มาตรฐานสิงคโปร์! นายกฯลี ขอโทษปชช.เรื่องครอบครัว กระทบชื่อเสียงประเทศ

Published June 23, 2017 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 20 มิ.ย. 2560 19:30

อ่านข่าวต่อได้ที่: https://www.thairath.co.th/content/978848

นายกฯลี เซียน ลุง เสียใจสุดซึ้ง เรื่องขัดแย้งระหว่างพี่น้อง ส่งผลกระทบต่อชื่อเสียงของประเทศชาติ และความเชื่อมั่นต่อรัฐบาลสิงคโปร์ พร้อมปฏิเสธข้อกล่าวหาของน้องไม่เป็นความจริง พร้อมชี้แจงตอบข้อซักถามในสภา

เมื่อ 20 มิ.ย. สื่อต่างประเทศ รายงานนายกรัฐมนตรีลี เซียน ลุง แห่งสิงคโปร์ กล่าวขอโทษต่อชาวสิงคโปร์เกี่ยวกับเรื่องการทะเลาะเบาะแว้งในครอบครัว ถึงขั้นน้องชายและน้องสาวของเขาออกมาประกาศต่อสาธารณะอย่างเปิดเผยเมื่อไม่กี่วันก่อน ว่าหมดความเชื่อมั่นในตัวนายกรัฐมนตรีลี เซียน ลุง ทั้งในฐานะผู้นำประเทศและพี่ชาย ซึ่งนายกฯลี กล่าวว่า เรื่องนี้ยังได้ส่งผลกระทบต่อชื่อเสียงของสิงคโปร์ และความเชื่อมั่นต่อรัฐบาลสิงคโปร์ด้วย

‘ในฐานะพี่ชายคนโตของครอบครัว เรื่องนี้ทำให้ผมเสียใจและคิดถึงความปวดร้าวของพ่อแม่หากยังมีชีวิตอยู่’ นายกฯลี พูดในคลิปวีโอที่ถูกนำมาโพสต์เผยแพร่ในเฟซบุ๊กของเขาเมื่อ 19 มิ.ย. พร้อมกับกล่าวว่า ‘ชาวสิงคโปร์ได้รู้สึกวุ่นวายใจและสับสนกับข่าวนี้ที่เป็นเรื่องในครอบครัว ความขัดแย้งระหว่างน้องๆและตัวผม’

ขณะเดียวกัน นายกฯลี เซียน ลุงได้ปฏิเสธข้อกล่าวหาของน้องทั้งสองของเขา และบอกว่า จะตอบข้อซักถามในเรื่องนี้ระหว่างการประชุมสภาในวันที่ 3ก.ค. พร้อมบอกว่า เขารู้สึกเสียใจอย่างยิ่งที่เรื่องขัดแย้งในคอบครัวมีผลกระทบต่อชื่อเสียงและความเชื่อมั่นต่อรัฐบาล

ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 14 มิ.บ. นางลี เว่ย หลิงและนาย ลี เซียนหยาง น้องสาวและน้องชายของนายกฯลี เซียน ลุง ได้ออกแถลงการณ์ร่วมกันเผยแพร่ทางสื่อออนไลน์ กล่าวหาพี่ชายคนโตว่าไม่ปฏิบัติตามคำสั่งเสียของบิดา นายลี กวน ยู และยังใช้อำนาจหน้าที่ในตำแหน่งนายกรัฐมนตรีโดยมิชอบ จากกรณีที่พินัยกรรม ของ ลี กวน ยู ผู้เป็นบิดา ซึ่งเป็นอดีตนายกฯสิงคโปร์คนแรก และบริหารประเทศมายาวนาน ได้ระบุไว้ในพินัยกรรมที่มอบบ้านของครอบครัวลี เลขที่ 3 บนถนนออกซ์ลีย์ให้แก่นายลี เซียน ลุง บุตรชายคนโตว่า บ้านหลังนี้ จะต้องถูกทุบทิ้ง เพื่อไม่ให้เหลือไว้เป็นอนุสรณ์บูชาตัวเขา และกลัวว่าบ้านเก่าหลังนี้จะถูกเปลี่ยนเป็นพิพิธภัณฑ์ หากไม่รื้อทิ้ง

 

หญิงมะกันสุดช็อก พาลูกสาว 3 ขวบไปถอนฟัน 2 ซี่ จู่ๆตายปริศนา

Published June 23, 2017 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 20 มิ.ย. 2560 19:19

อ่านข่าวต่อได้ที่: https://www.thairath.co.th/content/978815

ยากเกินทำใจได้ทัน…หญิงอเมริกันใจสลาย พาลูกสาววัย 3 ขวบ ไปถอนฟัน 2 ซี่ที่ศูนย์ทันตกรรมเด็ก ในแคลิฟอร์เนีย จู่ๆ ลูกสาวกลับหัวใจหยุดเต้น เสียชีวิตแบบไม่ทันตั้งตัว ทั้งที่ผ่านมาลูกแข็งแรงสุขภาพดีมาตลอด

เมื่อ 20 มิ.ย. เว็บไซต์ The Sun รายงานเกิดเหตุสุดสะเทือนใจกับ เด็กหญิง ดาเลย์ซา อาวีลา เฮอร์นานเดซ เด็กหญิงชาวอเมริกันวัย 3 ขวบ ที่ต้องเสียชีวิตอย่างปริศนา หลังจากแม่ได้พามาถอนฟัน 2 ซี่ที่ศูนย์ทันตกรรมเด็ก ในเมืองสต็อกตัน รัฐแคลิฟอร์เนีย เนื่องจากภาพของเด็กหญิงขณะรอถอนฟันนั้น ยังเห็นว่าหนูน้อยมีสุขภาพที่แข็งแรง แต่แล้ว เด็กหญิงเฮอร์นานเดซ กลับเสียชีวิต เนื่องจากหัวใจหยุดเต้น ในอีก 30 นาทีต่อมา

แม่ของเด็กหญิงเล่าด้วยความโศกเศร้าว่า ขณะที่เธอกำลังรอลูกถอนฟันอยู่ในห้องรับรองที่ศูนย์ทันตกรรม เธอได้เห็นรถพยาบาลคันหนึ่งวิ่งมาจอดที่ศูนย์แห่งนี้ ตอนนั้น เธอคิดว่า รถพยาบาลคงมารับเด็กคนอื่น ซึ่งเธอไม่เคยคิดเลยว่า เด็กที่รถพยาบาลถูกเรียกให้มารับนั้น จะเป็นลูกสาวของเธอ

ด้านทันตแพทย์ เดวิด ทอมป์สัน ผู้บริหารของศูนย์ทันตกรรมเด็กแห่งนี้ กล่าวว่า มันเป็นไม่ใช่เรื่องง่ายในการจัดการกับเหตุการณ์ครั้งนี้ เพราะตั้งแต่เขาทำงานมานานเกือบ 10 ปี ยังไม่เคยเห็นเหตุการณ์แบบนี้มาก่อนเลย

ขณะที่ พยาบาลคนหนึ่งได้บอกกับแม่ของเด็กหญิงเฮอร์นานเดซ ว่า หนูน้อยอาจจะมีโรคประจำตัวที่ไม่เคยตรวจพบมาก่อน จนเป็นสาเหตุทำให้หัวใจเกิดหยุดเต้นระหว่างการถอนฟัน ทว่าฝ่ายมารดาของเด็กที่ตกอยู่ในอาการเศร้าโศกอย่างหนัก ยืนยันว่าที่ผ่านมา ลูกสาวของเธอมีสุขภาพแข็งแรงมาตลอด.

ขอบคุณข่าวและภาพจาก thesun.co.uk

 

ออสซี่เบรกร่วมโจมตีในซีเรียแล้ว หวั่นหมีขู่ล็อกเป้าบินรบมะกัน พันธมิตร

Published June 23, 2017 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 20 มิ.ย. 2560 18:05

อ่านข่าวต่อได้ที่: https://www.thairath.co.th/content/978757

กองทัพออสเตรเลียประกาศยุติการเข้าร่วมในปฏิบัติการโจมตีทางอากาศในซีเรียชั่วคราวแล้ว หลังรัสเซียประณามเครื่องบินรบสหรัฐฯ สอยบินขับไล่กองทัพซีเรียร่วง ถึงขั้นยกเลิกความร่วมมือกับสหรัฐฯในการป้องกันเหตุรุนแรงเหนือน่านฟ้าซีเรีย และจะล็อกเป้าเครื่องบินกองกำลังพันธมิตร

เมื่อ 20 มิ.ย. เว็บไซต์ rt รายงาน กระทรวงกลาโหมออสเตรเลีย ออกแถลงการณ์ กองทัพออสเตรเลียประกาศหยุดพักภารกิจโจมตีทางอากาศในซีเรียเป็นการชั่วคราว หลังจากฝ่ายรัสเซียไม่พอใจ ประกาศยุติความร่วมมือกับสหรัฐฯ ในการป้องกันเหตุรุนแรงในปฏิบัติการเหนือน่านฟ้าของซีเรียแล้ว หลังเกิดเหตุ เครื่องบินรบกองกำลังพันธมิตร นำโดยสหรัฐฯ ได้ยิงโจมตีเครื่องบินขับไล่ Su-22 ลำหนึ่ง ของกองทัพซีเรีย จนตกทางตอนใต้ของเมืองรักกา โดยอ้างว่าเพื่อเป็นการป้องกันตนเอง

กระทรวงกลาโหมออสเตรเลีย ยังระบุในแถลงการณ์ด้วยว่า กองทัพออสเตรเลียกำลังติดตามสถานการณ์เหนือน่านฟ้าในซีเรียอย่างใกล้ชิด และตัดสินใจที่จะหยุดพักการเข้าร่วมกับกองกำลังพันธมิตร ในปฏิบัติการโจมตีทางอากาศในซีเรีย ทว่ายังคงเข้าร่วมในปฏิบัติการโจมตีทางอากาศถล่มกลุ่มติดอาวุธรัฐอิสลาม หรือไอซิสในอิรักต่อไป

ข่าวแจ้งว่า เมื่อวันที่ 19 มิถุนายน ที่ผ่านมา กองทัพรัสเซียได้ประกาศยุติความร่วมมือกับกองทัพสหรัฐฯ ในกรอบการทำงาน ในบันทึกความเข้าใจร่วมกันเกี่ยวกับการป้องกันเหตุการณ์รุนแรงและการรับรองความปลอดภัยทางอากาศในซีเรีย เนื่องจากไม่พอใจที่กองทัพสหรัฐฯ ไม่ได้มีการแจ้งมายังรัสเซียเกี่ยวกับการโจมตีเครื่องบินรบ Su-22 ของกองทัพซีเรีย จนตก ขณะกำลังบินโจมตีกลุ่มไอซิส ห่างจากกรุงรักกาไปทางใต้ราว 40 กม. อีกทั้งขณะที่มีการโจมตีเครื่องบินรบซีเรียนั้น เครื่องบินรบรัสเซียก็กำลังปฏิบัติภารกิจเหนือน่านฟ้าของซีเรียในช่วงเวลาดังกล่าวด้วย ซึ่งจากนี้ไป กองทัพรัสเซียจะติดตาม ‘ล็อกเป้า’ เครื่องบินรบของกองกำลังพันธมิตรและสหรัฐฯ ทางฝั่งตะวันตกของแม่น้ำยูเฟรตีส

ที่มา : rt.com

 

ได้ฤกษ์เปิดตัว เครื่องบินโดยสารตัวล่าสุด โบอิ้ง 737 MAX10

Published June 23, 2017 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 20 มิ.ย. 2560 17:44

อ่านข่าวต่อได้ที่: https://www.thairath.co.th/content/978557

โบอิ้ง ได้แถลงเปิดตัว เครื่องบินโดยสารแบบ โบอิ้ง 737 MAX10 รุ่นใหม่ของตระกูล 737 ยกให้เป็นเครื่องบินที่ประหยัดมากที่สุดเท่าที่เคยผลิตออกมา ชูจุดเด่นในด้านห้องโดยสารที่กว้างขวาง สะดวกสบาย มีความคุ้มค่า ประหยัดเชื้อเพลิง…

ในส่วนของการออกแบบ โบอิ้ง 737 MAX10 มีลำตัวที่ถูกขยายออกให้ยาวกว่าเดิม 66 นิ้ว หรือประมาณ 1.68 เมตร เมื่อเทียบกับโบอิ้ง 737 MAX 9 รุ่นก่อนหน้า สามารถบรรทุกผู้โดยสารได้ 230 คน หรือมากกว่ารุ่นก่อนหน้า 10 คน สำหรับเครื่องบิน โบอิ้ง 737 MAX ถูกสร้างขึ้นด้วยเทคโนโลยีเครื่องยนต์ใหม่แบบ CFM Leap-1B ที่ล้ำสมัย ปีกที่ออกแบบมาใหม่ พร้อมปลายปีก หรือวิงเล็ตที่เป็นเอกลักษณ์​ ห้องโดยสารที่กว้างขวาง สะดวกสบาย มีความคุ้มค่า ประหยัดเชื้อเพลิง บินได้ไกลมากขึ้น เชื่อถือได้ และให้ความสะดวกสบายในขณะเดินทางแก่ผู้โดยสารมากขึ้น

เควินย แมคอัลลิสเตอร์ ซีอีโอของ โบอิ้ง คอมเมอร์เชียล แอร์เพลน กล่าวว่า โบอิ้ง 737 MAX10 ช่วยเพิ่มแต้มต่อให้กับเครื่องบินโดยสารตระกูล 737 ด้วยความคุ้มค่าและประสิทธิภาพที่เหนือกว่ามาสู่ฝูงบินของสายการบินลูกค้า เพราะขณะนี้ สายการบินต้องการตัวเลือกที่ใหญ่กว่า สำหรับเครื่องบินทางเดินเดี่ยว เพื่อสร้างความได้เปรียบเหนือคู่แข่ง

โบอิ้ง 737 MAX10 มีพิสัยบินได้ไกล 3,215 ไมล์ทะเล หรือราวๆ 5,960 กิโลเมตร สั้นกว่า โบอิ้ง 737 MAX 9 รุ่นก่อนหน้าที่บินได้ไกลถึง 3,515 ไมล์ทะเล หรือ 6,510 กิโลเมตร พร้อมจะส่งมอบให้กับลูกค้าได้ภายในปี 2019

ที่มา : สำนักข่าวซินหัว

 

ฮิตมากจนดราม่า ธนูจิ๋วยิงไม้จิ้มฟัน พ่อแม่ตี๋จีน ร้อง บอยคอต (ชมคลิป)

Published June 23, 2017 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 20 มิ.ย. 2560 16:00

อ่านข่าวต่อได้ที่: https://www.thairath.co.th/content/978478

สำนักข่าว people’s daily ของประเทศจีน รายงานว่า เจ้าของเล่นคล้ายธนูจิ๋ว ที่สามารถยิงลูกดอกไม้จิ้มฟันนี้ กำลังได้รับความนิยมจากบรรดาเด็กนักเรียนมัธยมในประเทศจีนอย่างล้นหลาม จนกระทั่งทำให้หลายๆ ครอบครัว พยายามเรียกร้องให้มีการบอยคอตเจ้าของเล่นชิ้นนี้ เนื่องจากมันอาจทำให้บรรดาลูกหลานได้รับบาดเจ็บ

โดยเจ้าของเล่นชิ้นสุดป๊อบในประเทศจีนนี้ สามารถหาซื้อได้ตามช็อปออนไลน์ต่างๆ  โดยมีขนาดหลากหลายให้เลือกสรร ซึ่งขนาดที่ใหญ่ที่สุดคือ 10 เซนติเมตร ขณะที่วัสดุของมันแตกต่างกันไปตามราคา มีทั้งที่เป็นเหล็ก และไม้ โดยมีราคาอันละประมาณ 29.8 หยวน หรือประมาณ 144 บาท

โดยเด็กนักเรียนระดับมัธยมศึกษาของโรงเรียนต่างๆ ในมณฑลซานตง และมณฑลยูนนาน ดูจะคลั่งไคล้เจ้าของเล่นชิ้นนี้มากกว่าสถานที่อื่นๆ ในประเทศจีน โดยมีรายงานว่า บรรดาเด็กๆ มักจะนำมันไปยิงเล่นใส่ต้นไม้และดอกไม้ข้างถนน หรือแม้กระทั่งตามสวนสาธารณะต่างๆ จนกระทั่งทางการท้องถิ่นได้รับร้องเรียนจากประชาชนจำนวนมาก ขณะเดียวกัน เจ้าหน้าที่ตำรวจยังเปิดเผยด้วยว่า ในรอบ 4-5 เดือนที่ผ่านมา มีรายงานว่า มีเด็กๆ ได้รับบาดเจ็บจากเจ้าธนูจิ๋วนี้แล้วถึง 69 ราย

ด้วยเหตุนี้บรรดาผู้ปกครองจึงพยายามเรียกร้องให้ทางโรงเรียนร่วมกันบอยคอต รวมถึงพยายามให้คำแนะนำเด็กที่อายุต่ำกว่า 12 ปี ถึงอันตรายของเจ้าของเล่นชนิดนี้แล้ว.

ขอบคุณ ข่าว-ภาพ people’s daily

 

ปืนส์ระทึก แชร์สนั่นโซเชียล ข่าวกรองตร.หลุด กลุ่มติดอาวุธมีแผนบึมมะนิลา

Published June 23, 2017 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 20 มิ.ย. 2560 15:38

อ่านข่าวต่อได้ที่: https://www.thairath.co.th/content/978532

ชาวฟิลิปปินส์ระทึก ข่าวกรองตำรวจหลุดสู่ภายนอก จนถูกส่งต่อทางโซเชียลอย่างรวดเร็ว เผยกลุ่มติดอาวุธมาอูเอ ภักดีไอซิส กำลังมีแผนโจมตี วางระเบิดกรุงมะนิลา ขณะที่ตำรวจยังไม่สามารถยืนยันจะเป็นจริงหรือไม่

เมื่อ 20 มิ.ย. สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า ตำรวจฟิลิปปินส์กำลังตรวจสอบรายงานข่าว กลุ่มติดอาวุธหัวรุนแรง อาจมีแผนก่อเหตุระเบิดในกรุงมะนิลา เมืองหลวง เพียงแต่ขณะนี้ยังไม่สามารถยืนยันได้ว่าเป็นจริงหรือไม่ พร้อมเตือนประชาชนไม่ควรตื่นตระหนกกับรายงานของตำรวจที่หลุดออกมาสู่สาธารณชน

รอยเตอร์ระบุว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจในกรุงมะนิลาได้รับคำสั่งให้เตรียมพร้อมขั้นสูง นับตั้งแต่เกิดเหตุกลุ่มติดอาวุธมาอูเต ซึ่งประกาศสวามิภักดิ์กลุ่มติดอาวุธรัฐอิสลาม หรือไอซิส ได้บุกยึดเมืองมาราวี บนเกาะมินดาเนา ทางภาคใต้ของฟิลิปปินส์มาตั้งแต่วันที่ 23 พ.ค.ที่ผ่านมา จนกองทัพต้องส่งกำลังทหารไปปราบปราม แต่สถานการณ์สู้รบยังไม่คลี่คลายหลังจากดำเนินมาหลายสัปดาห์

‘เราไม่สามารถยืนยันได้ว่ากลุ่มติดอาวุธมีแผนจะโจมตีกรุงมะนิลา’ ออสการ์ อัลบายัลดี ผู้บังคับการตำรวจในกรุงมะนิลาเผยกับสถานีโทรทัศน์​ ANC ต่อข่าวที่กำลังสร้างความกังวลให้แก่ประชาชนในกรุงมะนิลา ซึ่งมีการแจ้งข่าวกันทางโซเชียล มีเดียอย่างรวดเร็ว หลังจากรายงานลับของตำรวจ ลงวันที่ 16 มิถุนายน หลุดออกมาสู่สาธารณชน ระบุว่า ตำรวจได้ข่าวกรองมาว่ากลุ่มมาอูเตที่ติดต่อกับไอซิสกำลังมีแผนวางระเบิดในกรุงมะนิลา.

เอาฮาหรือเอาจริง! แห่แชร์เคล็ดลับทำไงไม่ให้เสื้อเลอะ หลัง make up

Published June 23, 2017 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 20 มิ.ย. 2560 14:58

อ่านข่าวต่อได้ที่: https://www.thairath.co.th/content/978352

สำนักข่าวต่างประเทศ รายงานว่า สาวๆ ในโลกโซเชียลมีเดีย แห่แชร์ ทวีตของ User ที่มีชื่อว่า Eva Mariie สาวจากแคลิฟอร์เนีย ประเทศสหรัฐอเมริกา กันอย่างล้นหลาม ภายหลังจาก Eva โพสต์รูปแนะนำเคล็ดลับสุดแปลกแหวกแนว แต่แสนจะชวนน่าขบขัน ในการช่วยป้องกันใบหน้าที่เพิ่งแต่งหน้าเสร็จใหม่ๆ รวมถึงแก้ไขปัญหา เสื้อผ้าของบรรดาสาวๆ ที่มักจะเลอะเทอะเปรอะเปื้อน makeup บนใบหน้า ไปพร้อมๆ กัน

สำหรับเคล็ดลับที่เธอนำเสนอ ก็สุดแสนจะง่ายดาย แต่เชื่อว่าใครๆ ก็คงคาดไม่ถึง โดยขั้นแรกเพียงแค่นำถุงพลาสติกมาครอบศีรษะและใบหน้าที่เพิ่งแต่งหน้าเสร็จใหม่ๆ ชั้นหนึ่งก่อน จากนั้น จึงค่อยสวมเสื้อ เพียงเท่านี้สาวๆ ก็จะหมดปัญหากวนใจทันที โดย Eva เรียกเคล็ดลับนี้ว่า revolutionary

ทั้งนี้ โพสต์เอาฮา ของเธอ เรียกยอดรีทวีตได้มากกว่า 17,000 ครั้ง รวมถึงทำให้ยอดผู้ติดตามของเธอ พุ่งขึ้นมากกว่า 60,000 คน นอกจากนี้ ผู้ที่เข้ามาคอมเมนต์คนหนึ่ง ยังได้ร่วมกันสร้างความครื้นเครงเพิ่มเติมต่อไปอีกด้วยการเรียกเคล็ดลับนี้ว่า เป็นเคล็ดลับเปลี่ยนชีวิต

ขอบคุณข่าว-ภาพ dailymail

 

ศูนย์ป้องกันโรคโสมขาวยืนยัน พบสาวติดเชื้อ ‘ซิกา’ หลังกลับจากเที่ยวไทย

Published June 23, 2017 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 20 มิ.ย. 2560 14:55

อ่านข่าวต่อได้ที่: https://www.thairath.co.th/content/978453

เจ้าหน้าที่หน่วยงานสาธารณสุขในประเทศเกาหลีใต้ ยืนยัน พบผู้ติดเชื้อซิการายใหม่ โดยเป็นหญิงสาวที่เพิ่งเดินทางกลับจากประเทศไทย…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เจ้าหน้าที่หน่วยงานสาธารณสุขในประเทศเกาหลีใต้ ยืนยันเมื่อวันอาทิตย์ที่ 18 มิ.ย. ที่ผ่านมาว่า พบผู้ติดเชื้อไวรัส ‘ซิกา’ รายใหม่อีกหนึ่งราย โดยเป็นหญิงวัย 31 ปี ที่เพิ่งเดินทางกลับมาจากท่องเที่ยวในประเทศไทย ทำให้จำนวนผู้ติดเชื้อชนิดนี้อย่างเป็นทางการในแดนโสมขาวเพิ่มขึ้นเป็น 21 รายแล้ว

ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคเกาหลี (เคซีดีซี) ระบุว่า หญิงสาววัย 31 ปีรายนี้เดินทางกลับจากประเทศไทยในวันที่ 10 มิ.ย. และเริ่มมีอาการป่วยในวันต่อมา ก่อนที่หน่วยงานสาธารณสุขท้องถิ่นในจังหวัดชอลลาใต้ จะยืนยันในวันพฤหัสบดีที่ 15 มิ.ย. ว่าผลตรวจเลือดของเธอเป็นบวก ติดเชื้อไวรัสซิกา

การพบผู้ติดเชื้อรายใหม่นี้เกิดขึ้นเพียง 2 สัปดาห์ หลังจากหญิงวัย 33 ปีคนหนึ่งได้รับการยืนยันว่าติดเชื้อซิกาเมื่อวันที่ 2 มิ.ย. หลังจากเดินทางไปเที่ยวประเทศมัลดีฟส์ นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่เกาหลีใต้กำลังตรวจสอบผู้ต้องสงสัยติดเชื้อคนอื่นๆ อีก 3 ราย คือผู้เดินทางร่วมกับผู้ติดเชื้อรายล่าสุดด้วย

ทั้งนี้ เชื้อไวรัสซิกา มีถิ่นกำเนิดในทวีปแอฟริกา มียุงลายเป็นพาหะนำโรค มันระบาดอย่างหนักในทวีปอเมริกาใต้ ช่วงปี 2015-16 ถึงแม้มันจะไม่รุนแรงถึงขั้นทำให้เป็นอันตรายถึงชีวิต แต่มีข้อบ่งชี้ว่า ไวรัสตัวนี้อาจก่อให้เกิดภาวะศีรษะเล็กในทารกในครรภ์มารดา และส่งผลกระทบต่อพัฒนาการทางสมอง.

 

มันเกิดอะไรขึ้น? ชมคลิปสุดเหลือเชื่อ สิงโตดูแลละมั่งเกิดใหม่ยังกับลูก

Published June 23, 2017 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 20 มิ.ย. 2560 13:38

อ่านข่าวต่อได้ที่: https://www.thairath.co.th/content/978250

สำนักข่าวต่างประเทศ รายงานเหตุการณ์ที่ไม่น่าเชื่อก็ต้องเชื่อขึ้น เมื่อ สิงโตตัวหนึ่งเกิดละทิ้งสัญชาตญาณดิบความกระหายของสัตว์ล่าเนื้อตามธรรมชาติ แล้วหันไปยึดสัญชาตญาณความเป็นแม่ ให้การดูแลเลี้ยงดู เจ้าละมั่งน้อยเกิดใหม่กำพร้า จนแทบจะไม่ต่างจากลูกตัวหนึ่ง

สำหรับเหตุการณ์สุดพิลึกพิลั่น แต่แสนจะอบอุ่นใจของผู้ที่ได้พบเห็นนี้ เกิดขึ้นที่ อุทยานแห่งชาติครูเกอร์ ในประเทศแอฟริกาใต้ โดยช่างภาพนามว่า Graeme Mitchley อาชีพครู วัย 45 ปี ที่เดินทางมาท่องเที่ยวพร้อมกับภรรยา สามารถจับภาพวินาที ที่เจ้าสัตว์นักล่าผู้อยู่สูงสุดของห่วงโซ่อาหาร ใช้ลิ้นเลียทำความสะอาด เจ้าละมั่งน้อยแรกเกิด ไปทั่วทั้งตัว ประหนึ่งว่ามันเป็นลูกในอุทร โดยไม่มีสัญญาณใดๆ ว่า เจ้าตัวน้อยนี้ กำลังจะกลายเป็นอาหารเย็นของมัน แม้เพียงสักนิดเดียว

โดย Mitchley กล่าวกับผู้สื่อข่าวว่า ตอนที่เห็นครั้งแรก เค้าคิดว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นตรงหน้า น่าจะเป็นแม่สิงโตกำลังดูแลลูกน้อยของมัน แต่เมื่อมองดูอย่างถี่ถ้วนแล้วจึงพบว่า ในอุ้งมือของมัน คือ เจ้าละมั่งตัวน้อย หาใช่ลูกสิงโตแต่อย่างใด

ตราบจนเมื่อมันทั้งสองตัว พากันเดินลับสายตาไปแล้ว เค้าก็ยังคงไม่มั่นใจว่า ตกลงแล้ว ที่เจ้าสิงโตตัวนั้น ทำแบบนี้เพราะมันได้กลายเป็นพวกมังสวิรัติไปแล้ว หรือเพราะมันเข้าใจผิดว่า เหยื่อ เป็นลูกของมันกันแน่

ขอบคุณข่าว-ภาพ dailymail

 

ชันสูตรพบ ‘แคร์รี ฟิชเชอร์’ มียาเสพติดหลายขนานในกระแสเลือดก่อนตาย

Published June 23, 2017 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 20 มิ.ย. 2560 13:20

อ่านข่าวต่อได้ที่: https://www.thairath.co.th/content/978262

รายงานฉบับเต็มของผลการชันสูตรศพ นางแคร์รี ฟิชเชอร์ ระบุว่า นักแสดงรุ่นใหญ่รายนี้มีสารเสพติดหลายขนานอยู่ในร่างกาย ก่อนที่เธอจะเสียชีวิตเมื่อปลายปี 2016…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า สำนักงานชันสูตรศพนครลอสแอนเจลิส เปิดเผยรายงานฉบับเต็มของผลการชันสูตรศพ แคร์รี ฟิชเชอร์ นักแสดงฮอลลีวูดชื่อดัง เจ้าของบทบาท ‘เจ้าหญิงเลอา’ ในภาพยนตร์ชุดเรื่อง ‘สตาร์ วอร์ส’ หลังพวกเขาแถลงเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมาว่า ภาวะหยุดหายใจขณะหลับและปัจจัยอื่นๆ เป็นสาเหตุทำให้ เธอเสียชีวิตเมื่อ 27 ธ.ค. 2016 ขณะมีอายุ 60 ปี

แต่รายงานตัวเต็มยังระบุด้วยว่า ผลการตรวจทางพิษวิทยาพบสารเสพติดหลายชนิดในกระแสเลือดและเนื้อเยื่อของฟิชเชอร์ โดยพวกเขาพบหลักฐานว่านักแสดงรุ่นใหญ่รายนี้อาจรับ โคเคน เข้าไปในร่างกายภายในกรอบเวลา 72 ชั่วโมง ก่อนที่เธอจะ ล้มป่วยขณะโดยสารเครื่องบิน นอกจากนี้ยังพบร่องรอยของ เฮโรอีน, เมทาโดน และยา MDMA หรือยาอี ด้วย

ทั้งนี้ ที่ผ่านมานางฟิชเชอร์เปิดเผยเรื่องที่เธอต่อสู้กับอาการติดสารเสพติดและอาการป่วยทางจิตมาตลอด ขณะที่เมื่อช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา บิลลร ลอร์ด ลูกสาวของเธอซึ่งเป็นนักแสดงเช่นกัน ก็ออกแถลงการณ์ยอมรับว่า เธอรู้เรื่องดังกล่าวเช่นกัน “แม่ของฉันต่อสู้กับอาการติดยาและอาการป่วยทางจิตมาตลอดชีวิต และในที่สุดก็เสียชีวิตเพราะมัน”.

 

%d bloggers like this: