ผุดขึ้นริมตลิ่งตามธรรมชาติ จนกระทั่งกรมชลประทานต้องเร่งขุดลอกเพื่อไม่ให้หนองน้ำที่หล่อเลี้ยงชาวบ้านแห่งนี้ต้องตื้นเขิน มาทอเป็นเสื่อจนมีสมาชิกเพิ่มขึ้น และตั้งเป็นกลุ่มทอเสื่อบ้านหนองญาติ เพื่ออนุรักษ์อาชีพของบรรพบุรุษให้คงอยู่ต่อไป

คุณอัมพร จันทะเสนา อายุ 50 ปี และ คุณบุญล้ำ พลชัยยา วัย 45 ปี สองสามีภรรยา อยู่บ้านเลขที่ 86 บ้านหนองญาติ หมู่ที่ 2 เล่าว่า มีอาชีพรับจ้างก่อสร้างทั่วไป ส่วนภรรยาเป็นแม่บ้าน ในช่วงฤดูฝนจะไม่ค่อยมีงานเข้ามา อีกทั้งไม่มีนาจะทำเช่นคนอื่น จึงต้องหาอาชีพเสริมด้วยการทอเสื่อ สืบทอดตามบิดา มารดา ซึ่งอยู่ระหว่างเตรียมขอเข้าร่วมกลุ่มเป็นสมาชิกกลุ่มทอเสื่อดังกล่าว

เริ่มจากตระเวนออกหาวัตถุดิบ คือต้นผือ ซึ่งมีลักษณะลำต้นสูง ประมาณ 1.8-2 เมตร มีลำต้นตรง สามเหลี่ยมแฉก ซึ่งจะต้องลุยน้ำฝ่าปลิงที่ชุกชุมไปดึงหรือตัดเอาในอ่างเก็บน้ำหนองญาติ หลังได้มาก็จะคัดตามขนาดความสั้น ยาว แล้วตัดปลายให้ตรง ก่อนมัดไว้เพื่อนำไปผึ่งแดดจ้า 3-4 วัน เพื่อให้ลำต้นแห้ง ก่อนใช้มีดปลายแหลมเลาะผ่าแต่ละต้นให้ได้เส้นผือ 3-4 เส้น จึงนำไปตากแดดอีกครั้งให้แห้งสนิท เพื่อไม่ให้ขึ้นราได้ง่าย

จากนั้นจึงเป็นขั้นตอนนำไปย้อมสีในถังปี๊บ หรือภาชนะ เช่น สีแดง สีเขียว สีม่วง สีเหลือง เป็นต้น หากใช้สีย้อมผ้าเส้นผือจะไม่กินเนื้อสี ควรใช้สีย้อมผือ หรือกก (ตราหัวช้าง) โดยเฉพาะหลังต้มน้ำเดือดใส่ผงสีลงไป แล้วจุ่มเส้นผือลงให้เนื้อสีกินจึงยกขึ้น ก่อนนำไปห้อยผึ่งแดดกันเชื้อราอีกครั้ง จึงค่อยนำไปทอเสื่อโดยใช้กี่แบบพื้นบ้าน

กี่ที่ใช้ทอเสื่อก็จะขนาดกว้าง 2 เมตร ยาว 2.5-3 เมตร แล้วแต่ขนาด หลังจากนำด้ายทอเสื่อสีเหลืองสอดเข้าไปในฟืมตามต้องการ ก็จะคิดออกแบบลวดลายเอง เช่น ลายต้นสน ลายผ้าขาวม้า ด้ายที่สอดใส่ฟืม ราคาม้วนละ 60 บาท 1 ม้วน ทอเสื่อได้ 6-7 ผืน การทอกี่พื้นบ้านซึ่งมีขนาดกว้างจะต้องมีผู้ช่วยด้วย รวม 2 คน คนหนึ่งทำหน้าที่ทอ อีกคนหนึ่งมีหน้าที่ใช้ไม้ไผ่ที่ยาวประมาณ 2 เมตร คอยสอดเส้นผือใส่ระหว่างที่ทอ

สามีเป็นคนทอ ส่วนภรรยาจะช่วยสอดผือ หากขาดคนใดคนหนึ่ง หรือเวลาว่างไม่ตรงกันก็ไม่ได้ทอ แตกต่างจากการทอเสื่อกก ซึ่งเป็นกี่สมัยใหม่มีขนาดสั้นกว่าเยอะ สามารถทอเสื่อคนเดียวได้อย่างสบายๆ โดยในแต่ละวันหากลงมือทอแต่เช้าตรู่ จะสามารถทอเสื่อได้วันละ 2-3 ผืน หลังทอเสร็จก็จะใช้มีดปลายแหลมปาดผือที่โผล่ล้นขอบทั้งสองข้างออกให้ตรง และเกิดความสวยงาม

ข้อดีของผือที่นำมาทอเสื่อ คือลวดลายไม่สลับซับซ้อนกว่าการทอกก แม้ว่าเสื่อที่ทอจากผือจะมีราคาถูกกว่า ตกผืนละ 150-200 บาท ตามลวดลายความสวยงาม แต่การทอเสื่อกกผืนจะสั้น แคบ มีความทนทานเหนียวกว่า ลวดลายประณีต แต่กลับมีคนไม่กล้าซื้อ เพราะผู้ซื้อต้องนำไปปูนอน นั่ง ขณะที่เสื่อที่ทอจากกกมีราคาสูง ตกผืนละ 200-400 บาท นำไปโชว์เป็นม่านหรือต่อกันเป็นมู่ลี่ แต่ละเดือนจะมีรายได้ประมาณ 5,000-7,000 บาท โดยจะมีคนมาแวะซื้อถึงบ้าน

คุณวรรณา อาษาวัง วัย 56 ปี สมาชิกกลุ่มทอเสื่อบ้านหนองญาติ กล่าวว่า หลังจากที่ คุณทองแดง คานดง ผู้ใหญ่บ้าน บ้านหนองญาติ หมู่ที่ 2 มีแนวคิดสนับสนุนส่งเสริมการทอเสื่อจากกก ซึ่งมีความสวยงาม จึงได้นำรถไถไปปรับเกรดท้ายหมู่บ้าน ซึ่งเป็นพื้นที่ของกรมชลประทาน เพื่อขอให้ชาวบ้านปลูกต้นกกในคลองสองข้างขนาบถนนลูกรัง ยาวกว่า 100 เมตร โดยนำหน่อกกมาจากบ้านสุขเกษม ตำบลโพธิ์ตาก ซึ่งอยู่ห่างกันประมาณ 7 กิโลเมตร

มีสมาชิกที่เข้าร่วมกลุ่มลงมือปลูก 10 ราย เริ่มปลูกตั้งแต่ปลายเดือนเมษายนที่ผ่านมา ขณะที่ปลูกหน่อก็ต้องใส่ปุ๋ยมูลโคด้วย เพื่อให้ลำต้นเจริญเติบโตเร็ว และต้องเป็นพื้นที่ที่มีน้ำขัง ล่าสุดเดือนมิถุนายนจึงเริ่มตัดมาเป็นวัตถุดิบในการทอเสื่อกกได้แล้ว

โดยทางกลุ่มจะนำเงินสนับสนุนที่ได้มาจากพัฒนาชุมชนจังหวัดนครพนม และเงินสนับสนุนบางส่วนจากศูนย์การศึกษานอกโรงเรียนนครพนม มาซื้อฟืมที่จะใช้ทอลวดลายสวยงามมาจากจังหวัดยโสธร โดย 1 ลาย มี 9 ไม้ รวม 5 ลาย มีทั้งหมด 45 ไม้ ตกเป็นเงิน 8,000 บาท เช่น ลายผ้ามัดหมี่ ลายต้นสน ลายดอกปลีก ลายลำดวน

การทอก็จะคล้ายกับทอเสื่อจากผือ แต่กี่ที่ใช้ทอจะเล็กกว่า ขนาดกี่จะยาว 60 เซนติเมตร 80 เซนติเมตร และ 1 เมตร ความยาว 1.2-1.3 เมตร จะใช้เวลาทอนานกว่า ได้แค่วันละ 1 ผืน ส่วนขั้นตอนหลังได้ต้นกกมา ก็จะนำมาผึ่งแดดคล้ายผือ แต่ต้นกกลำต้นจะกลม เรียว ผ่าได้เส้นกก 3-4 เส้น แต่มีไส้ ต้องใช้มีดปลายแหลมควักเลาะไส้ออก

อย่างไรก็ตาม ทางกลุ่มอยู่ระหว่างเตรียมซื้อจักรเย็บ เพื่อต่อเสื่อกกและเสื่อผือให้มีขนาดความยาวตามความต้องการ ซึ่งทางกลุ่มได้ลงมือทอเพื่อเตรียมวางจำหน่ายในงานสินค้าโอท็อป (OTOP) และในช่วงเทศกาลออกพรรษาที่จะถึงนี้ หลังทอเสื่อเสร็จก็จะเตรียมสานหมวกที่ทำจากต้นกก ซึ่งพบว่าเป็นสินค้าที่ขายดีในช่วงดังกล่าว

ด้าน คุณชุติมล พลหาราช ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน บ้านหนองญาติ หมู่ที่ 2 ในฐานะประธานกลุ่มแม่บ้านทอเสื่อหนองญาติ กล่าวว่า ชาวบ้านในตำบลแห่งนี้พากันทอเสื่อมานานกว่า 10 ปีแล้ว วัตถุดิบก็หาในพื้นที่ตามแหล่งน้ำธรรมชาติ ปัจจุบันมีสมาชิกในกลุ่ม 12 ครัวเรือน ซึ่งเป็นอาชีพเสริมของแม่บ้าน ซึ่งได้พัฒนาฝีมือในการทอ เน้นลวดลายที่สวยงามมากยิ่งขึ้น

ผู้สนใจ จะสั่งซื้อผลิตภัณฑ์เสื่อจากกก และเสื่อที่ทำจากผือ ติดต่อได้ที่กลุ่ม โทร. (091) 368-7244

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: